วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุมเข้มรอบศาล 'ปู'-ระทึก! ชี้ชะตาวันพรุ่งนี้

ระดม4กลุ่มให้กำลังใจ เจ้าตัวตักบาตร-ทำทาน


“ยิ่งลักษณ์” ยังคงตระเวนทำบุญ-ปล่อยปลา ก่อนถึงวันดีเดย์ชี้ชะตาคดีจำนำข้าว พท. ดาหน้าโวยรัฐบาล คสช. ปูพรมสกัดมวลชนมาให้กำลังใจ ชี้ปากอย่างใจอย่าง “อนุดิษฐ์” ดักคอคุมเข้มขนาดนี้คงไม่มีมือที่สาม “เต้น” หวัง “บิ๊กตู่” เข้าใจหัวอกคนรัก “ปู” แอบอิจฉาหลับฝันหวานได้ทุกคืน แกนนำวางแผนกระจายกำลังรอระดมพลวันตัดสิน “วรงค์” ปูดดราม่าถูก จม.ขู่ฆ่า บิ๊ก ปชป.สั่งลูกพรรคเก็บปากเก็บคำหวั่นกระแสตีกลับ “ประยุทธ์” ยิงมุกจ้องคดีจนเจ็บตา “บิ๊กป้อม” มั่นใจไม่มีเหตุวุ่นวาย คสช.เกาะติดสถานการณ์ต่อหลังวันตัดสิน “ศรีวราห์” ตรวจกล้อง 120 ตัวรอบศาลฯงัดวิทยุ 4G มาใช้เป็นครั้งแรก ลั่นพิพากษาเสร็จต้องกลับทันที ตร.-ทหารไล่สแกนยิบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

สถานการณ์วันตัดสินคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก ยังเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองด้วยความห่วงใย ท่ามกลางการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ปูพรมตรวจละเอียดยิบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญ–ปล่อยปลา

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนรามอินทรา น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 17 รูป ที่นิมนต์มาจากวัดบึงทองหลาง มารับบาตรที่บ้าน ก่อนกลับพระครูสุจิตฺวิมล (จวง สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง กล่าวให้พร น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้แคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความโชคดี มีชัยชนะ คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนาทุกประการ ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ทำบุญไหว้พระถวายสังฆทาน พร้อมกราบขอพรรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และทำทานด้วยการปล่อยปลา บรรยากาศระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำบุญ มีประชาชนที่มาทำบุญพบเห็นต่างเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมกล่าวให้กำลังใจ ขอให้ชนะในทุกสิ่งทุกอย่าง

คุมเข้มขนาดนี้คงไม่มีมือที่สาม

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า วันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว คาดว่าจะมีผู้มาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวนมาก เพราะตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาทำงานการเมือง มาเป็นนายกฯก็สร้างคุณงามความดีที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชน โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว ทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปาก ฉุดให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ส่วนที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นห่วงเรื่องความวุ่นวายนั้น ไม่เชื่อว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะประชาชนมาให้กำลังใจด้วยความรัก ไม่ใช่มาด้วยจุดประสงค์อื่น ต้องขอบคุณภาครัฐที่ให้ความสำคัญ ทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด และใช้กำลังพลจำนวนมาก ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายหรือมือที่ 3 ถ้ามีคงทำได้ยากขึ้น

ไล่ จนท.ขนกำลังกลับไปดูแลพื้นที่

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ภาครัฐเตรียมการรับมือผู้ที่จะเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์แบบรัดกุม และยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ คอยสอบถามประชาชนว่าจะเดินทางไปให้กำลังใจหรือไม่ ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ ที่ผ่านมามีคนไปให้กำลังใจตลอด ไม่เห็นมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่จะไปให้กำลังใจบุคคลที่เรารัก เช่นเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร จ.นครราชสีมา ก็มีประชาชนมาคอยให้กำลังใจ ดังนั้น แทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมากังวลตรงนี้ เอาเวลาไปดูแลประชาชนในพื้นที่ดีกว่า

ฝากมวลชนจับตามือที่สามแฝง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีผู้คาดการณ์ในทางร้ายว่าอาจมีการใช้อาวุธและปลุกระดมมวลชนเข้ามานั้น เชื่อว่าไม่มีใครกล้านำอาวุธสงครามเข้ามาในวันนั้น การเดินทางมาให้กำลังของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเหตุความวุ่นวาย ประชาชนมาตามธรรมชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่อยากให้คาดการณ์ไปทางร้ายเกินไป ขอฝากพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมา ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย และฝากช่วยกันเป็นหูเป็นตาป้องกันไม่ให้มีมือที่สามเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ พรรคเพื่อไทยจะจัดบุคลากรทางการเมืองของเรา เข้าไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชน และเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ทุกคนรับฟังคำพิพากษาอย่างมีสติ

