วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดแสนทรมาน! สาวสวยกินของดิบจนเกิดเรื่องไม่คาดคิด หมอชี้ 1 ในพันที่เจอแบบนี้

อาหารเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจก่อนตัดสินใจเลือกกิน หากโชคร้ายอาจทำให้เกือบตายได้ ดังสาวสวยรายนี้ที่โพสต์เฟซบุ๊ก "Panwanpat Boonthiam" เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 60 เล่าว่า

- คนถามมาเยอะเลยว่าเฟิร์นเป็นอะไร
 - เป็นโรคร้ายอะไรรึป่าว?
 คำตอบคือ เฟิร์นไม่ได้เป็นโรคร้ายอะไร เพียงแต่ใครที่เป็นแบบนี้คงจะทรมานไม่ใช่น้อยเลย ไม่เลือกทาน ชอบทานของดิบ ชอบทานของสด ตามใจปาก ทานผิด ชีวิตเปลี่ยนทันที กินแล้วไม่เป็นอะไรก็โชคดีไป แต่ถ้าวันนึงไม่โชคดี ไม่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ก็รับความทรมานนี้ไปเต็มๆ

สรุปคร่าวๆ (ย่อให้แล้ว) 
ก่อนที่จะแอดมิดเข้า รพ.ปทุมเวช ในตอนตี 1 ของวันเสาร์ ก่อนหน้านี้วันศุกร์มีอาการท้องเสีย ถ่ายไม่หยุดตั้งแต่เช้า จึงไปหาหมอที่คลินิก หมอบอกว่าเราอาหารเป็นพิษ หลังจากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้น ถ่ายทั้งวันตั้งแต่เช้าจนมืด คือลุกเข้าห้องน้ำทั้งวันถ่ายจนหมดแรง เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ 
แต่ก่อนที่จะถ่ายหนักขนาดนี้กลางวันกินผัดไทยใน Food Center (ของที่ฝึกงาน)
 ตอนเย็นกินส้มตำกุ้งสด (ของโปรด) ในใจก็คือว่าอ่อแค่อาหารเป็นพิษ ถ่ายแล้วเดี๋ยวก็คงหาย แต่ผิดคาด ถ่ายหนักกว่าเดิม

มีอาการอาเจียนเพิ่มขึ้นมา แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกจนต้องแอดมิดทันที หลังจากแอดมิดก็ยังไปถ่ายที่ รพ. แบบต่อเนื่อง ลุกทั้งคืน ถ่ายจนต้องต่อสาย Oxygen ถ่ายจนเป็นลมในห้องน้ำ ถ่ายหนักจนหมอขอเอาอุจจาระไปตรวจเพื่อจะเข้าห้อง Lab ศึกษาว่าเป็นอะไรกันแน่ ปรากฏว่าเป็น ลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน อาจจะคุ้นชื่อกันดี แต่ระวังอย่าให้ตัวเองเป็นเด็ดขาด เพราะว่ามันจะทรมานมาก เพราะถ้าเป็นแล้วก็คือจะเป็นไปตลอดชีวิต ไม่มีทางหาย คนที่เป็นโรคนี้ห้ามทานเผ็ด น้ำอัดลมอะไรก็แล้วแต่ที่ย่อยยาก ไขมันเยอะๆ กินได้ก็เฉพาะอาหารอ่อนๆ จืดๆ เท่านั้น

ตลอดเวลาที่แอดมิดร่างกายไม่รับอาหารอะไร กินอะไรก็อ้วกก็ถ่ายออกหมด ให้น้ำเกลือบ่อยมาก แต่น้ำหนักเหลือแค่ 38 คือร่างกายไม่เอาอะไรเลย บวกกับยาที่ทานเข้าไปจะไปกัดกระเพาะ ทรมานมาก จำได้ดีทุกครั้งที่กินข้าวเสร็จไม่กี่คำ จะรู้ตัวทันทีว่าอีกไม่นานจะต้องทรมานแน่ๆ พยาบาลฉีดยาให้ทุก 4 ชั่วโมง บรรเทาอาการปวดของเราให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีประวัติแพ้ยามาก่อน เลยอัดยาแบบเต็มที่เลย ทั้งฉีดทั้งกิน

หลังจากนอน รพ.ได้ 2 คืน เช้าวันที่ 3 ขอออกจาก รพ. เนื่องจากหมอบอกว่าถ้าไหวก็ออกได้ หมอจ่ายยาฆ่าเชื้อมาให้ก็คือเราหยุดถ่ายแล้วเหลือแค่มีอาการอาเจียนเท่านั้นหลังจากออกจาก รพ.ได้ไม่ถึง 2 ชม. มีอาการคันตามหน้า คันที่หัว ซึ่งตอนที่แอดมิดอยู่ก็มีอาการคันตามหนังศีรษะ แต่ไม่หนักขนาดนี้ ก็เลยคิดว่าตัวเองสกปรกรึเปล่า ไม่สระผมก็เลยฝืนสระผม ทั้งๆ ที่ยังตัวงออยู่เพราะปวดท้องมาก สระผมอาบน้ำเสร็จก็ยังมีอาการคันอยู่ แล้วก็มีผื่นขึ้นเต็มไปหมด เริ่มแน่นหน้าอก จุกที่ลิ้นปี่ เหมือนลิ้นจุกปาก หายใจไม่ถนัด

