วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออกหมายจับแล้ว 3 คน แก๊งรีดไถเงินซีเรีย

ผบช.น.เผยรู้ตัวกลุ่มแอบอ้างเรียกเงินชาวซีเรียแล้ว เคยเป็นล่ามอาสาประจำ สน.ลุมพินี เตรียมขอศาลออกหมายจับ 2-3 คน ขณะที่ ป.ป.ท.อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง...

จากกรณี นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย พร้อมนายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามแปลภาษา เข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีโดนอาสาตำรวจชี้เป้าให้ตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล ลูกชาย อายุ 23 ปี ชาวซีเรีย ไปดำเนินคดีข้อหาอยู่อาศัยในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กำหนด และโดนรีดไถเงินไปกว่า 5.5 แสนบาทแลกปล่อยตัว แต่กลับถูกส่งตัวไปสถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู กทม. เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ส.ค.60 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า จากการสืบสวน ล่าสุดทราบกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานไปขอศาลอาญาออกหมายจับ 2-3 คน ในข้อหาฉ้อโกง โดยหนึ่งในจำนวนนี้เคยเป็นอาสาสมัครล่ามแปลภาษาตะวันออกกลางประจำ สน.ลุมพินี ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าปัจจุบันไม่ได้เป็นอาสาตำรวจแล้ว คาดว่าจะได้ตัวทั้งหมดเร็ววันนี้

“อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับตำรวจนครบาลทุกท้องที่แล้วว่า ให้มีการคัดกรองผู้ที่จะมาช่วยงานตำรวจในลักษณะเป็นอาสาหรือเป็นล่าม ต้องทำด้วยใจที่เป็นสุจริตและมีความรับผิดชอบต่อสังคม” ผบช.น.กล่าว

ขณะที่ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า พ.ต.อ.ดุษฎี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีนี้ ซึ่งหากพบผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นข้าราชการระดับต่ำกว่าซี 8 เป็นอำนาจของ ป.ป.ท. หากเป็นข้าราชการระดับสูงกว่าซี 8 ขึ้นไป จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดี หากผู้ต้องหาไม่ได้เป็นข้าราชการ ก็จะส่ง สน.ท้องที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

"เบื้องต้นหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์จริง ก็ต้องพิจารณาต่อว่าผู้ที่เรียกรับผลประโยชน์อยู่ในอำนาจที่ ป.ป.ท.จะตรวจสอบได้หรือไม่ หากอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ท. ก็จะเสนอตั้งอนุกรรมการสอบสวน ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่างก่อน ให้ทุกอย่างเห็นภาพก่อน จึงค่อยดำเนินการขั้นต่อไป" นายประยงค์ กล่าว

ด้านนายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามแปลภาษา ของนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา นายยาสเซอร์โทรศัพท์มาบอกว่า ตำรวจ สน.ลุมพินี ให้คนรู้จักหลอกให้ออกจากห้องพักย่านสุขุมวิท เวลาประมาณ 19.00 น. ก่อนพาตัวไปพบ ผกก.สน.ลุมพินี และพยายามให้เซ็นเอกสารบางอย่าง ซึ่งไม่แน่ใจว่านายยาสเซอร์จะรู้ความหมายในเอกสารที่ตำรวจให้เซ็นหรือไม่ แต่คาดว่าเนื้อหาคงจะประมาณกันตัวเองว่าไม่เกี่ยวข้องในการอุ้มรีดไถแน่นอน หลังจากผู้เสียหายยอมเซ็นเอกสาร ตำรวจปล่อยตัวกลับในเวลา 01.00 น. ให้กลับที่พักได้ ทั้งนี้ ถามว่าอาสาตำรวจ สน.ลุมพินี 3 คน ที่เป็นต้นเรื่องนี้ หากไม่มีตำรวจหนุนหลังจะกล้าทำเรื่องดังกล่าวหรือไม่

"การที่ตำรวจหลอกให้นายยาสเซอร์ออกจากที่พัก ขณะเก็บตัว เป็นการกระทำผิดขั้นตอน เพราะขณะนี้ผู้เสียหายกำลังจะเข้าระบบคุ้มครองพยานของกระทรวงยุติธรรม ตำรวจทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง หลังจากเกิดเคสนี้ขึ้นมา หวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะหันมาช่วยกันขจัดปัญหามาเฟียชาวต่างชาติที่หากินในประเทศไทย โดยมีแบ็กเป็นเจ้าหน้าที่หนุนหลังเสียที เพราะเสียภาพลักษณ์ประเทศไทยมาก และนายยาสเซอร์เคยไปร้องหลายหน่วยงานมาก จนสุดท้ายมาพึ่งกระทรวงยุติธรรม ซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. นายยาสเซอร์จะเดินทางไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแจ้งความดำเนินคดี และขออธิบดีดีเอสไอให้เข้าระบบคุ้มครองพยานของดีเอสไอด้วย"

ล่าสุด พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า สน.ลุมพินีไม่มีตำรวจอาสา เมื่อตรวจสอบก็ไม่พบว่า มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างและฉ้อโกง ส่วนกรณีเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ตำรวจได้เชิญตัวนายยาสเซอร์มาที่ สน. เพื่อให้ข้อมูลหลังจากได้ไปร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการร้องทุกกล่าวโทษใครที่ สน.ลุมพินี กรณีถูกรีดไถเงิน เป็นไปตามขั้นตอนการร้องทุกษ์กล่าวโทษ จากนั้น เมื่อมีข้อมูลตำรวจได้รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับ และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ฉ้อโกงนายยาสเซอร์ 3 คนในวันที่ 23 ส.ค. 2560.