หวังนายกฯเข้าใจหัวอกคนรัก “ปู”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลอธิบายภาพประชาชนที่มาต้อนรับนายกฯ พร้อมส่งเสียงเชียร์ที่ จ.นครราชสีมา เป็นการให้กำลังใจ ของคนที่รักและห่วงใย ไม่มีการจัดตั้ง ตนจะพยายามเชื่อ และหวังว่าจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่รักและเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์เช่นกันด้วย การส่งกำลังตรึงพื้นที่ทั่วประเทศนานนับเดือน คงได้ข้อสรุปแล้วว่าไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวปลุกระดมใดๆ ตอนนี้จึงมีแต่การไล่คว้าเงาที่สร้างขึ้นเอง เช่น กระทรวงมหาดไทย ต้องคอยตอบคำถามเรื่ององค์กรปกครองท้องถิ่น ที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) วาดภาพไว้ ในสถานการณ์แบบนี้ การสงบนิ่งและเผชิญทุกเรื่องด้วยความสุขุมเยือกเย็น คือการต่อสู้ที่ทรงพลังที่สุดของฝ่ายถูกกระทำ ไม่มีประโยชน์ที่จะเคลื่อนไหวไปสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้อำนาจของฝ่ายรัฐ วันตัดสินคดีจะมีคนมาเท่าไหร่ ไม่มีใครทราบ แต่ที่รับรู้ตรงกันคือมีคนติดตามเรื่องนี้จากทุกมุมโลก

อิจฉา “บิ๊กตู่” หลับฝันหวานทุกคืน

“ที่นายกฯระบุว่านอนหลับสบายทุกคืนนั้น ถือเป็นเรื่องน่าอิจฉา เพราะชาวไร่ชาวนาและประชาชน ทั่วประเทศ นอนไม่หลับมากว่า 3 ปีแล้ว เนื่องจากไม่มีจะกิน ส่วนคืนวันที่ 24 ส.ค. คงมีคนนอนไม่หลับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะรู้สึกได้ถึงความทุกข์สาหัสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เผชิญชะตากรรมนี้ จึงตั้งใจจะเดินทางไปที่ศาล และอย่างมากคงทำได้แค่มองหน้าสบตาให้กำลังใจ ก็ถือว่ายังดี เพราะถึงวันนี้ไม่รู้ว่าในกลุ่มผู้มีอำนาจที่หลายคนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา จะมีใครมองหน้าและสบตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ตรงๆได้บ้าง” นายณัฐวุฒิกล่าว

โวยรัฐบาลปากอย่างใจอย่าง

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คาดว่าจะมีคนเดินทางไปให้กำลังใจราว 3-5 พันคน เจ้าหน้าที่อีก 5 พัน รวมแล้วน่าจะเป็นหมื่นคน ยังมีอดีต ส.ส.ที่จะไปให้กำลังใจอีกจำนวนมาก สถานการณ์แบบนี้ฝ่ายความมั่นคงทำเกินไป ทำเหมือนว่าจะมีเหตุรุนแรงทั้งที่ไม่มีอะไร ยิ่งไปตั้งด่านทางภาคอีสานแทบทุกอำเภอ บางอำเภอตั้งกัน 2-3 ด่าน คนจะไปไหนมาไหนเดือดร้อนไปหมด สงสัยว่าถ้าไปถามแล้วชาวบ้านบอกว่าจะไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะถึงขั้นลากลงจากรถไฟเลยหรือไม่ สำหรับตนได้รับการร้องขอจากตำรวจ ทหาร ขอให้ห้ามปรามมวลชน ก็เข้าใจเจ้าหน้าที่ต้องทำตามคำสั่ง เพียงแต่สงสัย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ปากก็บอกว่ามาให้กำลังใจได้ แต่กลับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำอีกอย่าง ปากอย่างใจอย่าง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีมือที่ 3 มือที่ 4 ไม่มีแน่นอน ส่วนทีมทนายคงเตรียมแนวทางไว้ทุกอย่าง ผลจะออกมาอย่างไร ไม่ขอประเมิน แต่หลังจากวันที่ 25 ส.ค.ไปแล้วจะเป็นอย่างไร ตรงนี้ไม่ทราบ

