วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้มข้นสะใจฮิปสเตอร์! ล้วงลึก มิดไนท์ อะโกโก้ ทำไมถูกใจคออินดี้?

เป็นเมนูมาแรงในโซเชียลมาสักพักแล้ว สำหรับเครื่องดื่มเข้มข้น ‘มิดไนท์ อะโกโก้’ ที่เขาขายโกโก้อย่างเดียวเพียวๆ ไม่เสิร์ฟเมนูอื่น แถมวันเวลาเปิดร้านก็ต่างจากชาวบ้าน เพราะเปิดขายช่วงดึกตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสองเท่านั้น จะเรียกว่าร้านโกโก้อินดี้ก็คงไม่ผิดนัก

ไทยรัฐออนไลน์ ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานในความเก๋กู้ดไม่ซ้ำใคร เราขอไปบุกถึงหน้าร้านซะหน่อย พร้อมคว้าตัวเจ้าของร้านสายอินดี้ “เดียร์ ทิสลักษณ์ คำงาม” มาบอกเล่าเรื่องราวของการเปิดร้านโก้โก้ยามดึก กว่าจะมีคนตามมากินล้นหลามขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย!

ทำเพราะชอบกินเอง คาดไม่ถึงคนแห่มาเยอะ

แรกเริ่มเดิมที เดียร์ ไม่ได้กะขายโกโก้จริงจังขนาดนี้ แต่ด้วยว่างานหลักที่ทำอยู่คืองานตัดต่อ รับงานในลักษณะฟรีแลนซ์ เวลาตัดต่องานก็มักจะทำถึงดึกดื่นๆ เลยชอบชงโกโก้ดื่มเอง เพราะดึกๆ แบบนี้ร้านโกโก้ปิดหมด จากความชอบดื่มของตัวเอง เลยขยับมาเป็นเปิดร้านขายโกโก้ยามดึก แรกๆ ก็ขายให้เพื่อนฝูง ลูกค้ามีแวะเวียนมาบ้าง ขายวันละแค่ 10-20 แก้ว จนวันหนึ่ง...มีคนเอาไปโพสต์ในโซเชียล ปรากฏว่าลูกค้ามาจากไหนไม่รู้มารุมเต็มหน้าร้าน

“จริงๆ แล้วร้านเราอยากขายชิลๆ บางทีลูกค้าไม่เข้าใจจุดประสงค์ของการเปิดร้าน คือเราไม่เชิงเป็นธุรกิจจ๋าไงคะ เราเปิดเพราะอยากกินเอง ก็เลยเปิด เพราะว่าดึกๆ มันไม่มีร้านไหนเปิด แล้วปกติที่ขายตอนแรกขายแค่ 2 ขวดเอง คือ 2 ขวดที่เอาไว้กินเองได้อะค่ะ ทำเฉพาะที่ตัวเองกินหมด แค่นั้นเอง” เดียร์บอก

สูตรคิดเอง หัดชงเองร่วมปีถึงกล้าเปิดขาย

เนื่องจากเดียร์ชอบดื่มโกโก้มาก ดื่มทุกวัน แต่พอเริ่มคิดว่าจะขายก็อยากให้ลูกค้าได้กินรสชาติที่ดีที่สุด ส่วนตัวแล้วเดียร์ชอบไปกินโกโก้ตามร้านอร่อยๆ อยู่หลายร้าน เลยคิดว่าเอาจุดเด่นของโกโก้แต่ละร้านมาผสมผสาน จนออกมาเป็นรสชาติที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูกค้า โดยร้าน ‘มิดไนท์ อะโกโก้’ แนะนำตัวกับลูกค้ามาตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงวันนี้ลูกค้าก็ยังให้การตอบรับอย่างเหนียวแน่น

บัตรคิว 2 สำรับ

จากที่เคยขายประมาณ 10-20 แก้วต่อวัน หลังจากโด่งดังในโซเชียลทำให้ลูกค้ามาแวะชิมเยอะ จนถึงจุดพีคสุดของร้านคือมีคนมารอ 100-200 คน บางคนถามหาบัตรคิว ตอนนั้นนึกอะไรไม่ออก มีสำรับไพ่อยู่ก็เอามาแจกตามเบอร์บนไพ่ จนต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นบัตรคิวใสๆ ที่ออกแบบให้เหมือนสำรับไพ่เป็นกิมมิกของร้านที่เท่ดีเหมือนกัน โดยจะแจกคิว 2 สำรับต่อวัน บางวันลูกค้าเยอะก็อาจมีแจกรอบที่ 3 ด้วย โอ้มายก็อด!

