วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบ2แก๊งรีดซีเรีย อดีต ‘ล่ามลุมพินี’

ล่าอีก1เลบานอน น.1ยันไม่มีตํารวจ

รวบแล้ว 2 ใน 3 ผู้ต้องหาอ้างเป็นตำรวจอาสารีดเงินผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่แท้เป็นชาวต่างชาติทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาอารบิกให้ตำรวจ เหยื่อเผยเคยเห็นกลุ่มผู้ต้องหาจับชาวต่างชาติแล้วปล่อยหลายครั้ง คิดว่าช่วยได้เลยทยอยจ่าย 4 ครั้ง รวม 6.55 แสนบาท หลังเกิดเรื่องหวั่นวิตกไม่ปลอดภัย กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นมาเฟียหากินในประเทศไทย ต้องร้องขอเข้าระบบคุ้มครองพยานกับดีเอสไอ

จากกรณีนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย หอบหลักฐานหนังสือผู้ลี้ภัยจาก UNHCR เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่านายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล อายุ 23 ปี ลูกชาย ถูกตำรวจจับในซอยนานา ข้อหาอยู่ในไทยเกินกำหนด ก่อนมีกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจอาสาเรียกเงินหลายครั้งรวม 6.55 แสนบาทแลกกับการปล่อยตัว สุดท้ายโดนเชิดเงิน ลูกชายถูกส่งไปควบคุมที่สถานกักตัวคนต่างด้าว หลังการร้องเรียนมีหลายหน่วยงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาชาวอียิปต์ ซีเรีย เลบานอน รวม 3 คน

ที่ สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. พ.ต.ท.สมเกียรติ พลอยทับทิม รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย นายคาซาล วาเกล อายุ 27 ปี ชาวซีเรีย นายบาเซิล ชาวเลบานอน และนายอิสลาม อาร์เมด อายุ 32 ปี ชาวอียิปต์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ เลขที่ 185-187/2560 ตามลำดับ ลงวันที่ 23 ส.ค.60 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยนายคาซาล วาเกล ถูกตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 4 แขวงและเขตคลองเตย กทม. เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค. ส่วนนายอิสลาม อาร์เมด ถูกจับที่ลานจอดรถ ตรงข้ามโรงแรมนาซ่า วีกัส ถนนรามคำแหง แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 ส.ค. เนื่องจากกลับมาหาภรรยาและลูก หลังหนีไปกบดานอยู่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เดินทางมายัง สน.ลุมพินี เพื่อสอบปากคำ 2 ผู้ต้องหาด้วยตนเอง มี พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี เข้าร่วมสอบปากคำที่ห้องประชุมสมประสงค์ ชั้น 2 สน.ลุมพินี หลังเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธ อ้างเรื่องดังกล่าวเกิดจากชู้สาว ระหว่างนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล กับนายอิสลาม อาร์เมด ที่ไปติดพันหญิงสาวชาวโมร็อกโก ทำให้ไม่พอใจกัน นายอิสลาม อาร์เมด จึงไปแจ้งตำรวจ สน.ลุมพินี ให้จับกุมนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อคุมตัวมาตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อเรียกตรวจพาสปอร์ตพบการอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด ถูกดำเนินคดีนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.60 ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี ขณะนี้ถูกกักกันตัวที่ สตม. ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ต้องหาไปอ้างกับนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ผู้เป็นพ่อว่า สามารถช่วยเหลือได้แลกกับการจ่ายเงิน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่ออีกว่า ลำดับพฤติการณ์ก่อเหตุของผู้ต้องหานั้น แบ่งออกเป็น 4 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 2 มิ.ย. เวลาประมาณ 01.00 น. นางอิฮานา แฟนสาวนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล นำเงิน 25,000 บาท ไปให้กลุ่มผู้ต้องหาในซอยสุขุมวิท 4 ต่อมาในช่วงบ่ายของวันที่ 2 มิ.ย. นางอิฮานานำเงิน 50,000 บาท ไปให้นายอิสลาม อาร์เมด 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาที่ข้าง สน.ลุมพินี

ครั้งที่ 3 ตีหนึ่งของวันที่ 5 มิ.ย. ผู้เสียหายนำเงิน 280,000 บาท พร้อมรถ จยย. 1 คัน มูลค่าประมาณ 150,000 บาท ไปให้กลุ่มผู้ต้องหา ภายในซอยสุขุมวิท 4 ครั้งสุดท้ายทุ่มตรงวันที่ 10 มิ.ย. กลุ่มผู้ต้องหานัดนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ที่ร้านอาหารนาฟาซิตี้ ซอยสุขุมวิท 3 อ้างว่าอยู่ระหว่างดำเนินการเซ็นเอกสารและต้องการเงินเพิ่มอีก ผู้เสียหายจึงมอบเงินให้อีก 150,000 บาท รวมจำนวนเงินที่ผู้เสียหายจ่ายให้กลุ่มผู้ต้องหารวมทั้งหมด 655,000 บาท ตรวจสอบพบกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นอดีตล่ามแปลภาษาอารบิกให้กับตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจอาสาและไม่ได้ทำงานให้ตำรวจมานานแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง

ด้านนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ที่เดินทางมาสังเกตุการณ์การสอบปากคำครั้งนี้ ได้ยกมือไหว้ขอบคุณ พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมกล่าวผ่านล่ามว่า ดีใจที่ตำรวจไทยขจัดคนพวกนี้ไปได้ สิ่งที่ทำให้ตนเชื่อคนกลุ่มนี้เป็นอาสาตำรวจ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเห็นกลุ่มผู้ต้องหาไล่จับชาวต่างชาติในพื้นที่ซอยนานาแล้วปล่อยตัวไป จึงคิดว่าน่าจะช่วยเหลือได้เลยยอมจ่ายเงิน ในส่วนของลูกชายนั้นไม่ทราบจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ไม่น่าถูกส่งกลับไปประเทศซีเรีย เนื่องจากมีภาวะสงคราม อาจต้องร้องขอให้ส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 ผ่านช่องทางองค์การสหประชาชาติ หลังจากนี้จะเดินทางไปร้องทุกข์ขอเข้าระบบคุ้มครองพยานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บ่ายวันเดียวกัน นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ นายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามแปลภาษา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอมารับแทน นายปัณชพัฒน์กล่าวว่า ที่มาร้องดีเอสไอเนื่องจากพบข้อมูล 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นชาวซีเรีย เคยถูกดีเอสไอจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์มีพฤติการณ์เป็นมาเฟียต่างชาติหากินในประเทศไทย ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวจึงมาร้องขอเข้าระบบคุ้มครองพยานของดีเอสไอ นอกจากนี้ ตำรวจ สน. ลุมพินี ยังดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงเท่านั้น เลยเดินทางมายื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เอาผิดผู้ต้องหาทั้งสาม ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และกรรโชกทรัพย์ ภายหลัง พ.ต.ต.วรณันเผยว่า เบื้องต้นรับเอกสารร้องเรียนเสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อนำเข้าคณะกรรมการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนเรื่องคุ้มครองพยานนั้นต้องรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษก่อนถึงจะสามารถเข้าระบบคุ้มครองพยานได้