พท.กระจายกำลังรอวันดีเดย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า มีความ เคลื่อนไหวจากบรรดาแกนนำพรรค อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. มีการนัดแนะเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส. ยิ่งลักษณ์ โดยแนวร่วมจากพรรคแบ่งเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มแกนนำและอดีตรัฐมนตรีที่ใกล้ชิด เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล 2.กลุ่มทนายความและคณะที่ปรึกษากฎหมาย เช่น นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายพิชิต ชื่นบาน 3.กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวรชัย เหมะ และ 4.อดีต ส.ส.ที่ใกล้ชิดสนิทสนม อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิช นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ นายวัฒนา เมืองสุข เป็นต้น ส่วนมวลชนที่จะมาให้กำลังใจ มีการประสานให้เดินทางมาแบบกองทัพมด โดยเฉพาะมวลชนที่ต้องเดินทางไกลจากต่างจังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสานบางจังหวัด ให้เดินทางมาก่อนล่วงหน้า 3-4 วัน แล้วแยกไปพักตามสถานที่ที่มีการประสานไว้ให้ ก่อนทยอยมาให้กำลังใจในวันที่ 25 ส.ค. รวมกับมวลชนบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยแต่งกายปกติ ไม่มีเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะจะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต

“วรงค์” ผุดดราม่าถูก จ.ม.ขู่ฆ่า

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้นสัปดาห์ที่แล้วได้รับจดหมายส่งมาที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดอ่านพบว่าเป็นจดหมายขู่ปองร้าย ก่อนหน้านี้ตนเคยได้รับจดหมายลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 เนื้อหาใช้ถ้อยคำหยาบคายมีคำด่าสารพัด บอกว่าช่วงนี้ให้หาเสื้อเกราะหนาๆมาใส่ระวังตัวให้ดี จึงหารือกับเพื่อน ส.ส. ซึ่งนายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค แนะนำให้มาพักผ่อนต่างประเทศ ขณะนี้ยังอยู่ที่ทวีปแอฟริกากับภรรยาและเพื่อน จะกลับประเทศไทยปลายเดือน ส.ค. ให้ผ่านช่วงวันอ่านคำพิพากษาไปก่อน ไม่ได้กลัวแต่ก็ไม่ประมาท เพิ่มความระมัดระวังจะไปไหนมาไหน ยืนยันไม่เสียกำลังใจ

“อัศวิน” จัดกำลังคุ้มครองดูแล

นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง คงไม่มีใครมาพูดเล่น นพ.วรงค์มารายงานให้ทราบเมื่อสัปดาห์ก่อน จึงบอกให้ไปพักผ่อนบ้าง และคดีนี้ก็อยู่ในการพิจารณาของศาลฯ ถือว่าเราทำหน้าที่ดีที่สุดและหมดหน้าที่แล้ว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายต้องเคารพและว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนการดูแลสมาชิกพรรคโดยเฉพาะคนที่ถูกขู่ปองร้ายหรือตกเป็นเป้าหมาย เราดูแลกันอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด บอกไปอาจกระทบต่อความปลอดภัยของคนที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าคนทำงานให้ส่วนรวมเราดูแล และให้กำลังใจเสมอมา และได้รายงานเรื่องนี้ต่อคณะผู้บริหาร และผู้ใหญ่ในพรรคให้ทราบแล้ว

ปชป.สั่งลูกพรรคระมัดระวังปาก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า แกนนำคนสำคัญของพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค มีการหารือรอบนอกถึงสถานการณ์วันตัดสินคดี มีการประเมินและวิเคราะห์โดยเห็นพ้องว่า ผลการตัดสินจะออก 3 แนวทางตามที่สื่อได้วิเคราะห์มาก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ได้กำชับรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบแต่ละภาค ให้กำชับอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรค ระมัดระวังการใช้คำพูด อย่าใช้ลักษณะยั่วยุ ท้าทาย หรือซ้ำเติมคนที่กำลังลำบาก เพราะไม่อยากให้เกิดสภาพแอร์วอร์ โดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่ให้ข่าวที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรค ขอให้ระมัดระวังท่าทีไม่แสดงออกในเชิงซ้ำเติม หรือกระแนะกระแหน เพราะไม่เป็นผลดีใดๆ โดยมีการส่งข้อความเตือนในไลน์กลุ่มอดีต ส.ส.ของพรรคด้วย

