วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดเช็กระยะบ้านเมือง

นับตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.2558 อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามกฎหมาย ป.ป.ช.

และปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตาม ป.อาญา มาตรา 157 กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

รวมระยะเวลาพิจารณาคดี 2 ปีกว่า ทั้งไต่สวนพยานโจทก์ 14 ปาก พยานจำเลย 42 ปาก

และจำเลยแถลงปิดคดีด้วยวาจาไปเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา

เข็มนาฬิกาเดินมาถึงวันชี้ชะตา “ยิ่งลักษณ์” ในวันพิพากษา

รวมทั้งอีกคดีที่เดินคู่กันมา ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ในโครงการเดียวกัน ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก เป็นจำเลย

“ยิ่งลักษณ์” และรัฐมนตรีคู่บุญที่รับผิดชอบโครงการสำคัญ ถึงจุดลุ้นระทึกพร้อมกัน

จากจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว อีกหนึ่งนโยบายที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะในสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เปิดทางให้ “ยิ่งลักษณ์”กลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศไทย

นโยบายสำคัญของ “ผู้นำโคลนนิ่ง” ของพี่ชาย “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร”

ถูกตรวจสอบตั้งแต่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว และมีมติชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อปี 2557 ก่อนส่งเรื่องให้อัยการส่งฟ้องต่อศาล

จุดขาย “จำนำข้าว” กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่อดีตนายกฯหญิงต้องแก้ข้อกล่าวหามาตลอด

และจะกลายเป็น “จุดตาย” หรือไม่

และแน่นอน ชะตากรรมของอดีตนายกฯหญิง น้องสาวของ “อดีตนายกฯทักษิณ” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นตัวแปรในสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา

“โจทย์ทักษิณ” เป็นใหญ่–โจทย์ยากของผู้มีอำนาจในยุคสมัยปัจจุบัน

คดีของ “ยิ่งลักษณ์” มีบทสรุปอย่างไร จะชี้แนวโน้มเส้นทางเดินต่อไปของบ้านเมือง ก็ว่าได้

ไม่แปลกที่ทุกฝ่ายในบ้านเมือง ปรับโฟกัสมาที่คดีนี้

โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลที่นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่แม้จะให้สัมภาษณ์และแสดงท่าทีไม่หนักใจกับผลของคดีใหญ่ แต่อีกทางฝ่ายความมั่นคงขยับกันคึกคัก

ช่วยกันจับตาจนตาจะอักเสบกันแล้ว

ทั้งกองทัพ คสช. ฝ่ายปกครอง สั่งตรวจตรา เช็กการข่าวความเคลื่อนไหวมวลชน มีกระแสข่าวสกัดคิวระดมคนเข้า กทม.ในพื้นที่ต่างๆ ไปจนกระทั่งส่งสัญญาณเข้ม ช่วยดูแลบริเวณศาลในวันพิพากษา

ขณะที่ตำรวจ เปิดแผนกรกฎ 52 คุมเข้ม จัดกำลังตำรวจ 24 กองร้อย ชนิดประกบแบบ 1 ต่อ 1 สั่งติดตั้งตรวจกล้องวงจรปิด กำหนดจุดไม่ให้กองเชียร์เข้าโซนพื้นที่ห้าม เพิ่มเครื่องมือ ติดวิทยุดิจิตอล 4 จีให้ตำรวจ

ฝ่ายความมั่นคงรัฐขยับกันยกแผง ชนิด “อดีตนายกฯปู” ต้องมาโพสต์ข้อความเปิดเกมโค้งสุดท้าย

เบรกมวลชนไม่ให้เดินทางไปศาล ขอให้เชียร์อยู่ที่บ้าน

หลังอ่านทางจนโค้งสุดท้าย กองทัพมดยังฝ่าด่านเหนื่อย

เอาเป็นว่า ถึงจุดชี้ชะตา ‘ยิ่งลักษณ์’ที่แม้จะยังมีช่องทางยื่นอุทธรณ์ยื้อสู้ต่อ ในกรณีคำพิพากษาออกมาในทางลบที่สุด แต่บทสรุปที่ออกมาวันที่ 25 ส.ค. น่าจะทำให้เห็นแนวโน้มสถานการณ์บ้านเมือง

ทิศทางของ “อำนาจพิเศษ” จะต้องเทน้ำหนักมาที่โหมดคุมความมั่นคงเต็มมืออีกครั้งหรือไม่

ในห้วงคุมการเปลี่ยนผ่าน เดินมาชะลอที่จุด “เช็กระยะ”

เมื่อ “ชะตายิ่งลักษณ์” เป็นอีกตัววัดดีกรีร้อนบ้านเมือง.


ทีมข่าวการเมือง