วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ไม่ได้โม้ บอกคนขอเข้า กก.ยุทธศาสตร์เพียบ แต่ขอช่วยข้างหลัง

"บิ๊กตู่" บอกไม่ได้โม้ มีคนอยากร่วมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เพียบ แต่ขอช่วยข้างหลัง เหตุต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินวุ่นวาย ปัด คสช.ถอยหลัง ยันมีแต่เดินหน้า ขอทุกคนอย่าตีความไปเอง

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า อยู่ในขั้นตอนกำลังแต่งตั้ง ต้องเอาชื่อมาดูในเรื่องของคน ตนไม่ได้บอกว่ามีคนน้อย เพราะเขาไม่รักตน คนมาสมัครเยอะ แต่พอจะให้มาขึ้นชื่อเขาก็ไม่อยากมีชื่อ เขาอยากอยู่ข้างหลัง อยากช่วยทุกอย่าง วันนี้ที่ตนทำงานได้คนมาช่วยเยอะมากเป็นร้อยๆ คน แต่เขาไม่อยากออกหน้า บางคนเขาจะออกมาเป็นกรรมการแต่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน เขาบอกว่ามันวุ่นวาย เพราะประกอบการถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่เขาไม่อยากเอาออกมาเผยแพร่ให้คนด่าว่า บางทีจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ บางทีเขาก็เสียหาย นั่นคือความหมายของตน อย่าไปตีความว่าเพราะตนเป็นรัฐบาลอย่างนี้เลยไม่มีคนอยากจะช่วย หรือคนมาช่วยน้อย แสดงว่า คสช.เริ่มถอยหลัง ไม่มีถอยหลังมีแต่เดินหน้า มีคนเยอะแยะไป มีรายชื่อเป็นร้อย แต่เวลาจะคัดมันจะเหลือน้อย เพราะว่าเขาอยากอยู่เบื้องหลัง มี ดร.หลายคน เข้าใจหรือยัง นี่ไม่ได้โม้นะ เดี๋ยวหาว่าโม้อีก

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องการปฏิรูป เรื่องยุทธศาสตร์ ถ้าว่างอยากให้ไปดู แต่ขึ้นไปดูไม่ได้ เอกสารเต็มโต๊ะเลย ซึ่งทั้งหมดต้องมีเอกสาร มีหลักการและเหตุผล ต้องมีวิธีการทำงาน เอาปัญหามาดูว่ามีกี่ปัญหา ปัญหาหลัก ปัญหารอง มีปัญหาเป็นร้อยเป็นพัน แล้วแต่ละอันมีวิธีปฏิบัติอย่างไร และจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม เอสเอ็มอี และคนอีกกี่ประเภท นั่นเขาเรียกว่า "ปฏิรูป" เสร็จแล้วจึงไปหากฎหมายว่าจะทำได้ไหม จะต้องแก้กฎหมายอีกหรือไม่ ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปมันเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่สั่งเช้าแล้วได้เย็นเหมือนกินข้าวเช้าแล้วอิ่ม จึงต้องมีคณะทำงาน ที่ผ่านมาเขารู้ปัญหาหมดแล้วเป็นร้อยเป็นพันปัญหา และสรุปปัญหาเป็นกิจกรรม เป็นประเด็น 11 วาระ 31 กิจกรรม จากเดิมเป็นร้อย และมีอีก 188 เรื่องที่ต้องทำ ใน 188 เรื่องมีกฎหมายอีกเป็นพันฉบับ เขาปฏิรูปกันแบบนี้ พอเสร็จแล้วจะเป็นแผนแม่บทออกมา

"ทั้งหมดนี้จะต้องตอบโจทย์ว่าประเทศไทยจะต้องเป็นไปตามวิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนใน 20 ปี และจะตีกรอบด้วยแผนสภาพัฒน์ฯ ผู้ปฏิบัติคือรัฐบาลและประชาชน ต้องเข้าใจให้สอดคล้องกันหน่อย ถ้าไม่มีคณะนี้มันก็จะมาที่รัฐบาลอย่างเดียว รัฐบาลทำแบบนี้ รัฐบาลไหนจะทำแบบไหนตนไม่รู้ รัฐบาลนี้ทำเพราะต้องฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด หาปัญหามาให้เจอ"

นายกฯ กล่าวว่า คณะทำงานเป็นเพียงคณะที่ติดตาม ถ้าไปมองว่าใช้รายได้มาก ค่าจ้างค่าประชุมเยอะ แต่ถ้าเขาทำสำเร็จ ประเทศไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จาก 20 ล้านล้าน เป็น 200 ล้านล้าน คิดอย่างนี้สิ อย่าไปคิดต้นทุนว่าไอ้นี่ทำเพื่อไอ้นี่ ทำรถไฟคนขึ้นน้อย ขาดทุน แบบนี้เรียกว่าคิดแบบเด็กๆ เอาตังค์ไปซื้อขนม อย่างการซื้อของ ตนเห็นว่า 1. เอาเงินที่เรามีส่วนตัวซื้อเขา ให้เขา ให้คนที่มีรายได้น้อยมีความสุข 2. ของที่ตนซื้อคนประกอบการก็มีแรงผลิต เพราะมีคนซื้อ