“บิ๊กตู่” ยิงมุกจ้องคดีจนเจ็บตา

วันเดียวกันเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการจับตาสถานการณ์วันที่ 25 ส.ค.ว่า “ผมจับจนตาเจ็บแล้ว จับทุกวัน สื่อบอกเองว่าเดี๋ยวตรงนั้นตรงนี้มีอะไร เราก็ต้องจับตากันทุกวัน เสียเวลา เสียสมอง เสียงบประมาณ” เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มีอะไรน่าห่วงใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า รัฐบาลไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่อยากใช้กำลัง ไม่อยากใช้กฎหมาย ประชาชนต้องเป็นห่วงกันเอง ทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไร ไปแก้คำตัดสินศาลได้หรือไม่ ถึงจะเขียนคำตัดสินรวมเขาไม่รู้กันหมดหรอก ต้องมีเสียข้างมากเสียงข้างน้อย ว่ากันไป ตนยังไม่รู้เลย ผู้ที่ถูกกล่าวหามีวิธีทางการต่อสู้คดีอยู่แล้ว สื่ออยู่ในคดีกับเขาด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องห่วงเขา

“บิ๊กป้อม” มั่นใจไม่มีเหตุวุ่นวาย

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ยังคงพูดเหมือนเดิมว่ามวลชนที่จะไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถมาได้ แต่อย่ามาป่วนสร้างความวุ่นวาย ไม่กังวลกับสถานการณ์ กังวลไปทำไม และไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะสถานการณ์ไม่น่ามีอะไร และคิดว่าไม่ต้องประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว เมื่อถามว่ากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ต้องเตรียมความพร้อมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าไม่น่าจะมีความวุ่นวาย และไม่ขอตอบคำถามเรื่องเจ้าหน้าที่คุมเข้ม ตรวจสอบรถตู้ที่จะขนมวลชนมาเชียร์ ถามทุกวัน เมื่อถามว่าหากศาลตัดสินคดีเสร็จมวลชนยังไม่กลับ จะบังคับใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่หรอก มวลชนเขามาให้กำลังใจเฉยๆ พอตัดสินเสร็จคิดว่าเขาคงกลับ

คสช.ยังคงเกาะติดหลังการตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การข่าวหน่วยความมั่นคงมีการประเมินมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประมาณ 2,500-3,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในเขต กทม.และปริมณฑล เช่น จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ประมาณ 1,500-2,000 คน ส่วนภาคเหนือและอีสานประมาณ 1,000 คนขึ้นไป และยังประเมินว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 30-40 ปีขึ้นไป ราว 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จัดกำลังลงพื้นที่ทำความเข้าใจมวลชนต่อเนื่อง อยากให้ติดตามข่าวสารอยู่ที่บ้าน เข้ามาลำบาก แต่ที่เจ้าหน้าที่ห้ามปรามคือคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับส่ง ขนส่ง ไปจ้างรถ

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษก กสช. กล่าวว่า มีการจัดแบ่งพื้นที่ไว้ คือพื้นที่การทำงานของศาล จำกัดเป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป และพื้นที่รองรับมวลชนประมาณ 2-3 พันคน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสิ่งของต้องห้าม ของมีคม ที่ผ่านมามวลชนที่มาให้กำลังใจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มาให้กำลังใจแล้วกลับ ไม่ได้สร้างความวุ่นวาย ให้ความร่วมมือดีกับเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ยังไม่มีข่าวสารสำคัญว่าจะมีสิ่งใดที่ไม่เรียบร้อย การเตรียมการของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากที่สุด ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของศาล แต่ คสช.คงต้องติดตามสถานการณ์ไปต่อเนื่อง แม้การตัดสินคดีสิ้นสุดลงแล้ว แต่ต้องรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองต่อไป แม้ผลจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครก็ตาม

“ศรีวราห์” ตรวจกล้องรอบศาล

อีกด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำคณะพนักงานสอบสวนตรวจประชุมหารือกับนายไพโรจน์ โปเล็ม เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นานกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนวันอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์นำคณะเดินตรวจกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งเพิ่มรวมกว่า 120 ตัว รอบๆบริเวณ บางจุดติดตั้งบนต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ พร้อมใช้ห้องรับรองแขกชั้น 1 ศาลฎีกา ตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ติดตั้งจอมอนิเตอร์ ลิงก์กับกล้องวงจรปิดทั่วบริเวณศาล เพื่อใช้บันทึกภาพเหตุการณ์ในวันดังกล่าว

ลั่นพิพากษาเสร็จต้องกลับทันที

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวอีกว่า ศาลกำชับให้ดูแลความปลอดภัยบริเวณภายนอกและภายในศาล รวม ถึงภาพลักษณ์ ตำรวจมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ ติดกล้องวงจรปิดภายนอกอาคาร 88 ตัว ภายใน 32 ตัว รวม 120 ตัว และกล้องจากวิทยุดิจิตอล 4G (LCE) เคลื่อนที่กว่า 100 ตัว ที่จะแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนการกำหนดพื้นที่ว่าจุดไหนไม่สามารถอยู่ชุมนุมได้ จะมีความชัดเจนอีกครั้งวันที่ 24 ส.ค. ศาลจะเป็นผู้กำหนด และตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติตามที่ร้องขอ ส่วนเรื่องมือที่สามเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีการเข้ามาก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ประมาท สั่งการให้ บก.ปอท.จับตากลุ่มฮาร์ดคอร์อยู่ วันที่ 25 ส.ค.ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น กลุ่มมวลชนต้องกลับทันที หมดเวลาให้กำลังใจกันแล้ว หากไม่กลับถือว่าขัดคำสั่ง เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายทันที

