วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดนิทรรศการรําลึกร.9 ใน70ประเทศ-1นครรัฐ 2ภาษาทั้งไทย-อังกฤษ

อธิบดีกรมธนารักษ์เผย เหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เหลือเฉพาะเหรียญคิวโปรนิกเกิลยังมียอดจองสูงขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าสิ้นเดือน ส.ค.จะถูกจองหมด ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศนั้น หน.สาขาวิชาจิตรกรรมไทย เพาะช่าง ลงสีช้างสิบตระกูลไปแล้ว 3 ตัว คือ อุโบสถหัตถี เหมหัตถี และกาลวกะ และกุญชรวารี ที่เป็นช้างหิมพานต์อีกหนึ่งตัว ที่เหลือจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 ในต่างประเทศ

หลังจากที่มีประชาชนแห่จองเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพียงไม่กี่วันเหรียญที่ระลึกดังกล่าว โดยเฉพาะเหรียญทองคำ เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง

รมดำพ่นทรายมียอดจองเต็มหมด เกี่ยวกับกรณีนี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรม ธนารักษ์ กล่าวว่า บรรยากาศในการจองเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เป็นวันที่ 3 เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่เหรียญทองคำ เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง

รมดำพ่นทรายถูกจองหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา เหลือเหรียญคิวโปรนิกเกิลที่มียอดการผลิตมากที่สุดถึง 39,999,999 เหรียญ ยังเปิดจองตามปกติ โดยช่วงเช้ามียอดจองเพิ่มเข้ามา 500,000-600,000 เหรียญ คาดว่าจะมียอดจองอย่างต่อเนื่อง และมียอดจองเหรียญชนิดนี้อยู่ในราว 26 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม หากสถิติการจองเหรียญ โปรนิกเกิลยังเป็นอย่างนี้ต่อไป คาดว่าสิ้นเดือน ส.ค.หรือต้นเดือน ก.ย.นี้ จะถูกจองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้รายงานเรื่องยอดการจองเหรียญทั้งหมดให้กระทรวงการคลังรับทราบแล้ว

ในส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศวันเดียวกัน ผศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส หัวหน้าสาขาวิชาจิตรกรรมไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง กล่าวว่า กรมศิลปากรได้มอบหมายให้วิทยาลัยเพาะช่างดำเนินการปั้นช้างสิบตระกูล และช้างหิมพานต์ประดับพระเมรุมาศ ล่าสุดสำนักช่างสิบหมู่ได้ตรวจรับต้นแบบช้างจำนวน 30 ตัว แบ่งเป็นช้าง 10 ตระกูล 20 ตัว และช้างหิมพานต์ 10 ตัว โดยสาขาประติมากรรมไทยทยอยหล่อไฟเบอร์กลาส และส่งให้สาขาวิชาจิตรกรรมไทยลงสีเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ลงสีแล้ว 4 ตัว เป็นช้าง 10 ตระกูล 3 ตัว คือ อุโบสถ–หัตถี เหมหัตถี กาลวกะ และอีกตัวเป็นช้างหิมพานต์ชื่อกุญชรวารี โดยศึกษาจากข้อมูลสมุดไทยช้างโบราณ และภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดสุทัศนเทพวราราม ในการทำร่างแบบสีและคัดลายเส้น ก่อนที่จะหารือกับช่างสิบหมู่และภูมิสถาปัตยกรรมช่วยพิจารณา

หน.สาขาวิชาจิตรกรรมไทย ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง กล่าวว่า สำหรับร่างสีช้าง 10 ตระกูลที่จะดำเนินการลงสี ประกอบด้วย 1.ฉัททันต์หัตถี พญาช้าง ที่มีกำลังสูงสุดมีสีกายขาวบริสุทธิ์ดั่งเงินยาง 2.อุโบสถหัตถี สีกายดั่งทองนพคุณ 3.เหมหัตถี ผิวกายดั่งรัศมีทอง 4.มงคลหัตถี สีกายดั่งสีนิล หรือสีดอกอัญชัน 5.คันธหัตถี สีกายดั่งไม้กฤษณา ปัสสาวะและมูลมีกลิ่นหอม 6.ปิงคลหัตถี สีกายดั่งสีตาแมว 7.ดามพหัตถี สีกายดั่งสีทองแดง มีอานุภาพห้าวหาญในการศึก 8.บัณฑรหัตถี สีกายดั่งรัศมีเงินหรือเขาไกรลาศ องอาจในการสงคราม 9.คังไคยหัตถี สีกายดั่งสีน้ำไหล เกิดบริเวณลุ่มแม่น้ำคงคา และ
10.กาลวกหัตถี สีกายดำดั่งปีกกา หรือดำดั่งย้อมด้วยน้ำรัก ส่วนช้างหิมพานต์อีก 10 ตัวนั้น ยึดโครงสีเดียวกับประติมากรรมของช่างสิบหมู่เป็นกลุ่มสีที่ค่อนข้างเบาให้ความรู้สึกถึงความเป็นทิพย์บนสวรรค์และใส่จินตนาการลงไป การลงสีระยะแรก มีศิษย์เก่าที่มีฝีมือ 6 คนเข้ามาช่วยงาน ช้าง 1 ตัวจะมีผู้ลงสี 2 คน ใช้เวลาทำงานไม่เกิน 1-2 วัน หากหล่อช้างได้มากขึ้นจะระดมศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงจิตอาสาเข้ามาช่วยเพื่อให้แล้วเสร็จตามเวลาภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กรมสารนิเทศได้รับมอบหมายให้จัดทำนิทรรศการพระราชกรณียกิจและการเจริญพระราชไมตรีในต่างแดนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดทำนิทรรศการเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือจัดทำชุดนิทรรศการให้กงสุลใหญ่ 28 ประเทศ 1 นครรัฐ ที่พระองค์เคยเสด็จเยือน และจัดทำชุดนิทรรศการให้กงสุลใหญ่ อีก 42 ประเทศที่พระองค์ยังมิได้เสด็จเยือน โดยบอร์ดประกอบไปด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจ การเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ การพัฒนาประเทศ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริ และการสดุดีพระเกียรติคุณจากมิตรประเทศ รวมทั้งสิ้น 7 บอร์ด ทยอยจัดทำส่งให้ทั้ง 70 ประเทศ และ 1 นครรัฐ ในปลายเดือน ส.ค. จนถึง ก.ย. เพื่อให้แต่ละประเทศนำไปจัดแสดงในวันงานพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 16 ต.ค.นี้โดยพร้อมเพรียงกันทุกประเทศ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค.นี้