วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิษพายุฮาโตะ เตือน24จังหวัดระวัง

นํ้าท่วมฉับพลัน จันท์อ่วม5ตําบล

จันทบุรีอ่วมเจออิทธิพลพายุฮาโตะ ฝนถล่มน้ำป่าทะลักกลางดึกท่วม 5 ตำบล 28 หมู่บ้าน จมบาดาล ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งนำเรือท้องแบนอพยพผู้ป่วยและคนแก่โกลาหล นครพนมฝนตกหนัก 2 อำเภอ ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงต่อเนื่อง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับสายไฟฟ้าหลายจุด ส่วนลุ่มเจ้าพระยาน้ำเพิ่มสูง คลองสาขาน้ำล้นตลิ่ง ชาวโผงเผง จ.อ่างทอง ต้องใช้เรือสัญจร ผวาสัตว์มีพิษหนีมาตามน้ำ อุตุฯเตือน 24 จังหวัด รับมือพายุฮาโตะ ระวังนํ้าท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

จากอิทธิพลพายุฮาโตะ มีศูนย์กลางอยู่มณฑลกว่างสี ประเทศจีน กำลังเคลื่อนเข้าตอนบนประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.จันทบุรี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ปัถวี ต.ฉมัน ต.อ่างคีรี ต.มะขาม ต.วังแซ้ม อ.มะขาม ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1.20-1.50 เมตร บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 28 หมู่บ้าน 1,180 ครอบครัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเรือท้องแบนและรถสูงเข้าพื้นที่อพยพผู้สูงอายุและ
ผู้ป่วยไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมถึงช่วยขนย้ายทรัพย์สินของประชาชนขึ้นที่สูงอย่างโกลาหล พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ น้ำป่าไหลหลากท่วมกองกำกับการ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 (ตชด.11) ค่ายเจ้าพระยาบดินทร์เดชา ต.มะขาม อ.มะขาม ระดับท่วมสูง 50 ซม. เจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายสิ่งของและอาวุธที่จำเป็นไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว เช่นเดียวกับถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ถูกน้ำป่าท่วมถนนทั้ง 4 ช่องทางจราจร ฝั่งขาเข้าและขาออก ระยะทางกว่า 500 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ส่งผลให้การจราจรติดขัด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ใช้เรือท้องแบนอพยพยาย อายุ 84 ปี ป่วยเป็นอัมพาตนอนติดเตียงนาน 6 ปี ออกจากบ้านพักกลางสวนผลไม้พื้นที่หมู่ 2 ต.มะขาม อ.มะขาม ไปยังสถานที่ปลอดภัยหลังระดับน้ำสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นายราเชนทร์ พนิตชิโนรส อายุ 56 ปี พร้อมด้วยญาติ เร่งเคลื่อนย้ายโลงศพลูกชาย ตั้งอยู่ภายในศาลาบำเพ็ญกุศล วัดมะขามเตี้ย อ.มะขาม ขึ้นไปบนศาลาใหญ่ หลังน้ำป่าไหลทะลักท่วมศาลา ส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงพวงหรีดได้รับความเสียหาย

ส่วน จ.นครพนม มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นาทม วัดปริมาณน้ำฝนได้ 96 มิลลิเมตร และ อ.ท่าอุเทน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 78 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น 20-30 ซม. อยู่ที่ 9 เมตร จากระดับวิกฤติ 13 เมตร ส่วนลำน้ำสาขา เช่น ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลระบายลงแม่น้ำโขงได้ล่าช้า นอกจากนี้ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกลมพายุพัดจนหักโค่นล้มทับสายไฟฟ้าริมถนนสายท่าอุเทน-ศรีสงคราม หลายจุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ติดลำนํ้าสงคราม ลำน้ำอูน ที่ยังต้องเฝ้าระวังเพราะปริมาณน้ำยังสูง ในส่วนของบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมระดับน้ำลดลงแล้ว เหลือเพียงพื้นที่การเกษตรที่ยังได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.นาทม และ อ.โพนสวรรค์ สำหรับ จ.นครพนม ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 11 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 82 ตำบล 677 หมู่บ้าน 22,555 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 2 แสนไร่ ถนนเสียหายกว่า 70 สาย รวมถึงสัตว์เลี้ยงการเกษตรอีกจำนวนมาก อยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ คาดว่าจะต้องใช้เงินฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เพราะเสียหายหนักสุดรอบ 50 ปี

