วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศรีวราห์’ หอบสำนวนกว่า 1 หมื่นหน้า ส่งฟ้อง ‘วัฒนา’ มือบึม รพ.พระมงกุฎ

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” หอบสำนวน 20 แฟ้ม กว่า 1 หมื่นหน้า ส่งฟ้อง "วัฒนา ภุมเรศ" มือบึม รพ.พระมงกุฎเกล้า ส่งฟ้องอัยการ รวม 7 สำนวน-อธิบดีอัยการ ตั้งคณะทำงาน เชื่อสั่งฟ้องทันครบกำหนดฝากขัง

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 ส.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน นำสำนวนการสอบสวนคดีที่ นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหา ก่อเหตุวางระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และพื้นที่อื่นรวม 7 สำนวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องทุกสำนวน มาส่งให้ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อพิจารณาสั่งคดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สำนวนการสอบสวนคดีที่นำส่งพนักงานอัยการ ทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรฟ้องนายวัฒนากว่า 5 ข้อหา รวม 7 สำนวน จำนวนทั้งหมด 20 แฟ้ม หรือประมาณ 1 หมื่นหน้า แต่มีเพียงข้อหาเดียวคือทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อาญา มาตรา 358 ที่ขาดอายุความ ส่วนตัวนายวัฒนาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยขณะนี้ นายวัฒนา ยังถูกคุมขังตามอำนาจของศาลในนัดฝากขังครั้งที่ 6 จึงมีเวลาอีก 24 วัน ที่พนักงานอัยการจะพิจารณาและมีคำสั่งฟ้อง ซึ่งหากอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม ก็พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของอัยการ และส่งกลับให้อัยการภายใน 3 วัน โดยตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 เป็นผู้ประสานงานกับพนักงานอัยการ อย่างไรก็ดี ในชั้นสอบสวนขณะนี้ยังไม่พบบุคคลอื่นร่วมกระทำผิด แต่ในทางสืบสวนนั้นยังดำเนินการอยู่ หากพบผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการสอบสวนเอาตัวผู้ร่วมกระทำผิดมาลงโทษต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ชยุต รอง ผบก.น.1 กล่าวถึงพยานหลักฐานในสำนวนว่า คดีนี้ได้ตั้งสำนวนเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จากคดีนี้ก่อน ส่วนการก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ อีก 6 สำนวน ก็ดำเนินตามมา ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมด 7 สำนวน ประกอบด้วยพยานบุคคลกว่า 100 ปาก, พยานวัตถุ และพยานเอกสาร

ส่วนนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ กระทบกับความมั่นคงของประเทศ ตนจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย ระดับรองอธิบดีอีก 5-6 คน โดยตนในฐานะอธิบดีฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อกำกับดูแลการพิจารณาสำนวน และสั่งคดีของอัยการที่รับผิดชอบแต่ละสำนวนคดีใน 7 พื้นที่ โดยอัยการจะมีความเห็นสั่งคดีได้ทันกำหนดฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 7 อย่างแน่นอน โดยการตั้งคณะทำงานของอัยการนี้ก็จะดูตั้งแต่ชั้นสั่งคดีไปจนถึงการฟ้องคดีในชั้นศาล เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศชาติ ซึ่งหากฟ้องคดีต่อศาลแล้วก็จะคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เพราะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อขวัญกำลังใจ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งในแง่ความมั่นคงของประเทศชาติ แต่ทั้งนี้ ในการให้ความยุติธรรมก็ต้องให้โอกาสที่ผู้ต้องหาจะยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมเหตุผลได้ อย่างไรก็ดี ในชั้นสั่งคดีหากผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาก็ต้องดูว่ากรณีที่ร้องนั้นมีเหตุสมควรหรือไม่ ไม่ใช่ว่าร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาแล้วอัยการจะต้องรอทุกคดี ซึ่งตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ให้ต้องชะลอการฟ้องคดี ซึ่งการพิจารณาต้องให้อัยการเจ้าของสำนวนดูว่าเหตุที่ร้องนั้น สมควรจะพิจารณาหรือไม่ ถ้าไม่สมควรพิจารณาเราก็จะงดคำร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวไว้

“จะคัดมือดีที่สุดมาทำงาน ดูแลกำกับเอง ไม่น่าจะมีปัญหา ผมรับปากว่าจะทำงานอย่างละเอียดรอบคอบและเพื่อจะเป็นภาพพจน์ที่ดีของประเทศชาติเราด้วยที่เกิดเหตุการณ์การเมือง ก็ขอให้ท่านไว้วางใจ ผมจะทำให้ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบประเทศชาติอย่างมาก” นายณัฐจักร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวัฒนานั้นถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมได้ที่บ้านพักย่านรามอินทรา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา และถูกคุมตัวไว้ 7 วันก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับไว้ดำเนินคดี โดยนายวัฒนานำชี้สถานที่เกิดเหตุตามคำรับสารภาพ พร้อมระบุว่า เคยก่อเหตุระเบิดที่ป้ายรถเมล์ หน้าเมเจอร์รัชโยธิน และหน้ากองทัพบก ถ.ราชดำเนิน เพราะไม่ชอบทหารที่ทำการรัฐประหาร ภายหลังจากถูกจับกุมดำเนินคดี นายวัฒนาได้ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และยังไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด ส่วนข้อหาตามหมายจับ ประกอบด้วย ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อาญา มาตรา 289 (4) ประกอบ 80 ข้อหา ทำให้เกิดการระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามมาตรา 224 ข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และ พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ เช่น มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองฯ มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์เป็นข้อหาเล็กน้อย และคดีขาดอายุความ (ต้องฟ้องในสามเดือนนับแต่เกิดเหตุ) สิทธิการดำเนินคดีอาญาจึงระงับ.