วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้รอฟังข่าวที่บ้าน ปูส่งเฟซ ร้องขอ ‘กองเชียร์’

นปช.ให้ยึดมั่นพระราชดํารัสร.10 ตร.หญิง2กองร้อยเข้าราชทัณฑ์ บิ๊กตู่พาครม.เบิร์ธเดย์ป๋าชื่นมื่น

“ยิ่งลักษณ์” ห่วงมือที่สามป่วนวันชี้ชะตาคดีจำนำข้าว เบรกกองเชียร์อยู่บ้านรอฟังข่าวไม่ต้องไปหน้าศาล นปช.ออกแถลงการณ์ เรียกร้องยึดพระราชดำรัส เรื่องความยุติธรรม ยันไม่มีจัดตั้งขนมวลชนเข้ากรุง จี้แจงขั้นตอนปฏิบัติหลังมีคำพิพากษา ป้องกันสับสนข่าวลือข่าวลวง “วิม” ดับข่าวลือกระหึ่ม “ปู” เผ่นหนีไปนอกตั้งแต่คืน 23 ส.ค. ยันอดีตนายกฯไปฟังคำตัดสินแน่ คสช.งัดแผน “เวิร์ส เคส” เผชิญเหตุเลวร้าย เก็บตัวองค์คณะผู้พิพากษาเข้าเซฟเฮาส์ ผบ.ตร.ปูดพบกลิ่นบางกลุ่มเคลื่อนไหว จัด ตชด.หญิง-กองร้อยน้ำหวานเข้าเรือนจำ เตรียมพร้อมขั้นตอนยื่นประกัน-ปล่อยตัว “ประยุทธ์” นำ ครม.-ผบ.เหล่าทัพอวยพรเบิร์ธเดย์ 97 ปี “ป๋าเปรม” ได้ข้อชี้แนะใจเย็น อย่าสนเสียงวิจารณ์ให้ปวดหัว ลั่นไม่ต้องตั้งใครมาปกป้องหลังลงหลังเสือ โต้ซื้ออาวุธไม่ได้ไว้ให้ทหารปฏิวัติ

คดีประวัติศาสตร์โครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก ส่งผลให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรงอย่างมาก โดยฝ่ายความมั่นคงสั่งจับตาเข้มดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กสื่อสารถึงกองเชียร์ขอให้รอรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาให้กำลังใจหน้าศาล เพราะห่วงสุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหามือที่สามก่อเหตุวุ่นวาย

“ยิ่งลักษณ์” เบรกกองเชียร์ไม่ต้องมาศาล

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 24 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขออนุญาตกล่าวถึงวันฟังคำพิพากษาคดีที่ศาลฎีกาฯ ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ตนทราบถึงความห่วงใยและความเมตตาของพี่น้องประชาชน ที่รับรู้ถึงความทุกข์ร้อนและความยากลำบากที่ประสบอยู่ แต่เห็นว่าการเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจตนนั้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะเห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดินทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนเพียงต้องการมาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเท่านั้น

ห่วงมือที่ 3 แทรกให้อยู่บ้านรอฟังข่าว

“ทั้งนี้ ดิฉันห่วงใยทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือแฟนเพจ และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายอันอาจเกิดจากมือที่สาม ดังเช่นที่ฝ่ายความมั่นคงให้เหตุผลมาโดยตลอด จึงขอให้ทุกท่านที่ห่วงใย และต้องการให้กำลังใจดิฉัน ไม่ต้องเดินทางมาศาลในวันที่ 25 ส.ค.นี้ และให้กำลังใจโดยการรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง และต่อพวกเราทุกคน ขอขอบคุณทุกกำลังใจ” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

