วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบิ้ล ปทุมราช อดีตเด็กอู่ล้างเครื่องมอเตอร์ไซค์ ได้ดีเพราะไม่ลืมตัว

จากนักร้องหนุ่มบ้านนา ที่ตามหาฝันจากพรสวรรค์จนกลายมาเป็นพรแสวง เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม หรือ อาทิตย์ สมน้อย เด็กหนุ่มจากแดนอีสาน ที่มีความหลังแบบล้มลุกคลุกคลาน ใช้ปากกาแต่งเพลง แล้วอัพโหลดในโลกโซเชียล จนกระทั่งเข้าตาแมวมองอย่างค่ายดัง นำมาปั้นจนเป็นนักร้องลูกทุ่งหนุ่ม ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน 

โดย เบิ้ล ได้นั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ถึงที่มาของเพลง อ้ายมีเหตุผล ว่า ตอนที่แต่งนั้น นึกถึงแฟนเก่า เมื่อครั้งสมัยยังเด็ก

ตอนนี้เพลง อ้ายมีเหตุผล ของเบิ้ลก็ยังดังติดชาร์ตอยู่? “ผมรู้สึกว่า ผมยังทำงานต่อไป มันรู้สึกว่าเพิ่งดังด้วยซ้ำ เพราะว่าอะไร สมัยช่วงที่มันดังแรกๆ มีแต่คนอีสานที่ฟัง พอเราได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ คิดว่าคงมีอีกหลายกลุ่มที่ยังไม่เคยฟังเพลงเราหันกลับมาฟังอีก ซึ่งทำให้เพลง อ้ายมีเหตุผล ผมยังคงอยู่ในใจแฟนเพลงตลอดไป”

ก็กลายเป็นเพลงฮิต? “ผมกล้าพูดว่า เพลงอมตะ ถึงวันนึงจะไม่ดังในยุคนี้ วันนึงผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้ อาจะมีคนเผลอไปกดฟังในยูทูบว่า มันคือเพลงของพ่อเบิ้ล ปทุมราชนะ อะไรแบบนี้ (หัวเราะ)”

แล้วได้แรงบันดาลใจในการทำเพลงนี้มาจากไหน? “แรงบันดาลใจการสร้างเพลง ก็มาจากความรักปั๊ปปี้เลิฟสมัยเก่านี่แหละครับ ผมเป็นเด็กที่เกเรไง ไม่ตั้งใจเรียน แล้วผมมีแฟนตอน 14 ตอนนั้นแล้วคนที่มีแฟนเขาจะไปนั่งกับแฟน เล่นกับแฟน แต่เราไม่เคยไปนั่งกับแฟนเลย

ผมกล้าพูดผมยังไม่เคยมีอะไรกับแฟนเลย (หัวเราะ) ผมชอบเตะบอล ชอบเที่ยว ชอบอะไรที่มันเละเทะมากกว่า ผมบอกว่า รับได้ไหมถ้าเกิดคบกับเราแล้วเราไม่มีเวลาไปนั่งคุย จนวันนึงมีคนมาจีบเขาคนนั้นชอบเขามาก เขาก็หล่อนะรวยด้วย ตอนนั้นเราไม่มีอะไรเลย ตอนแรกก็หึงหวงนะ

แต่คิดดูดีๆ คือ เราจะกั๊กเขาไปทำไม เมื่อเราก็ไม่ได้ให้ความรักสำหรับเขา เวลาเขาโทรมาก็มีแต่พูดแรง พูดให้เขาร้องไห้ คือลึกๆ ในใจอยากให้เขาเสียใจแล้วไปจากเรามากกว่า มันคงมีแค่ในนิยาย แต่มันเกิดกับผมจริงๆ นะ เป็นคนบอกเลิกด้วยนะ จนวันนึงเขาก็ได้คบกับคนนั้นจริงๆ เลยเอามาแต่งเพลงอ้ายมีเหตุผล”

แล้วตอนนี้เรามีแฟนหรือยัง? “ตอนนี้ยอมรับว่าโสดครับ โสดแต่ว่าไม่สนิท มีคนคุยแต่ว่าไม่ถึงกับเป็นแฟน ผมคุยได้หลายคน คุยได้หมด แต่เราไม่ได้บอกว่าคุยเพื่อเอามาเป็นแฟน หัวใจของผู้ชายยังต้องการคนรู้ใจอยู่ จะบอกว่าไม่ต้องการเลยก็ไม่ได้

เพราะมันคือผู้ชายก็ยังต้องการความรักบ้าง มันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องเอาคนนี้มาเป็นแฟนนะ เพราะว่ายังสนุกกับการหาเงิน สนุกกับการเป็น เบิ้ล ปทุมราช โสดมีสไตล์ สโลวไลฟ์ เตะบอลไม่สนว่าใครจะต้องโทรตามไปเที่ยว”