ใช้วิทยุดิจิตอลใส่ซิมมือถือสั่งการ

ผู้สื่อข่าวรายว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งวิทยุดิจิตอล 4G (LCE) นำเข้าจากต่างประเทศ ราคากว่า 1 หมื่นบาท มาใช้ในประเทศไทย โดยจะเริ่มใช้งานวันที่ 25 ส.ค.เป็นที่แรก โดยคุณสมบัติของวิทยุดิจิตอล 4G (LCE) เป็นวิทยุสื่อสาร สามารถใส่ซิมโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ และมีหน้าจอระบบสัมผัส มีกล้องหน้า และกล้องหลัง สามารถโทรศัพท์ได้ คือเป็นการผสมกันระหว่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนกับวิทยุสื่อสาร

ตร.–ทหารสแกนยิบรถไฟสายเหนือ

ส่วนการกระจายกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจและทหารกระจายกำลังเข้าตรวจ สอบความเรียบร้อยตั้งแต่เช้า พร้อมขอความร่วมมือนายสถานีรถไฟเชียงใหม่ ให้ตรวจสอบบัตรประชาชนผู้ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หากมีผู้โดยสารมาเป็นกลุ่มให้แจ้งตำรวจตรวจสอบทันที พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า นำกำลังมาตรวจดูสถานีรถไฟเพื่อขอความร่วมมือเรื่องยาเสพติดเป็นหลัก ไม่ได้ปิดกั้นคนที่จะเดินทางไปให้กำลังใจอดีตนายกฯ ส่วนแกนนำถ้าจะไปก็ไป แต่อย่าปลุกระดมชักชวนคนไป มันผิดกฎหมาย

เช่นเดียวกับที่สถานีรถไฟพิจิตร ร.อ.สุนทร ศิริสาร สารวัตรทหาร มทบ.36 นำกำลังสารวัตรทหาร เข้าตรวจความเรียบร้อยและสอบถามผู้โดยสารบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชน ที่จะเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ส่วนใหญ่ระบุว่าจะไปเยี่ยมญาติที่ กทม. ไม่ได้ไปให้กำลังใจอดีตนายกฯแต่อย่างใด

แดงโคราชนั่งรถไฟฟรีไปแล้ว

ที่ จ.นครราชสีมา นายอนุวัฒน์ ทินราช อดีตแกนนำคนเสื้อแดงโคราชที่รักประชาธิปไตย กล่าวว่า มีพี่น้องคนเสื้อแดง จ.นครราชสีมา ทยอยเดินทางเข้า กทม.แล้ว คาดว่าไม่เกิน 100 คน หรือแค่หลักสิบ โดยเดินทางไปกันเอง ยืนยันว่าไม่มีการจัดรถตู้หรือ เกณฑ์คนไป มีคนมาขอรถตู้เช่นกันแต่เราไม่มีให้ และทราบอีกว่ารถตู้ที่มีการนัดหมายกันไว้ ตอนนี้ยกเลิกกันไปหมด สำหรับตนคิดว่าไม่ต้องไปก็ได้อยู่บ้านส่งกำลังใจไปให้อดีตนายกฯก็ได้ แต่มีส่วนหนึ่งที่นั่งรถไฟฟรีไปเหมือนกัน เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงหรือบานปลายเหมือนที่ฝ่ายรัฐบาลตั้งท่าไว้

ภาคใต้ไร้ปัญหาขนคนเข้ากรุง

ที่ จ.ชลบุรี พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า การตั้งจุดสกัดของตำรวจภูธรภาค2 ทำมาโดยตลอด 40-50 จุด ทั้ง 8 จังหวัด ภาคตะวันออก เพื่อป้องกันอาชญากรรม ไปจนสิ้นสุดวันที่ 26 ส.ค. เป้าหมายคือลดปัญหาอาชญากรรมเท่านั้น

ขณะที่ พ.ต.อ.พัฒนา เพศยนาวิน รรท.ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เนื่องจากกลุ่มการเมืองส่วนใหญ่เป็นคนละกลุ่มกับคนเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นปกติไม่มีการเพิ่มกำลัง แต่กำชับให้สังเกตรถบัสและรถตู้ที่ขนคนปริมาณมากเข้า กทม.

