วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟตัน น้ำมันช็อต น็อตหลวม ส่อง 5 อาการก่อนเจ๊งยาว

เบรกสะบัด คลัทช์เสีย เกียร์หลุด
เฟืองไม่ฉุด เพลาหัก สลักหาย
หัวเทียนหัก ยางแฟบ แหนบตาย
ไฟไม่จ่าย ไดร์ไม่ชาร์จ สตาร์ตพัง

เครื่องเสียงเงียบ เหยียบไม่ไป ไฟหน้าดับ
ดอกยางกลับ คลัทช์จม ลมเข้าถัง
เหยียบเบรกวืด คอมน็อก แตรไม่ดัง
พื้นน้ำขัง เบาะเหม็น ปะเก็นรวน

น้ำมันแห้ง ลูกปืนแตก กำลังตก
แกนกระดก วาล์วกระเดิด ระเบิดสวน
ก้ามปูแยก ข้อเหวี่ยงแตก กล่องไฟรวน
ลูกลอยป่วน น้ำมันตัน สามวันพัง

การสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ ในรถใหม่ เมื่อใช้งานทุกวันเริ่มต้นนับหนึ่งตั้งแต่วิ่งออกจากโชว์รูม จากสภาพตัวถังและสีที่เคยใหม่เอี่ยม รวมถึงเครื่องยนต์ที่แน่นตึ้บ เลขไมล์ที่คล้ายการเริ่มต้นของชีวิตจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามระยะทางและระยะเวลาของการขับใช้งาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่รถของคุณจะมีสมรรถนะการทำงานที่ลดลงไปเรื่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นการสึกหรอของเครื่องยนต์ สิ่งสกปรกที่สะสมภายในเครื่องยนต์ ไปจนถึงการรั่วซึมตามจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า พาหนะคู่ใจหรือลูกรักราคาแพงที่ยังผ่อนไม่หมดของคุณ มีอาการผิดปกติและกำลังส่งสัญญาณว่ามันต้องการการซ่อมบำรุงเป็นพิเศษจากช่าง และนี่คือ 5 เคล็ดลับในการสังเกตความผิดปกติของรถ

1.สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถ
สัญญาณไฟต่างๆ ที่ขึ้นเตือนบนหน้าปัดรถยนต์เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ เช่น ไฟเตือนสัญลักษณ์รูปแบตเตอรี่ ไฟเตือน ABS หรือไฟเตือนรูปเครื่องยนต์ การที่มีสัญญาณไฟที่ปกติไม่เคยขึ้นแสดงขึ้นบนหน้าปัดรถนั้น ย่อมเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างแล้ว โดยปกติสัญญาณไฟต่างๆ จะติดขึ้นเพื่อบอกข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวกับการทำงานของรถยนต์ ไฟสัญลักษณ์แจ้งเตือนต้องดับลงหลังจากเครื่องยนต์ติดเรียบร้อย หลักในการสังเกตง่ายๆ ก็คือ หากมีสัญญาณไฟเตือนติดขึ้นมาในระหว่างขับขี่ ไฟสัญลักษณ์ที่ติดขึ้นนั้นจะแสดงถึงความผิดปกติของรถยนต์ในตำแหน่งที่เกิดความบกพร่อง ในรถที่มีอายุการใช้งานยาวนานหรือรถเก่า บางครั้งรถใหม่ไมล์ต่ำก็ยังเกิดขึ้นได้จากการทำงานที่ผิดพลาดของชิ้นส่วนต่างๆ หรือแม้แต่การประกอบ รถเก่าอาจต้องเจอปัญหาที่เกิดจากการสึกหรอ รั่วซึม หรือเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนต่างๆ เป็นเรื่องปกติ หมั่นสังเกตสัญญาณไฟเตือนหลังสตาร์ตรถยนต์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหาย หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นในขณะขับขี่รถยนต์