“มีวันหนึ่งลูกค้าถาม ‘พี่คะบัตรคิวอยู่ไหน?’ ก็บอก อ่อ...ไม่มีคิวอะค่ะ เราไม่ชินอะกับการมีคิว เขาก็เลยบอก ‘พี่น่าจะมีบัตรคิวนะคะ เขาแซงหนูแล้ว’ คือ...เรารู้สึกผิดเลยอะ เราก็เอาไพ่การ์ตูนที่มีอยู่ตอนนั้น เอามาแจก” เดียร์เล่าให้ฟัง

สูตรเด็ดที่ไม่พิสดาร ใครๆ ก็ชงได้

พอเราถามถึงสูตรเด็ดที่ทำให้ลูกค้าติดใจ กลับมาซื้อบ่อยจนกลายเป็นขาประจำ เดียร์ตอบทันควันว่า ที่ร้านไม่ได้มีสูตรลับอะไรเลย ชงเหมือนร้านอื่นๆ ทั่วไป แต่เน้นโกโก้เยอะเพื่อความเข้มข้นแค่นั้นเอง ส่วนผงโกโก้ก็เอาแบบที่หาซื้อได้ตามห้างทั่วไป ใช้หลายยี่ห้อสลับกันไป

“เราคิดเองว่าโกโก้อร่อย ต้องกินเย็นๆ ชงเสร็จใส่เหยือกแล้วแช่ตู้เย็นไว้ก่อน ถ้าเป็นร้านอื่นเขาจะชงสดๆ ร้อนๆ แล้วเทใส่น้ำแข็งเลย มันจะละลายแล้วเจือจาง คือเราทำแบบที่เราอยากกิน เราไม่ได้คิดว่าต้องมีสูตรพิสดาร เราทำตามความรู้สึก”

โกโก้ 3 เลเวล

ลูกค้าที่ชอบดื่มโกโก้เหมือนเจ้าของร้าน ไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบรสเดียวกัน จริงๆ โกโก้มีหลายระดับความเข้มข้น ดังนั้นที่ร้านนี้จึงมีเลเวลความเข้มข้นให้เลือก แบ่งเป็น Goodnight, Midnight, Darknight แตกต่างกันที่ปริมาณโกโก้และปริมาณนม เสิร์ฟมาในแก้วไซส์ขนาดกลางๆ พอดีกับการดื่มในมื้อดึกก่อนนอน

“บางทีลูกค้าเขาอาจจะชอบขมกว่านี้หรือหวานกว่านี้ เราก็จะมีขวดที่ชงแบบขม อีกขวดหนึ่งชงแบบหวานและมีเหยือกที่ชงโกโก้รสกลางๆ แยกกันไว้เลย เวลาขายเราก็จะเทโกโก้รสชาติกลางๆ ตามสไตล์เจ้าของร้านไปก่อน ตามธรรมเนียมร้านเราคือ จะให้ลูกค้าชิมก่อน ถ้าอยากได้ขมกว่านี้ เราก็จะเติมโกโก้ขมเพิ่มให้ หรือถ้าใครอยากได้หวานกว่านี้ก็มีแบบหวานเติมให้ ปรุงได้ตามใจคุณเช่นกัน ไม่ใช่ตามใจแม่ค้าอย่างเดียว เราคิดว่า ไหนๆ ยอมกินดึกแล้วอ้วนทั้งที ก็ขออ้วนในรสชาติที่ใช่ที่สุด ฟินที่สุด”

เธอบอกอีกว่า “เราไม่อยากใช้แก้วใหญ่คือ ดึกๆ เราก็กินประมาณนึงพอ ไม่ใช่กินเอาอิ่ม เหมาะกับคนที่ทำงานดึกๆ แล้วอยากเพิ่มพลังสมอง” ซึ่งแต่ละแก้วเจ้าของร้านจะเพ้นต์เองกับมือ รวมถึงเขียนลวดลายบนถุงกระดาษสำหรับใส่แก้วกลับบ้านด้วย

ไม่เปิดทุกวัน อยากกินต้องเช็กคิวก่อน

เนื่องจากมีลูกค้ามากันล้นหลามจนเกิดการออกันหน้าร้าน เจ้าของร้านก็เกรงใจว่าเดี๋ยวไปรบกวนทางเท้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะ เลยตัดสินใจว่าไม่อยากเปิดหน้าร้านทุกวัน โดยออกแบบเป็นปฏิทินวันเปิดร้าน วันปิดร้าน วันส่งเดลิเวอรี่ และวันที่นัดรับโกโก้ที่สั่งไว้ แยกกันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยจะแปะไว้ที่เพจเฟซบุ๊กของทางร้าน อัพเดตตารางปฏิทินให้ทุกเดือน ทุกวันนี้ก็ขายได้ประมาณ 100-150 แก้วต่อวัน คิดว่ามากกว่านี้ก็ทำไม่ไหวแล้วสำหรับร้านเล็กๆ แบบนี้

“ลูกค้ามากัน 200 คน แล้วบัตรคิวเรามีแค่ 100 คิว แล้วที่เหลืออีก 100 คนไม่ได้กิน เราก็รู้สึกไม่ดี แต่คือเราก็ทำเต็มที่แล้วนะ แต่มันเกินกำลัง เพราะเราเป็นร้านเล็กๆ เล็กมาก บางทีก็เกรงใจคนที่มารอ บางคนไม่รู้ว่าเราเหมือนแค่มาสั่งแล้วเราส่งให้ที่ช่อง เหมือนห้องรับยาตามโรงพยาบาล แค่นั้นเอง ไม่ได้มีพื้นที่ร้านกว้างขวาง ไม่มีโต๊ะให้นั่ง อย่างที่บอกว่าเราแค่อยากทำร้านขายชิลๆ ตอนดึกที่เรานั่งทำงาน ทำงานไปขายไป มีความสุข ไม่ได้กะว่าจะทำร้านใหญ่โตมีคนมาต่อคิวยาวขนาดนี้”

