วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กาญจนบุรี เปิดโปงทุจริต รองผู้ว่าฯ สั่งสอบ พบจ้างเปิดบัญชีแต่ไม่ทำงานจริง

กาญจนบุรี เปิดโปงขบวนการทุจริตโครงการ 9101 รองผู้ว่าฯ สั่งตรวจสอบ อำเภอท่ามะกา พบจ้างเปิดบัญชีแต่ไม่ทำงานจริง เสร็จแล้วให้ไปเบิกเงินให้ค่าตอบแทนรายละ 500-1,000 บาท ทั้งยังมีการ สวมชื่อนักเรียนกับนักศึกษา อีกด้วย

ความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ที่ หมู่ 2 ต.หนองลาน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 13.30 น. นายรณชัย จิตรวิเศษ รอง ผวจ.กาญจนบุรี รก.ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า  ได้รับเรื่องร้องเรียนมา แต่ว่าในภาพรวมโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ในพื้นที่กาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ 122 ชุมชน 329 โครงการนี้ ถือว่าเรียบร้อยดีในส่วนใหญ่ แต่ก็ได้สอบถามไปยังนายอำเภอท่ามะกา ทราบว่า มี 2 หมู่บ้านที่มีปัญหา ซึ่งตรงนี้ได้กำชับให้ทางอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า ในโครงการดังกล่าว ทราบว่า เป็นเรื่องของการจ้างแรงงาน ส่วนการดำเนินก็ต้องว่ากันไปตามถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องต้องหาคนรับผิดชอบ แต่ก็ต้องดำเนินโครงการต่อไป โครงการนี้เป็นโครงการสำคัญของรัฐ

ส่วนที่ ที่ว่าการอำเภอท่ามะกา นายกิตตินันท์ อรรถบท นายอำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้สั่งตั้งคณะกรรมการที่ 275 / 2560 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2560 โดยให้ นางสาวเบญจวรรณ ฟักแก้ว หน.กลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่ามะกา เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประกอบด้วย เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ และ เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ อีก 2 คน เป็นกรรมการ

โดย นางสาวเบญจวรรณ เปิดเผยว่า หลังจากมีราษฎรในหมู่ 2 ต.หนองลาน ได้ร้องเรียนไปยังนายสมศักดิ์ ใจงาม กำนันตำบลหนองลาน ว่า มีการจ้างวานให้ราษฎรที่ไม่ได้ทำงานจริง ไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธ.ก.ส. เพื่อรับโอนเงินเป็นค่าแรงงาน ในการดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ โครงการย่อยฟาร์มชุมชนหกหลัง หมู่ 2 ต.หนองลาน แล้วจะให้เงิน 1,000 บาท โดยชาวบ้านร้องเรียนเพราะกลัวความผิด จึงมาแจ้งให้กำนันรับทราบและยินดีคืนเงิน

นางสาวเบญจวรรณ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสอบปากคำ กำนัน ผู้ร้องเรียนทั้ง 6 คน คณะกรรมการโครงอีก 10 คน และขณะนี้สอบสวนราษฎรผู้ใช้แรงงานที่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารไปแล้ว 2 งวด งวดแรก จำนวน 56 คน ทำงานระหว่างวันที่ 20-26 ก.ค.60 รวม7วัน วันละ 305 บาท คิดเป็นเงินคนละ 2,135 บาท งวดที่สอง จำนวน 53 คน ทำงานวันที่ 27ก.ค.-8ส.ค. รวม 13 วัน คิดเป็นเงิน 3,965 บาท โดยตอนนี้สอบสวนได้ 30 คน ที่เหลือกำลังสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

นางสาวเบญจวรรณ เปิดเผยต่อว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า มีมูลความผิดตามที่ราษฎรร้องเรียนต่อกำนันจริง โดยมีกรรมการโครงการบางคนไปบอกให้ราษฎรที่ไม่ได้ทำงานจริง ยังไม่มีบัญชีธนาคารให้ไปเปิดบัญชี แล้วเอาเลขบัญชีมาให้กรรมการโครงการเพื่อโอนค่าจ้างแรงงานและเมื่อเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว ให้เบิกเงินมาคืนกรรมการ เสร็จแล้วจะให้ค่าตอบแทน รายละ 1,000 บาท บางราย 500 บาท ส่วนราษฎรบางรายที่ไม่ได้ทำงานจริง แต่มีสมุดบัญชีธนาคารอยู่แล้ว ก็ให้นำสมุดมาให้กรรมการและเมื่อรับโอนเงินแล้ว เบิกเงินมาก็จะให้เงินตอบแทน รายละ 1,000 บาท หรือ บางราย 500 บาท

นางสาวเบญจวรรณ เปิดเผยท้ายสุดว่า ราษฎรที่ไม่ได้ทำงานจริง แต่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี ส่วนมากยอมรับความจริง รับสารภาพ ทุกคนยินดีคืนเงินแก่ทางราชการ โดยบางคนไม่รู้เรื่องโครงการนี้เลย แต่มีเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร ไปปรากฎในเอกสารการเบิกจ่ายเงินค่าแรงงาน หรือ บช.๑๒ ที่ยื่นกับธนาคารให้โอนเข้าบัญชี นอกจากนี้ ยังสอบพบมีชื่อเด็กนักเรียน และนักศึกษา ที่กำลังเรียนอยู่นอกพื้นที่แต่มีชื่อเบิกจ่ายเงินค่าแรงงาน (บช.๑๒) โดยที่ไม่ได้ทำงานจริงอีกด้วย โดยนัดหมายสอบเด็กในวันที่ 26 ส.ค. นี้ และคาดว่า จะสรุปสำนวนเสนอนายอำเภอท่ามะกา เพื่อพิจารณาสั่งการได้ ในวันที่ 29 ส.ค.60 นี้