นปช.ร้องยึดพระราชดำรัสยุติธรรม

วันเดียวกัน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกแถลงการณ์กรณีการนัดฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ฉบับที่ 1 ว่า จากการที่ติดตามสถานการณ์ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดวันฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว จึงมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับคณะผู้มีอำนาจ รวมทั้งประชาชน ดังนี้ 1.ขอเรียกร้องต่อทุกฝ่ายให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งพระราชทานแนวทางไว้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา เรื่องความยุติธรรม เพื่อความสงบสุขและสามัคคีปรองดองของคนในชาติ 2.นปช.ขอยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เดินทางมายังศาลฎีกาฯในวันพิพากษาคดี แต่เห็นว่าเป็นสิทธิโดยชอบของประชาชนที่จะมาร่วมเป็นกำลังใจแก่อดีตนายกฯโดยสงบภายใต้กรอบกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจยุติการสกัดกั้นหรือคุกคามทุกรูปแบบเสมือนหนึ่งบ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะวิกฤติโดยทันที

จี้แจงขั้นตอนหลังมีคำพิพากษา

แถลงการณ์ระบุต่อว่า 3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการหลังมีคำพิพากษาให้ชัดเจนก่อนถึงวันที่ 25 ส.ค. เช่น ถ้ายกฟ้องจะเป็นอย่างไร หรือถ้าพิพากษาลงโทษจะมีแนวปฏิบัติเช่นไร ทั้งในแง่มุมของฝ่ายรัฐและฝ่ายจำเลย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันของประชาชน ป้องกันความสับสนจากข่าวลือ ข่าวลวง หรือการเข้าใจผิดคิดไปเองของทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนอดีตนายกฯ ซึ่งยากต่อการควบคุมสถานการณ์ 4. นปช.ยึดหลักสันติวิธีในการต่อสู้ และเคารพในคำพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรม แม้จะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้กระทำความผิด และรับทราบข้อเท็จจริงว่ากระบวนการก่อนถึงชั้นศาลในคดีนี้ มีปัญหาเรื่องหลักนิติธรรม แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล นปช.ไม่มีแนวทางการเคลื่อนไหวให้กระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งกระบวนการยุติธรรมและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

จนท.ครึ่งหมื่นคุมเชิงกังวลอะไรอีก

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 ส.ค. เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่รักและศรัทธาที่จะไปให้กำลังใจกัน ครั้งนี้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยคงไปเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นวันตัดสินคดีของผู้นำพรรค ฝ่ายความมั่นคงอย่าตื่นตระหนก ให้มองเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครมาก่อความวุ่นวาย ทุกคนต่างรักชาติบ้านเมืองกันทั้งนั้น ทุกครั้งที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี ตำรวจดูแลพี่น้องประชาชนได้ดี ไม่ต้องมากระพือข่าวมือที่สามที่สี่ เมื่อใช้กำลังดูแลความเรียบร้อยครึ่งหมื่นยังต้องกังวลอะไรอีก

“เต้น” อัด รบ.ปล่อยทำโพลชี้นำ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า จากกรณีกรุงเทพโพลเผยแพร่อ้างผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะต้องคำพิพากษาว่ามีความผิดและเห็นว่ารัฐบาลควรใช้มาตรา 44 ควบคุมสถานการณ์ช่วงตัดสินคดี ทำเช่นนี้เป็นการละเมิดอำนาจศาลกดดันชี้นำหรือไม่ ถ้าทำแบบนี้ได้จะได้ถือว่าเป็นแนวปฏิบัติว่าคดีอาญาใดอยู่ในชั้นศาลสามารถทำโพลเผยแพร่ผลก่อนคำพิพากษาได้ใช่หรือไม่ สำนักโพลอาจขาดสำนึกต่อสถานการณ์บ้านเมือง แต่อำนาจรัฐจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ประชาชนใช้สิทธิขั้นพื้นฐานเดินทางมาให้กำลังใจด้วยความสงบและเคารพอำนาจศาลกลับถูกสกัดกั้น แล้วสำนักโพลนำเสนอข้อมูลเช่นนี้จะดำเนินการอย่างไร ผู้มีอำนาจควรแสดงความชัดเจนต่อประชาชนในเรื่องนี้ด้วย

