วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ตรวจฯ ไม่กังวลหลังศาล รธน.รับพิจารณาคำร้อง 36 สนช.

ผู้ตรวจฯ ยุติสอบปม ก.ม.อาญานักการเมือง เหตุไม่มีอำนาจ เผยไม่กังวลหลังศาล รธน.รับคำร้องตีความวาระดำรงตำแหน่ง-พิจารณาคำร้อง 36 สนช.

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 60 นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการ และโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงข่าวยุติเรื่องร้องเรียน กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า มาตรา 13 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หรือไม่นั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยแล้วเห็นว่า มาตรา 231 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติบัญญัติไว้ว่า การทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา 230 หากเห็นว่าบทบัญญัติของกฎหมายใดมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็ให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากผู้ตรวจการแผ่นดินจะเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยถึงปัญหาดังกล่าวได้ จะต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 230 เสียก่อน คือ ประชาชนหรือผู้ร้องเรียนจะต้องได้รับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมจากเหตุใดเหตุหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้ นายเรืองไกร ไม่ได้เป็นผู้เดือดร้อนในกรณีดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงไม่สามารถเสนอเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ แต่กรณีนี้ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมดังที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 230 มาก่อน จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขหรือขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตามมาตรา 231 ได้

นายรักษเกชา กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2550 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เหตุเพราะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม เมื่อคราวประชุมวันที่ 6 มิ.ย. 2560 ในวาระที่ 3 ขั้นลงมติ และกรณีที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องตามคำร้องเรียนไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ดำเนินการส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถึงความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอีกทางหนึ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นว่าทั้งสองเรื่องที่ร้องเรียนมานั้น ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ที่ให้เป็นหน้าที่หรืออำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะกระทำได้

นอกจากนี้ นายรักษเกชา ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา 56 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไว้พิจารณาว่า ไม่กังกล เพราะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและผล และที่สำคัญรัฐธรรมนูญใหม่ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นหากไม่มีการเปลี่ยนคุณสมบัติก็สามารถทำงานตรงนี้ได้ ทั้งนี้ หากมีคนเปรียบเทียบผู้ตรวจการแผ่นดินกับองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ถูกเซตซีโร่ คงไม่สามารถที่จะไปห้ามได้ แต่ละองค์กรก็มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะออกมาในทิศทางไหน