วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองอัจฉริยะ Smart City แบบไทยๆ

เห็นข่าว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แถลงข่าวดีวันก่อนว่า บอร์ด รฟม. อนุมัติ ร่างพระราชกฤษฎีกา ให้ เชียงใหม่ ภูเก็ต สองจังหวัดที่รัฐบาลประกาศให้เป็น Smart City เมืองอัจฉริยะ มาตั้งแต่ปีมะโว้ ให้สร้างรถไฟฟ้ารางเบาได้ ผมก็ได้แต่ร้อง สาธุ สาธุ สาธุ ไปสามครั้ง

แต่เดี๋ยวก่อน...แม้บอร์ด รฟม.จะอนุมัติ แต่ก็ยังสร้างไม่ได้ ต้องเสนอไปยัง กระทรวงคมนาคม เห็นชอบเสียก่อน ถ้าเห็นชอบก็เสนอให้ ครม.อนุมัติ ต่อไป

กว่าเมืองอัจฉริยะสองเมืองนี้จะเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาได้ ก็ต้องรอไปอีก 6 ปี โดย รฟม.คาดว่า รถไฟฟ้าภูเก็ต ครม.จะอนุมัติภายในเดือน ตุลาคม 2561 เริ่มก่อสร้างได้ในเดือน ธันวาคม 2562 และ รถไฟฟ้าเชียงใหม่ คาดว่า ครม.จะอนุมัติในเดือน มกราคม 2562 เริ่มก่อสร้างได้ในเดือน มีนาคม 2563 รถไฟฟ้าทั้งสองสายจะสร้างเสร็จ เปิดให้บริการได้ภายในปี 2566 โอ้ มายก๊อด ต้องใช้เวลาอีก 6 ปีกว่า เมืองอัจฉริยะจึงจะมีรถไฟฟ้าใช้ แล้วจะต้องใช้เวลาอีกกี่ 100 ปี จึงจะเป็นเมืองอัจฉริยะ

ผมก็ไม่รู้ว่าระบบราชการไทย ใช้อะไรคิด ใช้อะไรทำ แค่รถไฟฟ้ารางเบาไม่กี่สิบกิโล ต้องใช้เวลานานถึง 6 ปี ในขณะที่ ประเทศจีนใช้เวลาเพียง 5 ปี พัฒนา ออกแบบ สร้างรถไฟความเร็วสูงเอง ส่งออกไปขายทั่วโลกแข่งกับชาติตะวันตกและญี่ปุ่น

ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าเป็นห่วง ไม่รู้ว่า เมืองอัจฉริยะแบบไทยๆ เมื่อคลอดออกมาในอนาคต จะกลายเป็นเมืองหัวลีบตัวโต อัจฉริยะแบบตีลังกาหรือไม่ น่าเป็นห่วงจริงๆ

เดือนก่อนเห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์แล้วก็ยังขำๆ “แจ้งเกิดภูเก็ตสมาร์ท ซิตี้ เฟส 1 ติดตั้งวงจรปิด ไวไฟ ริสต์แบนด์” คงต้องรอพระเจ้าช่วยจริงๆ

ถ้าเป็นอย่างนี้ เมืองอัจฉริยะไทย คงจะตาม ลาว กัมพูชา ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อสองวันก่อน ลาวเทเลคอม เพิ่งเซ็นเอ็มโอยูกับ โนเกีย เซี่ยงไฮ้ เบลล์ เพื่อให้บริการ“เครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 5 G” แทนระบบ 3 G 4 G ในปัจจุบัน เพื่อรองรับระบบอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง Internet of Things ที่เราพูดกันทุกวัน แต่เน็ตอืดเป็นเรือเกลือ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง หัวเหว่ย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จีน ที่ไทยเชื้อเชิญให้มาลงทุนเมืองไทยร่วมกับ สมาร์ท เอเชียต้า บริษัทสื่อสารกัมพูชา เปิดให้บริการ “เครือข่าย 4.5 G” ล้ำหน้าไทยไปเรียบร้อย เพื่อให้ชาวเมืองกัมพูชาเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 100% ประชากรในชนบทเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 80% ภายในปี 2563 อีก 3 ปีข้างหน้า ไม่ต้องรอเป็นชาติ

ผมไม่รู้ว่า รัฐบาลไทย คิดเรื่อง Smart City เมืองอัจฉริยะ ในรูปแบบไหน

แต่เท่าที่ผมเห็นข้อมูลจากเอกสารการประชุม World Government Summit หรือ การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลก ว่าด้วย ระบบนิเวศเมืองอัจฉริยะ Smart City Ecosystem เขามีเรื่องหลักอยู่ 5-6 เรื่อง ที่ใช้ในการตัดสินชี้วัดว่า เมืองไหนเป็นเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่ประกาศเอง เออเอง แล้วจะมีคนเชื่อไปลงทุน

สิ่งสำคัญที่สุดของเมืองอัจฉริยะข้อแรกก็คือ Smart Governance การมีธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลได้ทุกที่ทุกเวลา ตามมาด้วย Smart Economy เช่น ระบบอีคอมเมิร์ซ หุ่นยนต์ช่วยการผลิต Smart People ข้อนี้สำคัญมาก ต้องมีคนอัจฉริยะมากๆ เมืองอัจฉริยะทุกแห่งจะต้องมี มหาวิทยาลัย
ชั้นยอด เช่น ซิลิคอน วัลเลย์ ประชาชนต้องสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มี Smart Living ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ตั้งแต่ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย การเดินทางที่รวดเร็วปลอดภัย ฯลฯ ทั้งหมดต้องอาศัย “การออกแบบเมือง” ในระดับอัจฉริยะเหมือนกัน

อ่านแล้วก็ต้องบอกว่าเพ้อไปเลย

ถ้าพิจารณาตามหลักเกณฑ์นี้ Smart City แบบไทยๆ ไม่รู้จะเกิดชาติไหน ขนาด ภูเก็ต รัฐบาลประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะมาตั้งแต่ปี 2546 ผ่านไป 14 ปี สิงหาคมนี้จะมีไวไฟ 1,000 จุด กันยายนนี้จะมีซีซีทีวีอีก 900 ตัว อีก 6 ปี จะมีรถไฟฟ้ารางเบา 1 สาย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”