“วรงค์” ปลุกออนไลน์เสนอข้อมูลจริง

เมื่อเวลา 11.40 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ระหว่างมาเที่ยวที่แอฟริกา ได้รับความห่วงใยจากหลายท่าน ต้องขอขอบคุณมากครับ ผมสบายดี และยังติดตามข่าวสารคดีจำนำข้าวผ่านสื่อออนไลน์ สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ต้องช่วยกันแสดงออกสองประการคือ 1.เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ถ้าฝ่ายใดมีพฤติกรรมไม่พอใจคำตัดสิน พี่น้องประชาชนต้องช่วยกันแสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ให้เคารพคำตัดสิน 2.ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริง ประเด็นที่สำคัญที่ศาลวินิจฉัยให้สังคมได้รับรู้ให้มากที่สุด ไม่ให้ใครมาบิดเบือน”

คดีจีทูจีจำเลยมาไม่ครบก็อ่านได้

ที่กระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 28 คนตกเป็นจำเลย ในวันที่ 25 ส.ค. ถ้าจำเลยมาไม่ครบศาลสามารถอ่านคำพิพากษาได้หรือไม่ ว่าสามารถได้โดยอ่านเฉพาะคนที่มา หรือศาลจะเลื่อนไม่อ่านคำพิพากษาในวันดังกล่าวก็ได้ ส่วนจะเกี่ยวโยงถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นจำเลยหรือไม่นั้นไม่ทราบและตอบไม่ถูก เพราะเป็นคนละคดีไม่เกี่ยวกัน

“วิม” ปัดข่าวลือ “ปู” เผ่นหนีไปนอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเย็นวันที่ 24 ส.ค. มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วแวดวงการเมืองและฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางหลบหนีออกไปนอกประเทศแล้วตั้งแต่ 21.00 น. วันที่ 23 ส.ค. อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 17.00 น.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว

ล่าสุดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตกเป็นจำเลยวันที่ 25 ส.ค.ว่า ยืนยัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในประเทศ ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักเป็นปกติ ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด และในวันที่ 25 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปรับฟังคำพิพากษาของศาลอย่างแน่นอน

คสช.เล็งแผน “เวิร์ส เคส” กรณีเลวร้าย

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะ เลขาธิการ คสช. กล่าวถึงการเตรียมแผนรองรับดูแลความสงบเรียบร้อย กรณีหากศาลอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวลากยาวไปจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 25 ส.ค. ว่า เป็นสิ่งที่เราได้คาดการณ์ไว้แล้ว จึงเตรียมแผนเป็นขั้นตอนรองรับไว้หมด เจ้าหน้าที่พร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชน สถานการณ์โดยรวมยังปกติ ไม่พบสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดปัญหาใดขึ้น เมื่อถามว่า หลังคำตัดสินอาจมีคนไม่พอใจ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า มีการวางแผนไว้ทุกขั้นตอนแล้ว ที่เรียกว่า “เวิร์ส เคส” คือกรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะคลี่คลายไป ด้วยดี แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกอย่างมีแผนรองรับ ขอให้สบายใจได้ ส่วนมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ตัวเลขยังอยู่ที่ 3,000-3,500 คน จะไม่มีการจัดตั้ง กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ มอบหมายตำรวจรับผิดชอบ และจะตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ของตำรวจนครบาลขึ้นมารับผิดชอบ กองทัพบกมี กกล.รส.อยู่ประจำพื้นที่

เก็บตัวคณะผู้พิพากษาเข้าเซฟเฮาส์

สำหรับความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในศาลฎีกาฯว่า ในวันที่ 25 ส.ค. เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานอรรถคดีโดยตรงต่างทยอยยื่นใบลาพักร้อนกันแล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ส่วนการรักษาความปลอดภัยของผู้พิพากษาองค์คณะ 9 คน และผู้ช่วยผู้พิพากษาองค์คณะอีก 9 คน จะถูกเก็บตัวในสถานที่ปลอดภัยมีการอารักขาระดับสูงสุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้อง โดยเริ่มเก็บตัวในสถานที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมการทำร่างคำวินิจฉัยตั้งแต่เวลา 13.00 น.ของวันที่ 24 ส.ค.

