วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาตินำร่างยายวัย 62 ปีเหยื่อรถชนจากการแข่งแรลลี่ที่สระบุรีเผาแล้ว

ยายวัย 62 ปีเหยื่อรถแรลลี่ข้ามจังหวัดถูกรถชนกระเด็นดับ ขณะที่ เจ้าของรถแรลลี่ไม่เหลียวแล จนศพใกล้เผา จึงส่งทีมเข้าช่วยเหลือ มอบเงินเยียวยา ส่วนญาติให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนชนดำเนินคดีตามกฎหมาย
...

ส่วนที่ จังหวัดสระบุรี หลังจากทางโลกโซเชียล มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องเกี่ยวกับ ยายวัย 62 ปี ถูกรถแข่งแรลลี่ชนกระเด็นเสียชีวิต ขณะขับรถ จยย. ข้ามถนน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา ช่วง 17.00 น. จากนั้นก็มีการเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ชนมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันทางญาตินำศพฌาปนกิจตามประเพณี โดยขณะที่ ญาติ ไม่พบผู้ชนที่รับผิดหรือทีมงานเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด จนมีการวิพากษ์วิจารณ์บนสังคมออนไลน์ ถึงการกระทำผิดที่ไม่ไยดีกับผู้เสียชีวิต


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวเดินทางมาที่วัดท่าพลู หมู่ที่ 4 ต.ลำสมพุง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพราะในวันนี้เป็นวันที่มีการฌาปนกิจเหยื่อรถแข่งแรลลี่ นาง บุญมา เอี่ยมสะอาด อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 5 ต.เขาน้อย อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี โดยภายในงานกำลังเตรียมเผาร่างผู้เสียชีวิต โดยมีเพื่อนบ้านและญาติ ทั้งสามีลูกหลานมาร่วมงานจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาศพได้เคลื่อนสู่เมรุทำการเผา


นายสอน อุดราช อายุ 63 ปี สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุนั้น วันที่ 18 ส.ค. ช่วงประมาณ 17.00 น.ที่ผ่านมา ผู้ตายหรือภรรยา ได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน งขฟ 607 ชลบุรี ออกจากบ้าน เพื่อไปซื้อกระสอบมาใส่ของในบ้าน ในขณะที่ผู้ตายขับออกจากบ้านไปประมาณครึ่งชั่วโมง มีเพื่อนบ้านบอกว่า ภรรยาของตนถูกรถชนตาย ตนเองจึงได้มาที่เกิดเหตุเป็นถนนสายบ้านทรัพย์ดินดำ-เขาวง ม.6 ต.ลำยากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็นสามแยกพอดี

เมื่อตนเองมาถึงพบร่างภรรยาของตน ขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต นอนอยู่ข้างป่าริมถนน ส่วนรถ จยย.พบถูกชนกระเด็นลากไปประมาณ 50 เมตร โดยตนพบว่ามีตรายี่ห้อรถโตโยต้าตกอยู่กับรถ จยย. และเศษชิ้นส่วนบังโคลนรถ 1 ชิ้น ขณะที่ตนเห็นว่าภรรยายังได้หายใจอยู่ จึงได้ช่วยกันกับเพื่อนบ้านที่มามุงดูนำส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา แต่อาการสาหัสมากและได้เสียชีวิตลง จากนั้นตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำตู้ยามลำสมพุง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามรถคันที่ชนภรรยาของตนให้มาดำเนินคดี


สามีผู้ตายกล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวหลังจากที่ตนได้แจ้งความตำรวจให้ติดตามคนร้ายที่ขับชนเพื่อมาดำเนินคดี ตนเองและญาติก็ได้ทำการนำศพมาทำพิธีการทางศาสนาที่วัดท่าพลู ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ จน 3 วันแล้ว ก็ยังไม่มีผู้จะมารับผิดชอบหรือช่วยเหลือแต่อย่างใดเลย เพราะว่า หลังจากที่ภรรยาของตนได้ถูกรถนักแข่งแรลลี่ชนนั้น ตนเองและครอบครัวก็พอทราบเบาะแสว่า รถที่ชนเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มรถในขบวนที่จัดแรลลี่ ที่วิ่งผ่านมาทางพื้นที่ของชาวบ้านตน แต่แล้ววันงานไม่เห็นมีใครที่จะมาร่วมเยียวยาใจ หรือสำนึกผิดแม้แต่นิดเดียวที่ชนคนตาย

นายสอน กล่าวอีกว่า จนกระทั่งประมาณวันที่ 21 ที่ผ่านมาลูกๆ หลานๆ ได้นำเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่โลกโซเชียล เพื่อขอความเป็นธรรมแก่คนตาย และขอให้ช่วยตามรถผู้กระทำความผิดที่มาขับร่วมจัดการแข่งขัน โดยตนเองเชื่อว่าทางผู้จัดงานเชื่อว่าน่าจะมีข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุนี้ด้วย และเชื่อว่า น่าจะมีข้อมูลในการเดินทางของรถแต่ละคันและวันเวลาใกล้เคียงกับที่ชน

สามีผู้ตาย กล่าวว่า หลังจากนั้น จนเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ช่วงเวลา 14.00 น. ตนได้รับทราบจาก นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ได้มาประสานกับตนและครอบครัว โดยในขณะนั้นกำลังเตรียมงานศพอยู่ว่า ได้มีเจ้าของบริษัทที่ร่วมจัดการแข่งขันรถแรลลี่ข้ามจังหวัด ในครั้งนี้ได้โทรศัพท์มาเพื่อขอช่วยเหลือเรื่องศพในเบื้องต้น โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา มาก่อน 4 แสนบาท พร้อมโอนผ่านมาให้ทันที โดยที่ตนก็ดีใจรับเงินไปทำการใช้จ่ายในงาน

"ถึงแม้ว่าทางเจ้าของจัดงานรถแรลลี่ จะช่วยเยียวยาในเบื้องต้นในงานศพนั้น ตนเองและครอบครัวก็ดีใจและขอบคุณมาก แต่กลับกันทางด้านคดีความตนมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 โดยในส่วนคดีความ ยังไม่ได้เข้าให้การปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะติดจัดงานศพอยู่ และตนเองก็ยังไม่ทราบว่ารถคันไหนชนภรรยา แต่พอรู้แค่คร่าวๆ ว่า จะต้องเป็นในขบวนรถแข่งแน่นอน ซึ่งตนเสร็จงานตนเองก็จะเข้าให้ปากคำตำรวจเพื่อที่จะหารถคันที่ชนมาดำเนินคดี" นายสอน กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

ส่วน พ.ต.อ.ธัชกร รอดเจียม ผกก.สภ.มวกเหล็ก กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวหลังจากทางเจ้าหน้าที่รับแจ้ง ก็มีพนักงานสอบสวนลงตรวจที่เกิดเหตุแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและติดตามรถคันที่ชน โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังประสานไปทางผู้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อที่จะรวบรวมหลักฐานและดูว่าในการแข่งขันมีรถกี่คัน และดูเวลาที่ลงนัดครั้งสุดท้ายที่ใกล้กับเหตุการณ์ที่ชน จะได้เชิญตัวเจ้าของรถที่ต้องสงสัยมาสอบสวนเพื่อหาคนผิดและรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดี ส่วนทางด้านสอบปากคำทางญาติผู้ตายทราบว่า หลังเสร็จงานศพตนจะดำเนินการสอบสวนต่อไป.