“ประยุทธ์” ฮึดต่อเหนื่อยไม่ได้

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวขณะเป็นประธานมอบรางวัลอุตสาหกรรมประจำปี พ.ศ.2560 ว่า เช้านี้รู้สึกเหนื่อย น่าจะจากการลงไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดตลอด 2 วัน แต่เจอพวกเราทุกคนมีแรงฮึดขึ้น ต้องทำงานกันต่อ เหนื่อยไม่ได้ ยิ่งได้เห็นทุกคนมีรอยยิ้มยิ่งดี ปัญหาบ้านเราอย่างหนึ่งคือการลงทุนค่อนข้างช้า ต้องเร่งรัดเรื่องการอำนวยความสะดวก แก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นสากล รู้ดีว่าภาคเอกชนต้องการมาก แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบที่เราให้ได้ อย่าลืมว่าประชาชนจับตาดูอยู่ อาจถูกบางกลุ่มหยิบไปพูดได้ว่าเอื้อนายทุน ไม่สนใจเกษตรกร เป็นวาทะกรรมมานาน เราต้องแก้ให้ได้ ด้วยประชารัฐ ทำไมนักลงทุนต่างชาติถึงย้ายฐานการลงทุนไปต่างประเทศ เพราะต้นทุนถูกกว่า แต่คนไทยยังไม่เข้าใจ กลายเป็นว่าเพราะตนอยู่ ถามว่าถ้าตนไม่อยู่นักลงทุนจะกลับมาหรือไม่ ถ้ากลับมาตนจะออกไปให้ เขาไม่มาหรอกเพราะต้นทุนมันสูง แล้วคิดว่าถ้ามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นนักการเมือง การลงทุนจะดีขึ้นหรือไม่

ขู่ทุจริตส่ง ศอตช.เชือดลูกเดียว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องมีธรรมาภิบาล ต่อไปนี้หากมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตเข้ามา จะส่งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่ง ชาติ (ศอตช.) ที่มีหน่วยงานภาคเอกชน และองค์กรตรวจสอบอื่นรวมอยู่ด้วย อย่าทุจริตเพราะเงินมาจากภาษี ตายไปก็เอาไปบาทเดียวไม่ได้ วันก่อนไปประชุม ครม.สัญจรที่ จ.นครราชสีมา สื่อให้ความสำคัญกับเรื่องกบ ทั้งที่แค่เล่านิทานให้ยายเขาฟัง หรือสนใจเรื่องกฎหมายกิ๊ก อย่าเก็บประเด็นแค่เรื่องกบกับกิ๊ก ปีนี้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปในทิศทางดีขึ้น ตั้งแต่ไตรมาสแรกถึงไตรมาส 3 มีการคาดการณ์ว่าจะโตถึงร้อยละ 3.5-4.0 ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ รัฐวิสาหกิจ

ยก “ป๋าเปรม” ปูชนียบุคคล

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 97 ปี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ วันที่ 24 ส.ค. ว่า พล.อ.เปรมถือเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศ เป็นปูชนียบุคคลที่ผมให้ความเคารพ ที่ผ่านมาท่านให้กำลังใจรัฐบาลมาตลอด ส่วนความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คนมาสมัครเยอะ แต่พอจะให้มาขึ้นชื่อ เขาไม่อยากมีชื่อ อยากอยู่ข้างหลัง ได้คนมาช่วยเยอะมากแต่เขาไม่อยากออกหน้า ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน เขาบอกว่าวุ่นวาย ประกอบการถูกต้องแต่ไม่อยากเอามาเผยแพร่ให้คนด่าว่า อย่าไปตีความว่าเพราะตนเป็นรัฐบาลอย่างนี้ เลยไม่มีคนอยากช่วย แสดงว่า คสช.เริ่มถอยหลัง ไม่มีถอยหลังมีแต่เดินหน้า มีด็อกเตอร์หลายคน “นี่ไม่ได้โม้นะเดี๋ยวหาว่าโม้อีก”

“วิษณุ” โวทุกองค์กรแห่ส่งชื่อ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งกรรมการปฏิรูป 11 ด้านเพิ่มเติมว่า บุคคลจากองค์กรอิสระ หรือที่นายกฯอยากได้ มีหลายองค์กร รวมถึงศาล แต่จะมาได้ต้องรอเกษียณอายุราชการก่อน เช่นเดียวกับพรรคการเมืองได้เสนอคนที่ไม่ใช่นักการเมืองมาให้พิจารณาด้วย ขึ้นอยู่กับนายกฯจะเห็นว่าใครเหมาะสม ส่วนความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ รายชื่อขณะนี้มีทั้งที่อยู่และไม่อยู่ ในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และมีเงื่อนไขกำหนดผู้ที่จะมาเป็นต้องมีอายุไม่เกิน 75 ปี มีหลายคนพร้อมแต่อายุเกิน ขณะที่ภาคประชาชนมีการส่งรายชื่อมาหลายสิบคน กำลังรวบรวมเสนอนายกฯพิจารณา