มัดแผงเหล็กกั้น–ซีซีทีวี–สายสืบรับมือ

ขณะที่บรรยากาศบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำแผงเหล็กมากั้น พร้อมใช้ลวดมัดติดกันเพื่อป้องกันฝูงชนผ่าแผงเหล็กเข้ามา ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม กองตำรวจสื่อสาร มาจอดเพื่อสแตนด์บายภาพจากกล้องวงจรปิด ที่มีการติดตั้งโดยรอบหน้าศาลและสวนสาธารณะด้านข้างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มากกว่า 10 จุด มุมกล้อง 360 องศา โดย พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจเตรียมกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าศาลหลายมุม และส่งสายสืบปะปนกับฝูงชน และเพื่อป้องกันมือที่ 3 ก่อเหตุ

ผบ.ตร.ปูดพบบางกลุ่มเคลื่อนไหว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 25 ส.ค. มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.รายงานทุกขั้นตอน ขณะนี้มีกำลังตำรวจทั้งหมด 24 กองร้อย ตั้งจุดคัดกรอง 3 จุด เชื่อว่าตำรวจควบคุมได้ และประเมินสถานการณ์ทุกมิติ เพื่อป้องกันมือที่ 3 ที่ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม ขณะที่เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 เดินทางมาตรวจสอบบริเวณศาลฎีกาฯ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ได้เรียกประชุมเตรียมความพร้อม โดยเจ้าหน้าที่อีโอดีเป็นหน่วยหลัก ในการตรวจสอบสถานที่ จัดชุดสุนัขตำรวจตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ชุดสายตรวจ

จัด ตร.หญิง 2 กองร้อยรอในราชทัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการระดมกำลังรักษาความปลอดภัยจากกลุ่มผู้มาให้กำลังใจแล้ว ทางตำรวจยังสั่งการระดมกำลังตำรวจหญิงของ บช.ตชด. จำนวน 1 กองร้อย และตำรวจหญิง บก.อคฝ. หรือกองร้อยน้ำหวาน จำนวน 1 กองร้อย มาเตรียม กำลังไว้ที่เรือนจำ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ผู้หญิงที่เตรียมกำลังไว้กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ซึ่งจะต้องมีการประกันตัวที่ศาล และ ปล่อยตัวที่เรือนจำ เป็นแผนที่กำหนดไว้ทุกสถานการณ์ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของกลุ่มมวลชนที่สนับสนุน และให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ตร.คุมตัว ปธ.กลุ่มรักเชียงใหม่ 51

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในต่างจังหวัด ที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรส ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ สถานที่ตั้งขององค์กรเพื่อประชาชนรักเชียงใหม่ 51 หรือกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงามีตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดสืบสวน ภ.จ.เชียงใหม่ และชุดสืบสวน ภ.5 คอยเฝ้าดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง ด้านนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ประธานที่ปรึกษากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และเหล่าดีเจต่างจัดรายการภายในสถานีวิทยุชุมชนตามปกติ พูดให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่มีการชักชวนคนเดินทางไปให้กำลังใจที่ศาล โดยนายเพชรวรรต เปิดเผยว่า จะไม่มีการจัดกิจกรรมและไม่มีการขนคนไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่มีชาวบ้านบางส่วนเดินทางไปกันเอง ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายเพชรวรรต ไปพูดคุยที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ จากนั้นได้นำตัวขึ้นรถ โดยผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดตามไปได้

