วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีเชื่อมั่นทรุดต่อเนื่อง เปิดผลสำรวจภาคอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท.

“ส.อ.ท.”เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน ก.ค. แตะ 83.9 ลดลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เหตุวิตกแรงซื้อลดต่ำ บาทแข็งค่า น้ำท่วม ยันไม่กังวลกรณีคดีจำนำข้าวปูที่จะตัดสิน 25 ส.ค.นี้ ขณะที่กลุ่มยานยนต์หั่นเป้าผลิตรถปีนี้ลง 7 หมื่นคัน หลังส่งออกทรุด

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯอยู่ที่ 83.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.7 จากเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นค่าดัชนีฯที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และเป็นค่าดัชนีฯที่ลดต่ำสุดในรอบ 11 เดือน นับตั้งแต่ ก.ย. 2560 เนื่องจากภาคเอกชนมีความกังวลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ในประเทศที่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสานที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตและขนส่งสินค้า ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจกระทบต่อการส่งออก

สำหรับการส่งออกเดือน ก.ค.ที่ขยายตัว 10.5% ถือเป็นเรื่องดี แต่ส่วนใหญ่เป็นราคาที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ จึงยังไม่รู้ว่าหากตีมูลค่ารายได้ จากการส่งออกเป็นเงินบาทจะเป็นอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่ายังมีผู้ประกอบการส่งออกบางส่วนมีกำไรลดลง จากผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นจำแนกตามขนาดของกิจการเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯของอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดใหญ่ ปรับตัวลดลงจากเดือน พ.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯของอุตสาหกรรมขนาดกลางปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. โดยอุตสาหกรรมขนาดย่อม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 70.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 71.3 ในเดือน พ.ค. อุตสาหกรรมขนาดกลางพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 81.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 81.0 ในเดือน พ.ค. ด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ดัชนีความเชื่อมั่นฯในเดือน มิ.ย.อยู่ที่ระดับ 97.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 101.3 ในเดือน พ.ค.

“กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิจารณาคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค.นี้ ไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนใดๆ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะคุมสถานการณ์ได้”

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 101.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นระดับ 100.7 ในเดือน มิ.ย. เนื่องจากผู้ประกอบการคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายและการบริโภคครึ่งปีหลัง โดยเอกชนได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐในเดือน ก.ค. คือต้องการให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ระดับเหมาะสมรวมถึงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการบริโภคในประเทศ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์ฯได้พิจารณาปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปีนี้ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะมีการผลิต 2 ล้านคัน ก็จะเหลือเพียง 1,930,000 คัน โดยลดลง 70,000 คัน หรือลดลง 0.74% จากปีที่ผ่านมา เป็นการลดเป้าหมายการผลิตเพื่อส่งออกลง 100,000 คัน จากเป้าเดิมวางไว้ 1.2 ล้านคัน เหลือเพียง 1.1 ล้านคัน เนื่องจากตลาดส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ส่วนของการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปรับจากเป้าเดิมที่วางไว้ 800,000 คัน เพิ่มอีก 30,000 คัน เป็น 830,000 คัน เพราะมีการออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆมากระตุ้นตลาดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการผลิตรถจักรยานยนต์ ที่ปรับเป้าหมายจากเดิม 2.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิม 50,000 คัน เป็น 2.15 ล้านคัน โดยแบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออกจะยังคงเป้าหมายเดิมที่ 300,000 คัน ขณะที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปรับเพิ่มจากเป้าหมายเดิม 50,000 คัน เป็นผลิต 1.85 ล้านคัน.