จ่ายด้วยแบงก์ 50 บาท

ไม่มีอะไรมาก แม่ค้าบอกว่าแค่ทำเป็นกิมมิกน่ารักๆ เท่านั้นเอง เนื่องจากโกโก้ร้านนี้ขายแก้วละ 50 บาท ก็เลยให้ลูกค้าจ่ายด้วยแบงก์ 50 ก็แล้วกัน ถ้าใครไม่มีก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะทางร้านเขามีให้แลกแบงก์ 50 เจ้าตัวยังบอกอีกว่ามันมีความน่ารักตรงที่ใครๆ ก็อยากเก็บแบงก์นี้กัน รู้สึกว่าเป็นแบงก์ที่มีคุณค่า เอามาแลกเครื่องดื่มที่ทางร้านตั้งใจทำส่งต่อให้ลูกค้าได้กิน

คนมองว่าอินดี้ แต่เราไม่ใช่!

มีคนสงสัยว่า ขายดีขนาดนี้ทำไมไม่ออกมาทำเต็มตัวไปเลย แต่เดียร์ไม่เอา เพราะรู้สึกว่าอันนี้มันคืองานอดิเรก และกลัวจะเสียงานอดิเรกไป มันไม่ใช่ หลายคนมองว่าแม่ค้าอินดี้จัง แต่เดียร์บอกว่า ไม่ได้อินดี้เพียงแต่มีจุดประสงค์ของตัวเอง อยากบอกลูกค้าว่าต้องว่างจริงๆ นะถึงจะมากิน ต้องชิลๆ เพราะบางทีมาแล้วรอนาน แม่ค้าก็ไม่อยากให้ใครเสียความรู้สึกกลับไป

ได้เงินเยอะ ไม่ได้แปลว่าสำเร็จ

เดียร์บอกว่าช่วงที่คนแห่มาเยอะๆ ช่วงนั้นเครียดเหมือนกัน เพราะลูกค้าเยอะเกินไป เราก็เหนื่อยจริง กว่าจะนอนก็ตี 4 รู้สึกว่าเฮ้ย...แบบนี้มันเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า? เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมถึงต้องมาเหนื่อยขนาดนี้? แต่สุดท้ายเดียร์เลือกที่จะหยุดความเหนื่อย ไม่อยากโกยแต่เงิน เพราะไม่ได้คิดถึงจุดนี้ตั้งแต่แรก ไม่อยากขายไปนานๆ แล้วเบื่อ ไม่อยากให้มันบูมแค่วูบเดียวแล้วหายไป ไม่อยากทิ้งให้มันจบแบบนั้น

“บางคนเขาก็อิจฉาเรา แต่เรารู้สึกว่าถ้าเขาอิจฉาจริงๆ เขาต้องอยากมีความสุขนะ ไม่ได้อยากได้เงินเยอะ บางคนเขาก็บอกนะว่าคนมากินเยอะจังเลย ขายดีจัง แต่เรามองว่าไม่ใช่ว่าคนมากินเยอะจะประสบความสำเร็จ เรารู้สึกว่าเราเปิดมันมาได้นาน 6 เดือนแรกโดยที่ไม่เจ๊ง นี่สิ...คือประสบความสำเร็จแล้ว จุดประสงค์ตอนแรกเราไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ทำยังไงจะได้เงินเยอะๆ แต่มันคือเรามีเวลาว่างทำอะไรดี? เราก็ต้องดูว่าพอยต์ของเราคืออะไร”

ถ้ามีความฝัน อะไรๆ ก็เป็นไปได้!

เจ้าตัวไม่ได้จบสายธุรกิจหรือการจัดการอะไรทั้งนั้น ตรงกันข้าม เดียร์เรียนจบเพาะช่างสาขางานปั้น จบมาแล้วมาทำงานตัดต่อ มีสอนวาดรูปให้เด็กวันเสาร์-อาทิตย์ และขายโกโก้ ทำไม่เหมือนกันสักอย่าง คุณพ่อของเจ้าตัวยังบอกเลยว่า แปลกสุดคือมาขายโกโก้นี่แหละ!

และก่อนจะจบบทสนทนา เธอบอกว่า “หลายคนอาจจะมองว่าเราอินดี้ แต่จริงๆ คือเราคิดมาหมดแล้วว่าเราอยากให้ร้านเราออกมาในคอนเซปต์นี้ แต่ขอฝากคุณลูกค้าที่น่ารักทุกคน อยากให้ทยอยๆ กันมานะจ๊ะ ได้กินทุกคนจ้า” ชัดเจนดีจริงๆ ค่ะซิส!