ตั้งจุดเอกซเรย์คุมเข้มทุกพื้นที่

ด้าน พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน รวมถึงแกนนำเสื้อแดงในพื้นที่อีสานตอนบน 12 จังหวัด โดยเรียกแกนนำแต่ละจังหวัดมาทำความเข้าใจ ยืนยันว่าจะไม่มีการนำมวลชนไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่มีมวลชนจำนวนหนึ่งไปด้วยรถส่วนตัว ไม่เดินทางไปเป็นหมู่คณะ วันที่ 25 ส.ค.ได้สั่งให้ทุกโรงพักเปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ติดตามข่าวสารทางโซเชียล และสั่งทุกจังหวัดตั้งจุดตรวจรวมเฝ้าระวังสถานที่สำคัญกว่า 40 จุด

พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.3 กล่าวภายหลังตรวจจุดสกัดความมั่นคงบนถนนสายหลักในพื้นที่เขต อ.เมืองนครราชสีมา 10 จุด รวมถึงตรวจสถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 สถานีรถไฟ นครราชสีมา เบื้องต้นไม่พบประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ ไม่พบความเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง ส่วนพ.ต.ท.วรทัศน์ พิษณุรักษา รอง ผกก.ป.สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก สนธิกำลังทหารตั้งจุดตรวจศรีโสภณ บนถนนสาย 12 พิษณุโลก-วังทอง อ.วังทอง ขณะที่ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ประสานความร่วมมือ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1201 สนธิกำลังตรวจเอกสารหลักฐานนักท่องเที่ยวและแรงงานชาวกัมพูชา บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เน้นการตรวจค้นอาวุธปืนและวัตถุระเบิด

นายกฯนำ ครม.อวยพร 97 ปี “ป๋าเปรม”

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น.ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เปิดบ้านรับรองให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำรัฐมนตรีอาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนศัย รองนายกฯ พร้อมด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมและ ผบ.ทุกเหล่าทัพ รวมทั้ง ผบ.ตร.และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 97 ปี อย่างพร้อมเพรียง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอวยพรว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านได้ทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีทุกๆด้าน วันนี้พวกตนมาสานต่อเพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้ามีวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในอนาคต พร้อมจะทำคุณตอบแทนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ จะทุ่มเท แรงกาย แรงใจ ทุ่มเทเสียสละ แม้ด้วยชีวิตก็ต้องยอมเพื่อรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ตามที่ท่านได้ให้กำลังใจและให้คำแนะนำมาเสมอ ทุกคนทราบว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งภายในและภายนอก ปัจจัยภายนอกสำคัญฉะนั้นต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ต้องรวมคนไทยทุกหมู่เหล่าให้ช่วยกันรักชาติบ้านเมือง ไม่แตกแยก แบ่งพรรคพวกอีกต่อไป เพื่อสร้างประชาธิปไตยแบบสากลอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล

ลั่นหยุดสิ่งไม่ดีฉุดปท.พ้นกับดักขัดแย้ง

“ถ้าสิ่งใดไม่ดี เราจะหยุด จะทำตามสัญญาที่ได้ถวายสัตย์ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผลต่อทุกคนที่ได้ถวายสัตย์เอาไว้ ต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลและต่อพระแก้วมรกตหรือพระสยามเทวาธิราช แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ประเทศเราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ยังทอดพระเนตรมองเราอยู่เบื้องบนกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ปัจจุบัน ที่ทรงรับสั่งให้ยึดแนวทางและต่อยอดจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงทำไว้ นับเป็นสิ่งมงคลกับประเทศไทย ผมและ ครม.ขอสัญญาว่าจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความก้าวหน้า หลุดพ้นกับดักประเทศและความขัดแย้ง” นายกฯกล่าว

