วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชือดกว่าหมื่นล้าน เรียกภาษีย้อนหลัง

เครือข่ายบริษัทฯ ทัวร์ศูนย์เหรียญ สรรพากรจ่อเก็บ

บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด เครือข่าย ทัวร์ศูนย์เหรียญอ่วม! ถูกกรมสรรพากร เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง รวมกว่าหมื่นล้านบาท นัดผู้บริหารบริษัทมารับทราบในวันที่ 28 ส.ค. เผยก่อนหน้าตำรวจจับบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญหลายแห่ง พบการหลีกเลี่ยงภาษี เข้าข่ายความผิดมูลฐานการฟอกเงินต้องโดนยึดทรัพย์เตรียมเดินหน้าตรวจสอบผู้ประกอบการมีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหมด

จากกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมตำรวจ บก.ทท. เข้าตรวจสอบบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่ย่านลาดกระบัง เครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ ยึดรถบัสนำเที่ยวกว่า 2,155 คัน และเงินสดหมุนเวียนของบริษัทและเครือข่ายอีก 381 แห่ง รวม 4,700 ล้านบาท หลัง 2 ผู้บริหารถูกตั้งข้อหาอั้งยี่ ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คดีอยู่ในขั้นตอนชั้นศาล
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. มีรายงานว่า ขณะนี้กรมสรรพากรออกหนังสือเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกับบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท หลังพบการแจ้งรายได้ไม่ตรงกับความจริงรวมทั้งการหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แยกชำระงวดแรกเป็นเงิน 7,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพากรนัดผู้บริหารบริษัทมารับทราบในวันที่ 28 ส.ค. หลังจากศาลนัดพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 25 ส.ค.

ขณะที่ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. กล่าวว่า ตำรวจรับข้อร้องเรียนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายไม่ได้คุณภาพจากประเทศจีนมาจำหน่ายกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน โดยร้านค้าจะประสานกับกลุ่มทัวร์ให้พานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า ที่ผ่านมาดำเนินการกับผู้ประกอบการบริษัทรายใหญ่ฐานฟอกเงิน ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยผิดกฎหมายและความผิดฐานอั้งยี่ แต่ปัจจุบันรูปแบบการประกอบธุรกิจเปลี่ยนไป จากเดิมเอาทัวร์ไปลงร้านใหญ่ เปลี่ยนมาลงร้านเล็ก ประสานอธิบดีกรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของผู้ประกอบการร้านค้าที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงบริษัทนำเที่ยวที่จับกุมไปก่อนหน้า
“กรมสรรพากรอยู่ระหว่างตรวจสอบการเสียภาษี หากพบการหลบเลี่ยงจะถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมบริษัททรานลี่ ทราเวิล ประกอบธุรกิจลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ พบการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 2 พันล้านบาท ถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เตรียมแจ้งข้อหาดำเนินการยึดทรัพย์ตามขั้นตอน” พ.ต.อ.อาชยนกล่าว

นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล หลังจากนี้ในส่วนของมาตรการภาษีต้องมาตรวจสอบในประเด็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีและการขอคืนภาษีเท็จ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายรัษฎากร หากพบความผิด ปปง.จะรับมาดำเนินการตามมูลฐานการฟอกเงินทุกราย