2.ใช้เวลาสตาร์ตเครื่องยนต์นานกว่าปกติ
หลังจากบิดกุญแจ หรือกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อน เครื่องยนต์ที่มีสภาวะการทำงานปกติ ควรจะใช้เวลาติดเครื่องไม่นาน สำหรับรถเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน แถมยังขาดการดูแลรักษา เช่น จอดทิ้งไว้ไม่ได้ขับนานมาก โดยไม่ได้มีการสตาร์ตเครื่องยนต์ ขั้วแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ไดสตาร์ตเสีย หรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ไดร์ชาร์จไม่สามารถชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ได้ อาจส่งผลให้กระแสไฟในรถจ่ายได้ไม่ทั่วถึง ไฟไม่พอ หรือไฟหมดแบตฯ ทำให้สตาร์ตติดยากหรือไม่ติด หากรถยนต์เริ่มใช้เวลาสตาร์ตเครื่องยนต์นานกว่าปกติ หรือมีอาการต้องสตาร์ตซ้ำๆ ไดร์สตาร์ตหมุนช้า นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่ไฟเหลือน้อยหรือเริ่มเสื่อม คอยล์จุดระเบิดเสีย หัวเทียนหรือสายหัวเทียนเสื่อมสภาพ ดังนั้นจึงควรเช็กเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่กำหนด หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่เมื่อใช้งานมานานเกิน 3-4 ปี คู่มือประจำรถก็ควรจะเอาออกมาอ่านบ้าง ดีกว่าเสียเวลาคุยไลน์กับเพื่อนทั้งวัน

3.เสียงดังผิดปกติ
รถเก่าอายุการใช้งานยาวนาน เมื่อเกิดเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงเสียดสีขณะเหยียบเบรก อาจเป็นเพราะผ้าเบรกใกล้หมด เบรกแล้วพวงมาลัยสั่น อาจเกิดจากจานเบรกคด หรือแผ่นตะกั่วถ่วงสมดุลล้อหลุดหาย เสียงเครื่องยนต์ที่ดังผิดปกติจนได้ยินชัดเจนเข้ามาในห้องโดยสาร อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของเครื่องยนต์ มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวเกิดอาการหลวมคลอน หรือมีสิ่งสกปรกในเครื่องยนต์ รีบนำรถเข้ารับการตรวจเช็กที่ศูนย์บริการหรืออู่ใกล้บ้านที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ลับมีดลับดาบรอฟันลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องเครื่องยนต์กลไก อู่ดีๆ ก็พอจะมีอยู่บ้าง ต้องลองสอบถามเสาะหาเพื่อนำลูกชายที่เริ่มเจ็บออดๆ แอดๆ ไปตรวจสอบและซ่อมแซม

4.อาการรั่วซึมของน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ
ในกรณีของรถเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานนั้น ต้องสังเกตอาการผิดปกติให้ใกล้ชิดมากขึ้นสักหน่อย เช่น ตรวจสอบใต้ท้องรถยนต์ของคุณว่ามีของเหลวรั่วไหลหรือเปล่า เช่น น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันหล่อลื่นพวงมาลัยพาวเวอร์ หรือน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ หากสังเกตเห็นปริมาณของของเหลวต่างๆ ลดลงเร็วผิดปกติ หรือมีรอยน้ำมันหยดเป็นทาง อาจเป็นสัญญาณฟ้องว่ามีการรั่วซึมของของเหลวเกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเสื่อมสภาพตามการใช้งานของท่อ หรือข้อยางต่างๆ จึงควรหมั่นตรวจเช็กระดับของเหลวต่างๆ เป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดกับเครื่องยนต์ขณะขับใช้งาน 

5.มีควันออกจากท่อไอเสีย
รถยนต์เมื่อใช้ไปนานวัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล จะเริ่มมีควันสีขาวหรือสีดำออกมาจากท่อระบายไอเสีย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่มีน้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ เพราะการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ เช่น ลูกสูบ หรือหัวฉีดเชื้อเพลิงอุดตัน มีตะกรันคราบสกปรกซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หากพบว่ารถยนต์มีควันออกจากท่อไอเสียเป็นปริมาณมากจนสังเกตได้ในขณะติดเครื่องยนต์อยู่ ควรรีบนำรถยนต์คู่ใจเข้ารับการตรวจเช็กจากช่างผู้เชี่ยวชาญทันที นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเพื่อลดมลภาวะที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์อีกด้วย.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/