“ป๋า” ชี้อย่าสนเสียงวิจารณ์ให้ปวดหัว

จากนั้น พล.อ.เปรมให้โอวาทว่า ขอบใจตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) กับทุกคน ได้สละกำลังกายและกำลังใจถวายความจงรักภักดี ใช้สติปัญญาเพื่อดูแลชาติบ้านเมือง นับว่านายกฯตู่และพวกเราได้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด เพื่อให้คนไทยมีความสุขตามที่ตั้งใจไว้ ในความเป็นมิตรทั้งตู่และป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) มีโดยทั่วไป แต่ความเป็นมิตรระหว่างพวกเรา แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจ เพื่อช่วยให้รัฐบาลของตู่ ซึ่งมีพี่ป้อมและพี่ป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) แม้ว่าจะติดภารกิจไม่ได้มาในวันนี้เป็นผู้คอยดูแลน้องตู่ ให้การทำงานทุกอย่างเรียบร้อย คิดว่าคนไทยเข้าใจที่นายกฯทำงาน อย่าไปสนใจคนที่วิพากษ์วิจารณ์ อยากให้นายกฯสนใจเรื่องที่เรามุ่งมั่นปรารถนาทำเพื่อชาติบ้านเมือง ถ้าพวกเขาพูดก็ปล่อยให้พูดไป อย่าเอามาเป็นกังวลให้ปวดศีรษะเปล่าๆ ดีใจที่ความเป็นมิตรของเรามั่นคง มั่งคั่ง ขอให้หนักแน่นมั่นคงเป็นตู่คนเดิม เมื่อสมัยเป็น ผบ.ทบ.จนถึงเป็นนายกฯ ถ้าทำได้เช่นนั้นการปวดศีรษะคงน้อยลง” พล.อ.เปรมกล่าว

ซาบซึ้งความเป็นมิตรยั่งยืนมั่นคง

พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า อยากให้พรว่าขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่อยู่บน สวรรค์ และคนไทยทุกหมู่เหล่าได้เห็นความดีของรัฐบาลชุดนี้ ขอให้เป็นกำลังใจเพื่อเป็นเกราะกำบังอันตราย สำเร็จในหน้าที่การงาน และขอให้มีเกียรติมีชื่อเสียงทำให้คนไทยมีความสุข ระลึกอยู่เสมอว่ารัฐบาลของนายกฯตู่ ไปช่วยคนไทยให้มีความสุขมากขึ้น ขอให้สุขภาพแข็งแรง มั่นคงที่จะสละทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง จะจำวันนี้ไว้ว่าจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ความเป็นมิตรจะยั่งยืนตลอดไป ไม่ว่าจะจนลง รวยขึ้นหรือไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว แต่ความเป็นมิตรยังคงอยู่ที่เดิม ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลชาติบ้านเมืองให้มีความสุข ขอให้ทุกคนโชคดี มีคนรักเยอะๆมีคนไม่รักน้อยๆ ทั้งนี้ พล.อ.เปรมสอบถามนายกฯว่าปีนี้มีทหาร ตำรวจใครเกษียณบ้างนายกฯกล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า มี ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.ทร.ที่เกษียณ ส่วน ผบ.ตร ยังไม่เกษียณแต่ถ้าคุมสถานการณ์ไม่ได้ จะให้เกษียณก่อนอายุหรือไม่ก็เกษียณกันยกแผง

ลั่นไม่จำเป็นต้องตั้งใครมาปกป้อง

ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วและผ่านคณะกรรมการคัดเลือกหลายคณะ มีความเป็นธรรมอยู่แล้ว อย่าไปเขียนกันให้เกิดความวุ่นวาย คนนี้ได้เป็นคนโน้นไม่ได้เป็น หรือคนนี้เป็นคนของคนนั้นคนนี้ ที่บอกว่าเป็นบูรพาพยัคฆ์และวงศ์เทวัญนั้น ใครเป็นคนตั้งก็สื่อตั้งกันเอง ส่วนที่มีการตั้งคนของรัฐบาลและ คสช.ขึ้นมาเพื่อดูแลหลังจากลงจากตำแหน่งนั้น ก็ไปวิพากษ์วิจารณ์กันแบบนี้ ไม่จำเป็นให้ใครมาปกป้องตนหรอก คุณคิดกันแบบนี้ ใครที่มีอำนาจใครที่เป็นรัฐบาล ต้องทำความดีไว้ปกป้องตัวเอง ไม่ใช่สร้างคนมาปกป้องตัวเอง หรือไปตั้งคนมาปกป้องตัวเองมันปกป้องไม่ได้ แล้วดูคดีที่อยู่ในศาลเป็นอย่างไรปกป้องได้หรือไม่ เขียนกันเป็นนิยายไปเรื่อย

