วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กสร้าง' ชี้เกณฑ์แต่งตั้ง ผบ.ตร.ยังไม่นิ่ง ยันปฏิรูป ตร.ไม่เสียของ

"บุญสร้าง" แจงเวทีฟังความเห็นปฏิรูป ตร.เป็นแค่ตุ๊กตาเบื้องต้น ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอีก ยันไม่เสียของ หวังสร้างตำรวจในฝัน ปชช.เผยหลักเกณฑ์แต่งตั้ง ผบ.ตร.ยังไม่นิ่ง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 60 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ คณะอนุกรรมการด้านรับฟังความเห็น คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ)

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และจะมีการรับฟังอีก 3 ภาค ซึ่งเป็นการรับฟังประเด็นปฏิรูปตำรวจทั่วไป โดยครั้งต่อๆ ไปจะมุ่งไปยังประเด็นปัญหาที่พิเศษ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าการตั้งเวทีรับฟังความเห็นเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาเบื้องต้นเท่านั้น อย่าเข้าใจกันผิด เพราะการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมีการนำมามาพิจารณาและทำรายงานด้วย ระหว่างที่มีเวลาศึกษาแนวคิดต่างๆ เกือบ 2 เดือน เรื่องพวกนี้ทำยาก มีขั้นมีตอนอีก ดังนั้นเวทีวันนี้ยังจะเป็นตุ๊กตาที่ต้องผ่านการตกแต่งและนำไปแก้ไขปรับปรุงอีก คำว่าตุ๊กตา หมายความว่าทำสิ่งนี้คร่าวๆ ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุง การทำคงไม่เสร็จในระยะเวลาอันสั้น ทั้งเรามีการเก็บข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องที่สำคัญมากมาย ซึ่งเราได้เอาทุกคำพูดของแต่ละคนมาอ่านให้คณะกรรมการฟัง การรับฟังความคิดไม่ได้เอาแค่คำตอบว่าพวกเขาต้องการอะไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าเพราะอะไร
 
เมื่อถามว่า การรับฟังความเห็นทำให้การปฏิรูปตำรวจเปลี่ยนแปลงอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ทุกคนหวังจะมีตำรวจในฝัน ซึ่งหลายคนคงมีไม่ต่างกันก็คือ ตำรวจจะต้องมีความใกล้ชิดประชาชน ให้ความยุติธรรมกับประชาชน ป้องกันเหตุร้าย ปรามคนไม่ดีได้ เป็นคนสุจริต
 
เมื่อถามถึงความคืบหน้าหลักการแต่งตั้งโยกย้าย พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตุ๊กตาที่ยังไม่นิ่ง เพราะการที่จะหาข้อสรุปออกมาจะต้องมีแก้ไขกฎหมายอีก ซึ่งการประชุมที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการเห็นว่าเรื่องการแต่งตั้งจะต้องมีการกระจายอำนาจ อย่างการแต่งตั้ง ผบ.ตร. เป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร.คนเดิมที่จะต้องเสนอชื่อ ให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ลงความเห็นชอบคัดเหลือชื่อเดียว และส่งไปให้นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งในที่สุดแม้ว่านายกฯ จะเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่านายกฯ จะเสนอชื่อเองได้ เหมือนสมัยที่เป็นประธาน ก.ตร.แม้ว่าวิธีนี้อาจจะไม่ทำให้ดีขึ้นถึงที่สุด แต่ก็เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ประชาชนจะได้เห็นว่า มีการล็อบบี้ตำแหน่งหรือไม่ เช่น ถ้านายกฯ มีการเปลี่ยนชื่อ เมื่อ ผบ.ตร.คนนั้นทำอะไรไม่ดีขึ้นมา ก็เป็นทางนายกฯ ที่ต้องรับผิดชอบ