ความทรมานมาเยือนอีกครั้ง
จนแบบเฮ้ยไม่ใช่ละ เลยแอบหาใน Google ก็คิดในใจสงสัยจะต้องแพ้ยาแน่ๆ ก็เลยกลับไปหาหมอตอนตี 5 หมอก็บอกว่ามันคืออาการแพ้ยาขั้นรุนแรง แต่หมอเองก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าแพ้ยาอะไร เพราะกินเยอะมาก ฉีดนี่เยอะกว่า อีกอย่างหมอไม่ใช่หมอเฉพาะทาง ต้องรอมาพบหมอผิวหนังอีกครั้ง แต่หมอฉีดยาแก้แพ้ให้ หลังจากที่กลับมานอนพักที่คอนโด ผื่นคันที่เป็นในตอนแรกยุบลง แต่ผื่นเปลี่ยนเป็นดอกๆ เลยต้องรีบกลับไปหาหมอเฉพาะทางด้านผิวหนัง หมอบอกว่า 1 ใน 1,000 คนที่จะมีอาการแพ้แบบนี้ และได้ไปปรึกษาเภสัช

ปรากฏว่า สรุปไม่ได้ว่าเป็นตัวไหนกันแน่ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะแพ้ยากลุ่มฆ่าเชื้อที่รักษาอาการลำไส้อักเสบ ตอนนี้ก็ทำได้แค่เฝ้าระวัง เพราะถ้ามันแพ้แล้วครั้งนึง แพ้ครั้งที่ 2 จะรุนแรงมากกว่าเดิม จนอาจจะช็อกและถึงชีวิตได้ ก็ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ จะกินจะทานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเข้ามาเปลี่ยนแปลง อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะคุณอาจจะได้ความทรมานนั้นไปตลอดเหมือนกับเราก็ได้

ปล. ตอนนี้ก็ยังมีอาการแน่นหน้าอก หัวใจเต้นแรงอยู่ แต่ผื่นที่ขึ้นบนมือหายแล้วค่า เป็นอาการแพ้ยาขั้นรุนแรง ไม่ใช่พยาธิแบบที่หลายๆ คนคิดนะค้า ที่เป็นรอยแบบนั้นเพราะฉีดยาเข้าทางเส้นเลือดค่า

อย่างไรก็ตามไทยรัฐออนไลน์สอบถามเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อว่า “ใบเฟิร์น” นักศึกษาปี 4 ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ส่งเสียตัวเองเรียนจากการขายของออนไลน์ อาการล่าสุดหลังได้รับการรักษา 6 วัน ดีขึ้นเรื่อยๆ ผื่นหายแทบหมดเกลี้ยง แต่ยังไม่ปกติ 100% และยังรู้สึกกลัวๆ และกังวลเรื่องหัวใจอยู่ เพราะเป็นการแพ้ยาครั้งแรกในชีวิต ขณะนี้อยู่ในช่วงพักฟื้นให้ร่างกายได้พักผ่อนแบบเต็มที่ และยืนยันว่าต้นเหตุเกิดจากอาหาร ส่วนอาการผื่นคันมาจากการแพ้ยาที่ได้รับเกินขนาดขณะร่างกายอ่อนแอ เนื่องจากทนเจ็บปวดไม่ไหวจึงขอยาจากหมอบ่อยๆ และหมอยังตอบไม่ได้ว่าแพ้ยากลุ่มไหน แต่เป็นผลจากการรักษาลำไส้อักเสบที่สืบเนื่องมาจากอาการอาหารเป็นพิษ

“ส้มตำกุ้งสดเคยกินมาหลายครั้งและกินมาตลอด แต่ก็ไม่เคยท้องเสีย แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอจึงไม่สามารถต่อต้านกับอาการแพ้ยาได้ เพราะเฟิร์นเองก็ยอมรับว่าโหมงานหนัก ไม่ดูแลตัวเอง จึงไม่แปลกที่อาการทรุดหนักขนาดนี้ หากไม่ได้ฉีดยามันเจ็บปวดทรมานไปทั้งตัว

เหตุที่โพสต์เพราะอยากเตือนคนอื่นๆ ไม่อยากให้ใครโชคร้ายเหมือนเฟิร์น ตลอดการรักษาเป็น 6 วันที่แสนทรมานที่สุดในชีวิต สภาพจิตใจย่ำแย่ ร้องไห้หนักมาก คิดท้อเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเรา แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วก็พร้อมสู้ต่อไป และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก อยากให้ทุกคนรอบคอบและระวังการกินของดิบให้มากๆ อย่าคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะไม่รู้ว่าความทรมานจะมาหาเราวันไหน” เธอกล่าว.