วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พัฒน์กล อวดกำไรโค้งสอง โต 787% มั่นใจทั้งปีทำนิวไฮ รายได้แตะ 4 พันล้าน

พัฒน์กล ปลื้มผลประกอบการไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 34 ล้านบาท เติบโต 787% มั่นใจปีนี้ ทำนิวไฮ รายได้แตะ 4 พันล้าน ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตป้อนตลาดต่างประเทศ เพิ่มสัดส่วนแตะ 50% ภายใน 5 ปี...
           
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายแสงชัย โชติช่วงชัชวาล ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/2560 มีกำไรสุทธิ 34 ล้านบาท เติบโต 787 % จากไตรมาส 2/2559 ที่มีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตจากธุรกิจเครื่องทำน้ำแข็งและระบบอุตสาหกรรมความเย็น เครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลวและแปรรูปอาหาร รวมไปถึงงานบริการและอะไหล่ มียอดขายสูงขึ้น ทำให้ครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,277 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 112 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปี ผลประกอบการจะทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือมีรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 3,738 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไม่ต่ำกว่า 5% จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
               
ขณะเดียวกันมีแผนก่อสร้างโรงงานผลิต เครื่องระบายความร้อนของระบบทำความเย็น หรือ Evaporative Condenser และการลงทุนในด้านเครื่องจักรใหม่ในโรงงานผลิตที่จังหวัดเพชบุรี อย่างไรก็ตามตลาดในประเทศนั้นยังมีการเติบโตที่ดี โรงงานผลิตอาหารในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 20,000 ราย แต่เพิ่งเริ่มมีการใช้ระบบอัตโนมัติไม่ถึง 1% ซึ่งพัฒน์กลเป็นบริษัทที่ทำระบบอัตโนมัติมานานกว่า 15 ปี จากหลายๆ ชนิดของสายการผลิต ทั้งโรงงานผลิตน้ำแข็ง ระบบทำความเย็นเป็นต้น โดยคู่แข่งจะเป็นบริษัทต่างชาติเท่านั้น ทำให้พัฒน์กลมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากกว่า
             
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการขยายตลาดส่งออกไปยังแถบภูมิภาคอาเซียนในทุกประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เพื่อทดแทนการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยได้มีการจัดตั้งบริษัทและเปิดสำนักงานในทุกประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ใน 5 ปี ข้างหน้า โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ จากการส่งออกที่ประมาณ 20% ซึ่งกระจายอยู่ในอาเซียน ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก จากการพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการ และการใช้งานในแต่ละประเทศ.