เผยป๋าให้ใจเย็นไม่ทะเลาะเรื่องเล็กๆ

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นองค์ปาฐกหัวข้อ “ปฏิรูปยั่งยืน พลิกฟื้นประเทศไทย” ในงานบางกอกโพสต์ ฟอรั่ม 2017 ให้กับภาคเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 คน โดยนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับและกล่าวว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป จากนั้นนายกฯกล่าวปาฐกว่า ทุกคนต้องมีส่วนร่วมพลิกฟื้นประเทศกลับคืน ต้องปฏิรูปในทุกด้าน ไม่สาละวนกับปัญหาเดิมๆที่ให้น้ำเกลือผู้ป่วยไปเรื่อยๆ แต่ต้องให้วัคซีนและยาฆ่าเชื้อลงไปบ้าง รัฐบาลทำคนเดียวไม่ได้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือด้วยโดยเฉพาะสื่อมวลชน “เมื่อเช้าผมเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท่านบอกว่าประยุทธ์ใจเย็นๆนะ เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่าไปทะเลาะกับเขาเลย เอาเรื่องใหญ่ๆดีกว่า พยายามมา 3 ปีแต่ก็ได้แค่นี้ แต่จะพยายามต่อไป เพราะไม่ได้เข้ามาทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อสืบต่ออำนาจ แม้ผู้เปิดงานให้กำลังใจตนให้เป็นนายกฯต่อไปก็ตาม

ขอเดินสองเท้าไม่คิดขึ้นขี่หลังเสือ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างข้าว ตนได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว หน้ายังไม่เป็นไร ทดลองหมด เพราะต้องเผชิญความเสี่ยงก่อนเป็นคนแรกเพื่อรับประกัน เครื่องสำอางจริงๆแล้วเป็นคนไม่ชอบใช้ แต่วันนี้ต้องใช้เพราะเป็นนายกฯ ไม่ได้อยากให้หล่อ ต้องลองกินทุกอย่าง “หลายคนห่วงว่าจะมีคนวางยาพิษ แต่เชื่อว่าความดีที่ทำไว้น่าจะปกป้องผมได้ ไม่มีใครจะดูแลเราได้แม้ รปภ.ก็ตาม ฉะนั้นไม่ต้องไปกลัว การตั้งทหารตำรวจ ตั้งอะไร เขาคุ้มครองไม่ได้หรอก ไม่ต้องกลัว สื่อถามผมว่าจะลงจากหลังเสือต้องตั้งคนมาดูแลหรือไม่ ผมไม่ได้คิดว่าขึ้นหลังเสือ เป็นคนธรรมดาเข้ามาผลิกฟื้นแผ่นดินบนความท้าทาย ผมไม่ขึ้นหรอกหลังเสือ เพราะแม้แต่คนเลี้ยงเสือยังตายไปเยอะ เดินด้วยสองเท้าของตัวเองนี่แหละ โดยมีประชาชนเดินเคียงข้าง”

