วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้าวผาแดงนางไอ่

ชาวอีสาน เล่าตำนาน ท้าวผาแดงนางไอ่ กันได้ทุกคนครับ

เพราะนี่คือ ตำนานประจำถิ่นในวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน รายละเอียดของเรื่องมีแตกต่างกันบ้าง เพราะมีหลายสำนวน ทั้งสำนวนลายลักษณ์ที่พบในหนังสือผูกใบลานมีบันทึกทั้งตัวอักษรไทยน้อย และตัวธรรม

พบตามวัดต่างๆทั่วภูมิภาคอีสาน รวมไปถึงประเทศลาว

รองศาสตราจารย์ปฐม หงษ์สุวรรณ เรียบเรียง ตำนานผาแดงนางไอ่ ไว้ในหนังสือวรรณกรรมพื้นบ้าน (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พิมพ์เมื่อปี 2559 ขอบคุณ คุณพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร ฝากหนังสือมาให้)

ตำนานผาแดงนางไอ่ เป็นเรื่องราวชีวิตของธิดาพระยาขอม ชื่อนาง “ไอ่คำ” เธอมีความงดงามเป็นเลิศ เป็นที่หมายปองของบรรดาเจ้าเมืองต่างๆ

พระยาขอมผู้บิดา จึงวางเงื่อนไขให้ประลองฝีมือจุดบั้งไฟ... แข่งขันกัน

ระหว่างการแข่งขัน ท้าวพังคี ลูกชายพระยานาค ผู้ดูแลรักษาลำแม่น้ำโขง ได้ยินกิตติศัพท์ แปลงกายเป็นกระรอกด่อน (กระรอกเผือก) ปีนป่ายขึ้นต้นไม้ใหญ่ เพื่อแอบดูความงามนางไอ่คำ

การแข่งขันจุดบั้งไฟกำลังดำเนินไปมีคนเห็นกระรอกเผือกบนต้นไม้ก็ใช้ธนูยิงหล่นลงมาตาย เนื้อกระรอกเผือกตัวใหญ่มากเชือดแบ่งกันกินได้ทั้งเมือง

มีน้อยคนที่ปฏิเสธไม่ยอมกิน

ระหว่างชาวเมืองกำลังสนุกสนานบันเทิงกับการได้กินและการบันเทิง พระยานาคผู้บิดารู้เรื่องก็โกรธมาก สำแดงฤทธิ์ให้มวลน้ำมหาศาลไหลบ่ามาถล่ม ทำให้เมืองทั้งเมืองล่มกลายเป็นหนองหล่ม

ที่สกลนคร คือหนองหารหลวง ที่อุดรธานี คือหนองหานน้อย

เนื้อหาของเรื่องผาแดงนางไอ่...อาจารย์ปฐมบอกว่า เป็นการอธิบายสภาพภูมิศาสตร์ ภูมินามในชุมชนหมู่บ้านชาวอีสานหลายแห่ง

เช่น เมืองเชียงเหียน หรือเมืองมหาสารคาม เมืองสีแก้ว หรือเมืองร้อยเอ็ด เมืองฟ้าแดด หรือกาฬสินธุ์ เมืองหงส์ หรือ
เมืองจตุรพักตรพิมาน ฯลฯ

ชื่อเกาะ ดอน ลำห้วยต่างๆ ถูกตั้งขึ้นตามตำนาน...เช่น ดอนแม่หม้าย เกาะที่โผล่กลางหนองหารหลวง เป็นชุมชนแม่หม้ายที่ไม่ได้กินเนื้อกระรอกเผือก

ห้วยโพนไฟ เล่ากันว่า เกิดขึ้นพระยานาคพ่นไฟใส่ท้าวผาแดงขณะพานางไอ่ขึ้นหลังม้าหนีจากเมืองล่ม

ห้วยกองสี เล่ากันว่า เป็นลำห้วยที่เกิดจากนางไอ่ทิ้งกลอง ที่ถือติดมือระหว่างหนี

ตำนานผาแดงนางไอ่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2554 และยังผูกพันกับวิถีชีวิตชาวอีสานถึงทุกวันนี้

หลายชุมชนยังสร้างสรรค์ตัวละครหญิงชายบนหลังม้า แสดงเป็นท้าวผาแดงนางไอ่ อยู่ในขบวนแห่บั้งไฟ ซึ่งทำกันทุกปี เป็นประเพณี

ผมอ่านเรื่องผาแดงนางไอ่ สำนวนอาจารย์ปฐม แล้วระทึกใจ แต่ยังคาใจ ไม่รู้ว่า ตอนจบของเรื่อง ท้าวผาแดงพานางไอ่หนีพญานาครอดหรือเปล่า

เพราะในเรื่องไม่ได้เล่า ทั้งพระเอกนางเอกกินเนื้อกระรอกด่อนด้วยหรือไม่

แต่สิ่งที่ได้รู้ ก็คือ ตำนานผาแดงนางไอ่ สอนให้คนอีสานเชื่อในบาปบุญ เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อในอำนาจของผู้มีอำนาจ คนที่ฆ่ากระรอกเผือก กินเนื้อกระรอกเผือก ต่างก็ถูกน้ำท่วมถล่มตายและจมไปพร้อมกับเมือง

ส่วนคนที่รักษาศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่กินเนื้อสัตว์ อย่างแม่หม้ายเกาะกลางหนองหารหลวง รอดชีวิตได้ทั้งหมู่บ้าน

ผมเชื่อในอานิสงส์ของศีล เชื่่อว่าธรรมะจะรักษาผู้ประพฤติธรรม ส่วนคนไม่มีทั้งศีลไม่มีทั้งธรรม ไม่ว่าจะเป็นแม่หม้ายหรือไม่หม้ายก็คงต้องปล่อยให้เซซัดพัดพาไปตามยถากรรม.

กิเลน ประลองเชิง