ด้วยความที่เรายังอายุแค่นี้ มันยังทำอะไรได้อีกเยอะ? “ยังอีกเยอะ ถ้าผมมีเมียจริงๆ ผมก็บอกว่า ผมไม่เป็นนักร้องต่อ ผมไปมีเมียแล้วเอาลูกไปอยู่บ้านอยู่อีสานเลย แต่ถ้าตราบใดที่ผมยังเป็นนักร้องอยู่ ผมก็ยังไม่อยากมีเมีย ยังไม่อยากมีแฟน แต่ถ้าวันไหนมีผมบอก ผมจะมีแฟนตอนอายุ 25 ปี

คิดไว้กับตัวเองนะ ถ้าผมมีผมก็จะเปิดตัวจะไม่ปิดนะ เพราะว่าการเปิดตัวมันมีทั้งดีทั้งร้าย พอวันนึงเลิกกันเขาก็สมน้ำหน้า แต่ถ้ามีก็อยากมีแล้วก็แต่งงานเลย อยากเอาแบบนี้ แต่คงยังหรอก คงจะ 30-40 นู่นมั้ง ไม่แน่อาจจะได้ผัวในทหารก็ได้”

เห็นว่าตอนนี้กำลังเรียน กศน.อยู่? “เรียนครับน่าจะได้วุฒิช่วงนู่นแหละครับ พฤศจิกายน แต่ว่าผมไปลงเรียนไว้ก่อนแล้วก็เอาวุฒิให้คุณครู คุณครูทาง ม.รัตนบัณฑิต นะครับ ของทางอาร์แบคเขาก็ให้โควตามาให้ผมด้วย เรียนต่อมหาวิทยาลัย ก็เลยดีใจก็เอาวุฒิไปเรียน เพราะว่าเราก็อยากมีทุกอย่าง อนาคต ปริญญาชีวิต ปริญญาการศึกษา บวชด้วย เป็นทหารด้วยให้มันครบทุกอย่างนะชีวิต”

ที่ตอนนั้นเรากลับเข้าวงการ เราจบแค่ ม.3 เพราะว่าเราเกเรด้วยหรือเปล่า หรือว่าทางบ้านยังลำบากอยู่? “ทางบ้านเองถามว่าลำบากไหม ก็ไม่ลำบากถึงกับไม่มีเงินส่งนะ เพราะว่าก็คงยังมีก็คือปานกลางไม่รวยไม่จน พออยู่พอกิน แต่พอถึงช่วงลำบากก็ลำบากจริงๆ เบิ้ลก็เลย

ผมไม่เคยโทษเพื่อน ไม่เคยโทษพ่อแม่ ไม่เคยโทษใครนะ โทษตัวเองที่ไม่ตั้งใจแล้วก็เลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง ถ้าย้อนกลับไปได้ผมขอเลือกทำเหมือนเดิม ขอเลือกเกเรเหมือนเดิม ผมคิดว่าถ้าผมไม่เกเรไม่นอกลู่นอกทาง ผมคงไม่ได้มาเป็นนักร้อง”

เป็นเพราะความดันทุรังของเราด้วยหรือเปล่า? “เพราะความดันทุรังเพราะความดื้อ ดื้อแต่ว่าดื้ออีกด้านนึง ดื้อเขียนเพลงด้วย มันก็เลยควบคู่กับตรงนี้มา เพราะฉะนั้นถ้าผมย้อนเวลาได้ ถ้าเบิ้ลไปตั้งใจเรียนจบอาจจะเป็นหมอเป็นครู อาจจะไม่ได้เป็นนักร้องก็ได้ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบอยู่แล้ว”

อันนี้เขาเรียกว่าเป็นพรสวรรค์และพรแสวงใช่ไหม? “พรแสวงเยอะเลยแหละ 70 เปอร์เซ็นต์เลยเพราะพรสวรรค์ให้มา 30 นี่คือพ่อแม่ผมไม่ได้เป็นคนร้องเพลงเก่งเลย ไม่มีใครฟูมฟักมาตั้งแต่เด็ก ต้องร้องเพลงนะลูก โตมาต้องเป็นนักร้องนะ ไม่มีใครบังคับผม ทุกอย่างมันเกิดมาจากการอยากได้ อยากมี อยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส”

มีพี่น้องกี่คน? “ผมมีพี่ชายคนนึงครับ แต่ว่าเป็นคนละพ่อ ส่วนพ่อคนนี้ก็มีผมคนเดียวครับ”  ตอนที่เข้ามากรุงเทพฯ เข้ามาทำอะไร? “สมัยอายุ 17 ปี เบิ้ลมาทำงานที่ราชบุรีครับ ล้างเครื่องมอเตอร์ไซค์ แล้วก็ส่งอะไหล่รถ ตอนนั้นก็ไม่ได้มีเงินเดือนด้วยซ้ำ มีเหลือใช้เดือนนึง 2-3 พัน แล้วก็เรียนกศน.ที่บางแพตอนนั้น ก็ไม่จบอีก”