โต้ไม่ได้ซื้ออาวุธให้ทหารไว้ปฏิวัติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายเกิดปัญหาอะไรขึ้น ทั้งที่เป็นแค่คดีหนึ่งในล้านคดี ก็ยกมาเป็นประเด็นทุกวันจนวุ่นวายไปหมด ต้องทำให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของศาลอุทธรณ์ ฎีกาว่ากันไป ถ้าปลุกกันไปมา อีกหน่อยศาลก็ทำอะไรไม่ได้ ศาลตัดสินด้วยหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ อย่าคิดกันเอาเอง อย่าให้เรื่องนี้ทำให้ชาติวุ่นวายอีกเลย ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ใช่จะอยู่ต่อไปอีก 20 ปี จะเป็นเรื่องกลไกประชาธิปไตย หากตนจะเล่นการเมืองต้องเป็นนักการเมือง แม้จะมีคนเชียร์ทั้งประเทศ ก็เป็นนายกฯต่อไม่ได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามคนในห้องว่า มีใครอยากให้เป็นนายกฯต่อหรือไม่ มีเพียง 3 คนที่ยกมือ ก่อนกล่าวว่ามีคนให้แค่ 3 คนก็จะทำ แม้ผลโพลตกต่ำก็จะทำงานต่อไป แต่ทำตามวาระที่มีอยู่ เราต้องการเป็นมหาอำนาจที่ไม่ใช่มหาอำนาจทางอาวุธ ต้องไม่ใช่รัฐบาลที่ทุ่มเงินซื้ออาวุธ แต่ต้องแข็งแรงด้วยใจ และขออย่ารังเกียจทหารมากนัก เราไม่ได้ซื้ออาวุธหรือเตรียมทหารเพื่อทำปฏิวัติ เพราะถ้าทำจะทำตอนไหนก็ได้ แต่ไม่อยากทำ

ยุทธศาสตร์ชาติยังปรับแก้ได้

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เชิญตัวแทนพรรคการเมืองร่วมรับฟังทำความเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยเชิญพรรคการเมือง 40 พรรค แต่มาเข้าร่วม 38 พรรค ขาด 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อฟ้าดิน โดย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี กล่าวว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้เกิดการบูรณาการเนื้องานทั้งระบบ ยืนยันไม่ได้คิดเอาเอง แต่รับฟังความคิดเห็นประชาชนมาโดยตลอด ทุกคนได้มีส่วนร่วม ที่ต้องกำหนดระยะเวลา 20 ปี เหมือนการดูแลบุตรหลานให้ได้รับการศึกษาในระยะเวลา 20 ปี สามารถปรับเปลี่ยนได้ ยืนยันไม่ได้ผูกมัดรัฐบาลใด ทุกรัฐบาลมีเสรีภาพคิดนโยบายบริหารประเทศ แต่ต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และทุกยุทธศาสตร์ที่เราทำต่างเป็นเรื่องสร้างความเจริญให้ประเทศทั้งนั้น ถ้าสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงสามารถปรับแก้ได้ แต่ไม่ใช่การทำตามอำเภอใจ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน

ผู้ตรวจการฯตีตกคำร้อง “เรืองไกร”

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงว่า กรณีที่จากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่ามาตรา 13 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หรือไม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้ว เรื่องที่ร้องเรียนมานั้นไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น ให้เป็นหน้าที่หรืออำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะกระทำได้ จึงขอยุติเรื่องร้องเรียน

ปภ.ยันซื้อ ฮ. 2 ลำ โปร่งใสยังไม่เคาะ

วันเดียวกัน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการจัดหาอากาศยานปีกหมุน (เฮลิคอปเตอร์) ของ ปภ. 2 ลำ ใช้ในภารกิจการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ผูกพันงบประมาณ 3 ปี (2560-2562) ว่า ปภ.เสนอขอจัดตั้งงบประมาณ ส่วนกองทัพบกสนับสนุนการเตรียมนักบิน การซ่อมบำรุง และการดูแลอากาศยาน การจัดหามี 2 แนวทาง คือ 1.แจ้งข้อมูลไปยังบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ทั้งจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และรัสเซีย 2.ทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประสานสถานทูตไทยให้แจ้งข้อมูลพร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ โดยจัดทำทีโออาร์อย่างเปิดกว้างให้แข่งขันเสรี และจัดทำราคากลางเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ช.กำหนด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประกาศประกวดราคา ยังไม่ได้คัดเลือกผู้เสนอราคาหรือผู้ผลิตรายใดเป็นผู้จัดหา ผู้สนใจยื่นข้อเสนอได้ภายในวันที่ 25 ก.ย.60 ยืนยันทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบราชการ โปร่งใส เป็นธรรม เปิดกว้าง ไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายใดหรือผูกขาดยี่ห้อหนึ่งยี่ห้อใด