วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ไร่ทองหทัย” แบบอย่างเกษตรชั้นดี

ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตร แม้โรงงานอุตสาหกรรมทยอยมาตั้งแทนอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีวันลืมเลือนวิถีดั้งเดิมที่ช่วยให้มีกินมีใช้อย่างยาวนาน....!

ด้วยเหตุนี้เมื่อปี 2556 ดร.ทัดทอง พราหมณี ดีกรีปริญญาเอกด้านไอที จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT มองว่า “ศาสตร์พระราชา” ในหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ยากเกินไปที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

จึงร่วมกับบิดาก่อตั้ง “ไร่ทองหทัย” อ.ชะอำ โดยนัยสำคัญ คือ “คนไทยใจแกร่งดั่งทอง” แต่ที่แกร่งกว่าต้อง “ทองเนื้อเก้า” นั่นหมายถึง น้ำพระทัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ว่าแล้วได้น้อมนำหลัก 3 ประการของพระองค์มาปรับใช้ 1.คำนึงถึงภูมิเศรษฐกิจ 2.การบูรณาการภาคและสรรพกำลัง และ 3.การระเบิดจากภายใน ผสมผสานปรัชญาคนท้องถิ่นและผู้รู้ มาใช้ทำการเกษตร

แต่มุ่งเน้นไปที่การทำเกษตรอินทรีย์ งดเคมี และลดเลี่ยงเงินกู้ ที่สำคัญไม่รอพึ่งภาครัฐเกินจำเป็น ให้คิดเองทำเอง เกษตรกรในแต่ละครัวเรือนจะได้เกิดความภาคภูมิใจ

มาถึงปี 2560 นี้ ดร.ทัดทอง ขึ้นรั้งตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จึงหนุนไร่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นหน่วยจุลภาคที่ผลักดันนโยบายของรัฐระดับมหาภาค เริ่มจากล่างสู่บน

เริ่มจากคิดบนพื้นฐานทุนของแผ่นดิน 7 อย่างที่ จ.เพชรบุรี มีอยู่ ประกอบด้วย 1.ใต้ทะเล 2.ป่าชายเลน 3.ลำน้ำ 4.ที่ราบ 5.ป่า 6.เขา และ 7.นภาหรือท้องฟ้า และถึงคิดถึงทุนในชนบท 3 ทุน ที่นำมาสู่วิถีทำกิน 1.ต้นน้ำ คือการลดต้นทุนการผลิตสู่เกษตรอินทรีย์ 2.กลางน้ำ การประกอบการ และ 3.ปลายน้ำ คือการเกิดเป็นตลาดฟาร์มช็อป

ผนวกกับการร่วมคิดร่วมทำของภาคส่วนต่างๆ จึงพลิกบทบาทเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก.อ.ชะอำ ให้หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเข้าศึกษาดูงานแก่นแท้ของจิตอาสาประชาชน

ในภาพของการร่วมกันน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา”มาปรับใช้ให้เกิดผลด้านการเกษตรอย่างมั่นคง.....!

สุรพล นาคนคร