แล้วเข้ามาเป็นนักร้องได้ยังไง ค่ายอาร์สยาม? “หลังจากนั้นผมกลับไปเรียนต่ออยู่ครั้งนึง ไปเรียนที่นาฏศิลป์ร้อยเอ็ด (บ้านเราอยู่ที่ไหนนะ ?) อำนาจเจริญครับ ผมไปเรียนต่อตอนนั้นคือ เริ่มหน้าใสแล้วตอนนั้น เพราะมาอยู่กรุงเทพฯ ไง กินน้ำคลอรีนไง เลิกสูบบุหรี่ เลิกอะไรต่างๆ ที่เราเคยเกเร มันก็เลยมีผิวพรรณดี

คุณครูเห็นหน้าตาใช้ได้นะเนี่ย เดี๋ยวเอาไปเล่นละครเวที ผมก็ได้เล่นจริงๆ เป็นเด็กคนแรกที่ไป ม.4 แล้วได้เล่นเลย หลังจากนั้นมาเหมือนตัวเองได้แสดงออกบ้าง เริ่มรู้สึกตัวเองชอบการแสดง ชอบดูคอนเสิร์ตวันนึงก็คิดฝันว่าอยากจะมีเวทีใหญ่ๆ มีไฟส่องหน้า หลังจากนั้นเบิ้ลก็แต่งเพลงๆ นึงให้นาฏศิลป์ร้อยเอ็ด เป็นเพลงชื่อเพลงว่า หนุ่มบ้านนาตามหาฝัน

สุดท้ายเพลงนั้นก็ถูกปล่อยออกมาในโซเชียล ผมก็ได้ใช้เพลงนี้ขึ้นร้องวันแม่ด้วย ตอนนั้นผมก็แต่งเพลงแม่ด้วยเพลงนึง ผมก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มชอบแต่งเพลงละ ก็แต่งมาเรื่อยๆ จนวันนึงตัดสินใจบอกแม่ว่า ผมขอออกจากวิทยาลัยนะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเรียนต่อ แต่ผมรู้สึกว่าเริ่มเจอหนทางตัวเองแล้ว

แต่แม่เริ่มเห็นว่าเราเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ พ่อก็ไม่ว่าแม่ก็ไม่ว่า เพราะว่าเห็นเราเริ่มดีขึ้นจริงๆ วันนึงผมก็แต่งเพลงๆ นึง ผมขายให้ศิลปินขอไม่เอ่ยชื่อแล้วก็ไม่เอ่ยค่าย ประมาณ 5 พันบาท เป็นเงินที่เยอะมากสำหรับผม (แล้วเพลงนั้นดังไหม?) ยังๆ เขายังไม่ได้ทำออกมา เขาชอบ หลังจากนั้นผมก็ได้เงินเอามายัดใส่มือพ่อกับแม่

ผมรู้สึกดีใจมากที่เพลงนี้ทำให้ผมมีเงินให้พ่อกับแม่ได้ พ่อผมไม่กล้าใช้เงินเลยนะ หลังจากนั้นผมก็แต่งเพลงลงโซเชียล เพลงแรกที่แต่ง คือ เฟสก็หายไลน์ก็เงียบ แล้วก็ อ้ายมีเหตุผล คนติดตามผมจาก 2-3 พัน กลายเป็น 1-2 แสนคน จนมีแมวมองแล้วก็ได้เป็นนักร้อง ไวมาก ชีวิตผมมันไวมากๆ แต่ตัวผมไม่เคยลืมตีน ว่าเราเป็นใครมาจากไหน ผมจะไม่ลืมตัว”

แสดงว่าเราก็โด่งดังจากโซเชียล? “ครับผม” ทางอาร์สยามมาเห็นเรา หรือเราเดินเข้าไปหาเขา? “อาร์สยามมาเห็น” ใช้เวลาโด่งดังภายในเวลากี่ปี? “ผมใช้ปีเดียว ก็มาเลย ทำเพลงปุ๊บปล่อยปั๊บก็ดังเลย เพราะว่าคนติดตามในโซเชียลก็มีเยอะอยู่แล้วตั้งแต่แรก” ตอนนี้มีกี่เพลงแล้ว? “4 ครับ ก็พอต่อยอดได้ครับ จะบอกว่าดังมากก็ไม่ค่อยเท่าไร”

อยู่จุดนี้แล้ว อยากจะดังกว่านี้ไหม? “อยากจะดัง ก็อยากจะดังต่อไปครับแต่ว่าขอดังเรื่อยๆ ไม่ต้องอะไรมาก ขอแค่มีคนยังรักอยากจะจ้างจะดูเรา ก็โอเคแล้วครับ”

จะต้องไปอยู่ที่ค่ายทหาร มีการวางแผนเตรียมตัวยังไง? “ตอนที่ค่ายก็คงคิดเรื่องทหารอย่างเดียวก่อน ถ้าผมไปวางแผน ผมคงไม่มีเวลาไปฝึกฝนกับเพื่อนหรอกมั้ง คงต้องนั่งคิดทั้งวัน ผมไปเป็นทหารผมขอสลัดอาชีพนักร้องออกไปก่อน เป็นคนธรรมดาก่อน ไปฝึกกับเพื่อน คิดแค่นั้น ถ้าวันนึงมันมีเวลาพักค่อยกลับมาคิดดีกว่าครับ”.