ด้านนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ สำหรับเขื่อนลำปาวปรับลดการระบายน้ำเหลือวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำทุกอำเภอเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนที่ประสบภัยมีกำลังใจ และมีความหวังว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝนต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผวจ.สกลนคร เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 18 อำเภอ 136,582 ครัวเรือน มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 431,277 คน บ้านเรือนพังเสียหาย 1,049 หลัง วัด 19 แห่ง โรงเรียน 15 แห่ง นาข้าว 855,904 ไร่ พืชไร่ 19,890 ไร่ พืชสวน 14,852 ไร่ ด้านปศุสัตว์ 119,014 ตัว สัตว์ปีก 787,352 ตัว สิ่งสาธารณประโยชน์ เช่น ถนนสายหลัก สะพาน และศาลา ได้รับความเสียหาย 680 แห่ง ธุรกิจร้านค้า อุตสาหกรรมเสียหายยับเยิน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อที่จะฟื้นฟูเยียวยา ขอให้ผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนอดทน ทุกฝ่ายจะเร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

วันเดียวกัน ร.อ.ภูมิพัฒน์ คิรีรัตน์ฟักแก้ว หัวหน้าชุดปฏิบัติการมวลชนอำเภอบางระกำ มณฑลทหารบกที่ 39 พิษณุโลก นำกำลังพล 10 นาย เดินลุยน้ำเกี่ยวข้าว จำนวน 7 ไร่ ถูกน้ำท่วมสูง 50 ซม. เพื่อช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่บ้านใหม่กรุงทอง หมู่ 11 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ นายพิน ออมพลศิริ อายุ 52 ปี เจ้าของนาข้าว เปิดเผยว่า น้ำยมล้นตลิ่งท่วมนาข้าวที่ออกรวงแก่เต็มที่ จนรถเกี่ยวไม่สามารถลงเกี่ยวข้าวได้ ร้องขอกำลังจากทหารมาช่วยเกี่ยวข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำใส่เรือเพื่อนำไปตากแดดที่ริมถนน ก่อนจะรอให้แห้งเพื่อนำไปขายโรงสีต่อไป คาดว่าจะขายข้าวได้ตันละ 4-5 พันบาท ดีกว่าปล่อยให้ข้าวจมน้ำเสียหายไปต่อหน้าต่อตา

นายศิริชัย ตรีเพ็ชร แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 (วังทอง) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุเซินกา ส่งผลให้ทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก (ฝั่งขาเข้า) กม.302+400-302+450 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก แตกร้าวและทรุดตัวระยะทาง 50 เมตร ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากชั้นดินใต้ผิวถนนอุ้มน้ำไว้มาก เบื้องต้นสั่งให้เจ้าหน้าที่นำแบริเออร์มาปิดกั้นและติดป้ายแจ้งเตือนผู้สัญจรผ่านไปมา รวมถึงเสนอแนวทางการซ่อมแซมไปยังสำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 1 เดือน

ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงเร่งระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือ ระดับน้ำที่สถานีชลมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ระดับ 7.23 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,494 ลบ./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับคลองโผงเผง คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนประชาชน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง จำนวน 132 ครัวเรือน ระดับน้ำสูง 30-90 ซม. ชาวบ้านต้องใช้เรือพายในการเดินทางรวมถึงต้องคอยระแวงสัตว์ร้ายมีพิษที่หนีมาตามน้ำหลบซ่อนอาศัยอยู่ในบ้านเรือน

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุ “ฮาโตะ” (HATO) ฉบับที่ 11 ว่า เวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. พายุโซนร้อน “ฮาโตะ” (HATO) มีศูนย์กลางอยู่ทางตอนบนของประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนที่ผ่านประเทศลาวตอนบน และเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมาตามลำดับ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนฮาโตะ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น มีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ชลบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนที่อาศัยในที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก