วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังตำนานนักยิมฯไทย ชำแหละกลโกงม้าหูชาย มาเลย์ซิว 2 ทอง คะแนนเท่าเป๊ะเป็นไปได้?

การแข่งขันยิมนาสติกอุปกรณ์ม้าหูชาย ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 นี้ เป็นที่วิจารณ์กันไปทั่วอาเซียน เมื่อเจ้าภาพอย่างมาเลเซีย ไม่จัดสกอร์บอร์ดให้นักกีฬาหรือโค้ชเห็น ทำให้ไม่สามารถแนะนำ หรือแก้ไขการเล่นให้นักกีฬาได้เลย ซ้ำยังไม่สามารถยื่นประท้วงได้ อีกทั้งในการควบคุมการแข่งขัน มาเลเซีย เชิญผู้แทนจากสหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติเข้ามาเพียง 1 คน ไม่มีผู้แทนจากสหพันธ์เอเชียเข้ามาเลย ทั้งๆ ที่ควรจะมีอย่างน้อย 5 คน ส่วนผลการแข่งขัน ปรากฏว่า สองนักกีฬาจากชาติเจ้าภาพคว้าเหรียญทองคู่กัน โดยทำคะแนนที่ 13.650 คะแนน ขณะที่ นักกีฬาจากทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองแดงไปครองแทน และไม่มีผู้ใดได้รับเหรียญเงิน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับอดีตนักยิมนาสติกทีมชาติไทยรุ่นเก๋า เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 “หมู อมรเทพ แววแสง" มาวิเคราะห์เกม พร้อมเล่าประสบการณ์สุดยอดกลเม็ดการโกงที่เคยเจอเมื่อครั้งเป็นนักกีฬา

เหรียญทอง 2 คน เป็นไปได้หรือ?

เป็นสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหู ถึงเกมการแข่งขันยิมนาสติก ประเภทบุคคลแยกอุปกรณ์ ในประเภทม้าหูชาย อดีตนักยิมนาสติกทีมชาติไทยรุ่นเก๋า กล่าวถึงประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดอยู่ขณะนี้ เหรียญทอง 2 คน เป็นไปได้หรือ?

เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า.... “เป็นไปได้ครับ โดยรางวัลมี 3 รางวัลเท่านั้น เมื่อใดก็ตามหากเกิดคะแนนเท่ากัน และได้รับเหรียญคู่ รางวัลในลำดับถัดไปจะไม่มี เช่น มีที่หนึ่ง 2 คน ก็จะไม่มีที่สองหรือมีผู้ได้เหรียญเงิน ต่อมาก็จะเป็นรางวัลที่สามคือ เหรียญทองแดง ครับ แตกต่างจากกีฬามวยที่ได้ทั้งหมด”

จุดทศนิยมเป๊ะ เหมือนล็อกมาเสิร์ฟเจ้าภาพ!?

ปัจจุบันกติกาเปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนเต็ม 10 และหักคะแนนทีละ 0.5 ตัวเลขจะออกมาง่าย และเมื่อก่อนโกงง่ายกว่าด้วยซ้ำ และเนียนกว่าด้วย ซึ่งสมัยนั้นกรรมการล็อบบี้กันก็มี หรือโค้ชเองเป็นคนเขียนโพยและยัดใต้โต๊ะให้กับกรรมการ และก็จับกันได้กลางสนาม แต่เราก็แข่งกันต่อไป ซึ่งศักยภาพของทีมเราสูงกว่าก็เลยยังทำคะแนนได้อยู่ ทางนั้นก็เลยไม่กล้าทำอีก

“จุดทศนิยม 3 หลักเหมือนเป๊ะ โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะทางสหพันธ์ใหญ่มีการเปลี่ยนกติกาใหม่ให้เป็นแบบนี้ ก็เพื่อป้องกันการโกงไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนครั้งนี้เป็นแค่แมตช์ซีเกมส์ ทุกอย่างมีการพูดคุยกันแล้ว มีการเขียนโพยไว้ตั้งแต่ประชุมแล้ว ถึงแม้จะเอาใบตัดคะแนนมาตรวจดูก็ตาม ซึ่งกรรมการทุกคนก็มีการบ้าน ในเมื่อกำหนดตัวเลขมาแล้ว คุณจะตัดคะแนนอย่างไรก็ได้ แต่ตัวเลขต้องจำนวนเท่านี้”

นอกจากนี้ ต่อให้เอาวิดีโอมาเปิดดู และเอากรรมการมานั่งไล่ดูใหม่ทั้งหมด แต่การตัดสินได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะได้คือ คำขอโทษของกรรมการว่าคิดคะแนนผิดแค่นั้น คงไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร เป็นเจตนาของทางเจ้าภาพอยู่แล้ว ดังนั้นขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระหว่างการแข่งขันทุกคนมีสิทธิ์ท้วงติงปัญหาต่างๆ แต่ในเมื่อทุกชาติพร้อมลงเล่นแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เท่ากับว่าสมยอมไปแล้ว

“เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ขึ้นก็ได้ เพราะเราไม่เห็นสกอร์ ไม่ว่าสกอร์บอร์ดจะหลบหรือไม่หลบไม่รู้ แต่โค้ชและนักกีฬาเราไม่เห็น มันถือว่าไม่แฟร์เกมครับ ฉะนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป หากไม่ทำอะไรก็ถือว่าเรายอมรับในสิ่งนั้น”

เผย กลโกงแท็กติกเดิมๆ ใช้มาหลายสิบปี

อดีตนักยิมฯ รุ่นเก๋า เปิดเผยถึงแท็กติกกลโกงที่เคยพบเจอว่า มีตั้งแต่การล็อบบี้กรรมการ ซึ่งแต่ละชาติจะรู้ว่านักกีฬาของทีมตัวเองมีสิทธิ์ที่จะได้เหรียญหรือไม่ พอประเมินว่าไม่ได้เหรียญ อาจจะมีการพูดคุยกับกรรมการโดยมีหลากหลายชาติ อาจจะตกลงกันว่า หากเป็นอุปกรณ์ชนิดต่อๆ ไป จะให้ชาติคุณได้เหรียญ

หรือจะเป็นการซื้อตัวนักกีฬาจากจีน ข้ออ้างเรื่องสกอร์บอร์ดเสีย เปลี่ยนตารางการแข่งขันอย่างกะทันหัน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกประเทศล้วนแล้วแต่หาเทคนิคเอาผลงานเข้าตัวเองทั้งนั้น

ส่วนประเด็นปัญหาที่ไม่มีผู้แทนสหพันธ์เอเชียเข้ามาร่วมนั้น ขึ้นอยู่ที่การเชื้อเชิญ หรือระบบการจัดการของเจ้าภาพ แต่ขณะเดียวกัน หากเข้ามาดูการแข่งขันก็สามารถพูดคุยเจรจาหลับหูหลับตากันได้ทั้งนั้น ถ้าคิดจะทำ

เมื่อถามว่า มีกรณีการดีลแบ่งเหรียญแต่ละชาติบ้างหรือไม่ อมรเทพ ตอบว่า ไม่ว่าจะเป็นกีฬาระดับไหนก็ตาม เชื่อว่ามีการพูดคุยกันว่า จะแบ่งเหรียญให้ประเทศไหนอย่างไรบ้าง เพราะในบางประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หรือมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน อาจจะประเภทนี้เหมาะกับประเทศนี้ ส่วนอีกประเภทหนึ่งก็เหมาะกับอีกประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความสามารถ ศักยภาพของนักกีฬาจะต้องถึงในระดับนั้นด้วย

ประเทศเจ้าภาพ มักจะได้เปรียบที่สุดจริงหรือ?

เขาว่ากันว่า...ประเทศเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาต่างๆ มักจะมีความได้เปรียบมากที่สุด เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่? ยอดนักยิมนาสติกเมืองไทย กล่าวว่า “เป็นทุกประเทศนะครับ การกีฬา การฝึกซ้อม ต้องใช้เทคนิค ส่วนการแข่งขัน ต้องใช้ประสบการณ์ กับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำอย่างไรที่ให้เราได้เปรียบมากที่สุด ผมอยู่ในวงการยิมนาสติกมานาน ผมเชื่อว่าทุกประเทศเขาก็อยากได้ผลงานที่ดีที่สุดนะครับ

ถามว่าประเทศไหนขึ้นชื่อเรื่องโกงมากที่สุด ก็มีสลับๆ กันไปตามแต่ใครเป็นเจ้าภาพครับ อย่าง อินโดนีเซีย หรือ สิงคโปร์ ซึ่งทุกประเทศมีเทคนิคทั้งนั้น”

ตัวนักกีฬาสำคัญ! ต้องชนะขาดอย่าสูสี

ยอกนักกีฬายิมนาสติกเมืองไทย แนะนำว่า “นักกีฬามีหน้าที่แข่ง และทำให้ผิดพลาดน้อยที่สุด หรือไม่พลาดเลย ผมมองว่าองค์ประกอบทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวนักกีฬา ถ้าคะแนนสูสี แน่นอนว่าต้องปัดให้เจ้าภาพ แต่หากคะแนนนำขาดอย่างไรก็ต้องเป็นเรา เพราะฝีมือมันบ่งบอกชัด ตอนแข่งในประเทศไม่ห่วงเท่าไร แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามไปเล่นที่ต่างประเทศ ต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานของเรา คะแนนให้นำขาด อย่าทำให้สูสีครับ”

เปิดประสบการณ์โดนโกง จำได้ไม่ลืม!

