วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใกล้ได้ตัว 3 แก๊งแสบ รีดไถเงินชาวซีเรีย

ผกก.สน.ลุมพินี เผยใกล้ได้ตัวผู้ต้องหาต่างชาติตามหมายจับ 3 คน รีดไถเงินชาวซีเรีย ด้านรองโฆษก สตช.ยืนยันไม่พบว่าตำรวจ สน.ลุมพินี หรือ สตม. เข้าไปเกี่ยวข้อง...

จากกรณี นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย พร้อมนายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามภาษา เข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีอ้างว่า ถูกอาสาตำรวจชี้เป้าให้ตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล ลูกชาย อายุ 23 ปี ชาวซีเรีย ดำเนินคดีข้อหาอยู่อาศัยในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กำหนด และโดนรีดไถเงินไปกว่า 5.5 แสนบาท แลกปล่อยตัว แต่กลับถูกส่งตัวไปสถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู กทม. จากนั้นตำรวจ สน.ลุมพินี ได้เชิญนายยาสเซอร์ มาแจ้งความ นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ในข้อหาฉ้อโกงนายยาสเซอร์ นั้น 

ล่าสุด เมื่อช่วงสายวันที่ 24 ส.ค. พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงความคืบหน้ากรณีนี้ว่า ขณะนี้ใกล้ได้ตัวผู้ต้องหาตามที่ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว พฤติกรรมคือ แอบอ้างเรียกรับเงิน อ้างว่าจะสามารถช่วยเหลือในคดีได้

ส่วนกรณีตามที่ นายยาสเซอร์ ระบุว่า นายวาเอล ลูกชาย ถูกจับนั้น เกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.2560 โดยนายวาเอลอยู่ในราชอาณาจักรเกินเวลากำหนด จึงจับกุมดำเนินคดีตามขั้นตอน มีการจับช่วงเย็นและส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าอีกวัน อยู่ที่ สน.ลุมพินีไม่ถึง 10 ชั่วโมง ซึ่งศาลได้พิพากษา และได้ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการผลักดันตามขั้นตอน ไม่มีการเรียกรับเงิน ส่วนอาสาสมัครเป็นเพียงล่ามแปลภาษา สำหรับกรณีหลังจากนายยาสเซอร์ไปร้องขอความเป็นธรรมและมีการแจ้งความตำรวจได้เร่งดำเนินคดีจนนำไปสู่การออกหมายจับทันที

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องและขอหมายจับ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 คน เป็นชาวอียิปต์ 1 คน เลบานอน 1 คน และซีเรีย 1 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ทั้ง 3 คนนี้มีพฤติกรรมเรียกรับเงิน อ้างว่าสามารถช่วยเหลือในคดีได้ และจะก่อเหตุบริเวณใกล้โรงพักเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ส่วนกรณีที่กล่าวอ้างว่า มีตำรวจ สน.ลุมพินี หรือ สตม.เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ตรวจสอบแล้วไม่พบ หรือหากตรวจสอบพบภายหลังจะถูกลงโทษเด็ดขาด.