กกต.สาธิตระบบเลือกตั้งพิสดาร

ช่วงเช้าที่สำนักงาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. จัดสาธิตการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.รูปแบบแยกเบอร์รายเขต ตามแนวคิดของ กรธ. จำลองหน่วยเลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง 350 แบบ แต่ไม่ปรากฏว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เข้าร่วมสังเกตการณ์ตามคำเชิญของ กกต. มีเพียงตัวแทนสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พรรคการเมืองขนาดเล็ก ตัวแทนมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ที่มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนใหญ่สะท้อนว่าระบบใหม่จะสร้างความยุ่งยาก อยากให้ กรธ.ทบทวนใหม่

จี้ กรธ.ทบทวนด่วนปัญหาเพียบ

นายสมชัยกล่าวภายหลังการสาธิตว่า การสาธิตดังกล่าว เพราะต้องการให้สร้างเครื่องบินเสร็จแล้วบินได้ ไม่ใช่บินแล้วพาคนไปตาย แม้คนออกแบบเครื่องบินจะไม่มาอาจเพราะติดภารกิจการออกแบบจรวดนำวิถี หรือขีปนาวุธที่สำคัญกว่า แต่อยากให้ไตร่ตรองปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไข เพราะมีปัญหาหลายจุด และสร้างภาระให้ประชาชน ไม่มีใครรับประกันว่าระบบนี้จะป้องกันการซื้อเสียงได้ ส่วน กรธ.จะนำไปปรับปรุงหรือไม่ ไม่อาจคาดการณ์ได้ เพราะถ้าทำสาธิตรู้ปัญหาขนาดนี้ หูหนวก ตาบอด ไม่รับฟังก็เท่ากับสะท้อนความพิการในการรับรู้ของท่านเอง นอกจากนี้ การออกกฎหมายออกแบบให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเลือกทั้งผู้สมัครและพรรค ดังนั้น ลักษณะภายในบัตรต้องมีอย่างน้อย หมายเลขผู้สมัคร และชื่อพรรค จะมีเพียงหมายเลขผู้สมัครอย่างเดียวไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ต้องระวัง ถ้าวันหนึ่งใครอาจหาญพิมพ์แค่เบอร์ผู้สมัครอย่างเดียว ก็เตรียมถูกฟ้องแพ่งให้รับผิดชอบต่อค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นโมฆะ

“มีชัย” ไม่ส่งความเห็นร่างฯ กสม.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.จะไม่ทำความเห็นแย้งต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามที่ สนช. ลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ส่วนที่ กสม.มีความเห็นแย้งและท้วงติงใน 6 ประเด็นนั้น ถ้า สนช.ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย กรธ.จะส่งบุคคลเข้าไปร่วม ที่ กสม.ท้วงติงว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวลักษณะการจัดทำเนื้อหามีเจตนาไม่สุจริต และมองว่าการลดเกรด กสม.ไทย ไม่ใช่เป็นความผิดของกสม.ชุดปัจจุบันนั้น การที่ กสม.ถูกลดเกรดจากองค์กรสากล เป็นเพราะ กสม.ชุดก่อนหน้าจริง แต่ปมปัญหาคือกระบวนการสรรหา กรธ.จำเป็นต้องแก้ไข

เหน็บไม่รู้ กกต.ทำถูกหรือไม่

นายมีชัยยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทดลองระบบเลือกตั้ง ส.ส. ด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียวตามแนวคิดที่ กรธ.ออกแบบไว้ว่า ไม่ทราบว่าเขาทำถูกต้องหรือไม่ เพราะแนวทางดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การนำไปบัญญัติเป็นร่างกฎหมาย แต่เมื่อ กกต.ทดลองแล้วพบอุปสรรคการปฏิบัติ สามารถส่งเป็นข้อเสนอมายัง กรธ.ได้ แต่ กรธ.ไม่จำเป็นต้องไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ศาล รธน.รับคำร้องปมผู้ตรวจฯ

อีกเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าว หลังพิจารณาคำร้องของประธาน สนช. ที่ส่งความเห็น สนช. 36 คน มาให้พิจารณาวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. มาตรา 56 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำรงตำแหน่งจนครบวาระ โดยศาลมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง และแจ้งให้ประธาน สนช.ทราบ เพื่อพิจารณามอบหมายให้ส่งตัวแทน สนช.เสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นผู้ส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจำนวน 1 คน และผู้แทนจาก สนช.เสียงข้างมากที่ลงมติเห็นชอบมาชี้แจง

สานสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลีย

ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.มารีส เพย์น รมว.กลาโหมเครือรัฐออสเตรเลีย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม ต่อมา พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือด้านการทูต การค้า เศรษฐกิจ การทหาร บนผลประโยชน์ร่วมกัน ไทยยินดีสนับสนุนการบินผ่านหรือขึ้นลงของอากาศยานทหาร การลาดตระเวน การพิจารณาขยายขอบเขตการฝึกร่วมกับออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังเห็นพ้องสานต่อการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางด้านความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย โดยออสเตรเลียเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลไทย เรื่องการเข้มแข็งไปด้วยกัน และยินดีร่วมมือกับไทยและอาเซียน ในการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคและทั่วโลก

ผบ.ทบ.ทดสอบร่างกายผ่านฉลุย

ช่วงเช้าที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. นำคณะ 5 เสือกองทัพบก และกำลังพลทุกระดับชั้น ทดสอบสมรรถภาพร่างกายประจำปี 2560 ครั้งที่ 2 ที่บริเวณพื้นที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดย พล.อ.เฉลิมชัยผ่านเกณฑ์ทดสอบในเกณฑ์เฉลี่ยถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดย พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ภาพรวมกำลังพลมีความพร้อมมากขึ้น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นลงมาทดสอบด้วย ขาดเพียง พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ. ที่ติดราชการต่างประเทศ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของกองทัพบก ทุกหน่วยจะได้ไปรณรงค์เรื่องการออกกำลังกาย เพราะพื้นฐานของทหารต้องแข็งแรง พอใจที่ทุกส่วนให้ความสนใจลงมาทดสอบ ไม่ได้มุ่งเน้นที่วันทดสอบ แต่เน้นเรื่องการออกกำลังกายสม่ำเสมอตลอดปี และฝากให้นักข่าวไปออกกำลังกายด้วย

“วัฒนา” ร้องศาลทนายถูก ตร.ขู่

ที่ศาลอาญา นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว. พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศ ไทย ในฐานะทนายความนายวัฒนา เข้ายื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ไต่สวนกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แสดงกิริยาก้าวร้าวข่มขู่ทนายความ และประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล นายวัฒนากล่าวว่า พนักงานสอบสวนที่มายื่นคำร้องฝากขังตน แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ทนายความ มีคำพูดทำนองจะเอาปืนกรอกปาก ถือเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ แสดงพฤติกรรมในศาลแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดทนายตนเป็นนายกสมาคมทนายความฯยังโดนแบบนี้ ตนเป็นนักการเมืองยังโดนขนาดนี้ ประชาชนทั่วไปจะโดนขนาดไหน จึงมายื่นขอให้ไต่สวนการกระทำดังกล่าว มีพยานเป็นทนายความอยู่ในเหตุการณ์หลายคน นอกจากนี้ เตรียมยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งที่อนุญาตให้ฝากขังของ ปอท. เพราะเห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัว เมื่อไม่คิดหลบหนี ไม่ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน แต่เอาตนมาฝากขัง มันมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง การมีปัญหากับตำรวจที่ดูแลการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว อาจมีคดีรายวันก็ได้ แต่พร้อมจะสู้

“นรินทร์พงศ์” โวยขู่ยิงกรอกปาก

ด้านนายนรินทร์พงศ์กล่าวว่า คุยกับพนักงานสอบสวนมาตลอด วันนั้นหลังจากขอคัดค้านการฝากขังนายวัฒนา มีการแหย่กันเล่นว่าถ้าศาลยกคำร้องจะดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนคนนี้ หลังจากนั้นมีการแสดงอาการและคำพูดที่ก้าวร้าวมาก มีคำพูดที่ตนรู้สึกรับไม่ได้คือการพูดว่า “เต็มที่ก็เอาปืนยิงกรอกปากกัน” ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ตนไม่กังวลเกี่ยวกับการข่มขู่เท่าไหร่นัก แต่กังวลสิทธิเสรีภาพประชาชน ถ้าพนักงานสอบสวนเป็นปฏิปักษ์กับตนแล้วจะทำงานกันได้อย่างไร ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมทนายความฯจะมีหนังสือจากองค์กรมาถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าทนายความยังถูกกระทำในศาลแล้ว เรื่องอย่างนี้ปล่อยไปไม่ได้ ไม่ใช่การเอาคืนแต่เอาความถูกต้องมาว่ากัน