ตำนานนักยิมฯ ไทย กล่าวอย่างน่าสนใจว่า การแข่งขันซีเกมส์เป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรีของเหรียญรวม” และคงจะเหมือนกันทุกประเทศที่เป็นการประเมินผลงานของสมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อยื่นของบในปีถัดไป ดังนั้น เทคนิค หรือ แท็กติก ใดๆ ก็แล้วแต่ ที่สามารถกอบโกยให้ประเทศตัวเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด จึงปรากฏออกมาตามสิ่งที่เห็น และวิธีการต่างๆ ที่ใช้ก็ยังเป็นวิธีการเดิมๆ ที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย เช่น คะแนนไม่ออก สกอร์บอร์ดมีปัญหา

และการแข่งซีเกมส์นั้น จะมีปัญหาเยอะกว่าเอเชียนเกมส์ ซึ่งเหตุที่เอเชียนเกมส์แฟร์กว่า ก็เนื่องจากเป็นระดับใหญ่กว่าเยอะ ยิ่งระดับโลกยิ่งมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากกว่า

“ครั้งหนึ่งผมเคยโดนที่ประเทศเกาหลีใต้ ปูซานเกมส์ ซึ่งผมเป็นแชมป์เก่า ตอนนั้นสตาฟฟ์ไม่พอ อยู่กับโค้ชแค่ 2 คน อยู่ดีๆ มีการเปลี่ยนตารางการแข่งขัน และนำมาหยอดใส่ตู้กล่องจดหมายประจำทีม และไม่มีใครรู้ พอไปถึงพบว่ากลุ่มนักกีฬาที่แข่งประเภทเดียวกันขึ้นไปวอร์มกันหมดแล้ว และอุปกรณ์ที่เล่นก็คือ ห่วง ผมก็ต้องขึ้นไปเล่นโดยที่วอร์มไม่พอ สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ไป ถือว่าเป็นข้อผิดพลาด และเป็นประสบการณ์”

ถามว่าเสียใจไหม อมรเทพ กล่าวว่า แน่นอนว่าเสียดายและเสียใจ ซ้อมมาตั้งนาน แบกภาระของคนทั้งประเทศ ซึ่งเวลานั้นเป็นรอบ Qualifying หากวอร์มเต็มที่ รวมทั้ง ฝีไม้ลายมือขณะนั้นเป็นแชมป์เก่า หลายประเทศยอมรับในฝีมือ และมีสถิติที่ไปตระเวนแข่งหลายรายการ พบเจอนักกีฬาชุดเดิม เชื่อว่า ต้องติด 1 ใน 3

ฝากถึงน้องๆ นักกีฬาไทยที่กำลังจะแข่งขัน

ท้ายที่สุดนี้ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ฝากถึงน้องๆ นักกีฬาไทยที่กำลังจะแข่งขันด้วยว่า “เป็นกำลังใจให้กันต่อไปครับ ไม่เฉพาะยิมนาสติกอย่างเดียว ผมเชื่อว่าหลายๆ กีฬาจะต้องโดนอะไรแปลกๆ ก็อยากให้ทุกคนฮึกเหิม เอากำลังใจของตัวเองกลับมา อะไรที่มันผ่านไปแล้ว ใครเจออะไรมา ณ เวลานี้เรายังเป็นนักกีฬา เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ นักกีฬามีหน้าที่ทำให้เต็มที่ที่สุด เรียกแรงกระตุ้นออกมา ของที่ผ่านไปแล้วอย่าไปยึดติด ส่วนผู้ใหญ่ผู้บริหารที่ต้องดูแล ต้องพึงระวังไว้ เพราะผมเชื่อว่าคงมีหลายกีฬาอาจจะโดนอะไรแปลกๆ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไป ทั้งน้องๆ พี่ๆ อาจารย์ ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการแข่งขันให้ได้มากที่สุด ที่เหลือคงต้องปล่อยให้เป็นประสบการณ์ และการวางแผนต่อไปครับ”