วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮีโร่ซีเกมส์ในความทรงจำ 'ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน' พาบอลไทยซิวเหรียญทอง 3 สมัย

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หากว่ากันถึงการถล่มประตู ล้วนไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของ “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์​ ผิวอ่อน อดีตนักเตะทีมชาติไทย ที่ใช้แข้งทองรับใช้ชาติ สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จมานับไม่ถ้วน รวมไปถึงประสบการณ์อันเหลือเฟือที่ผ่านการฟาดแข้งทุกระดับมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ทำให้ไทยได้แชมป์ฟุตบอล 3 สมัยติดต่อกัน...

“เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เจ้าของฉายา “เพชฌฆาตหน้าหยก” เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2502 ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 2 คน ของ ร.อ.พล และ นางบุญยิ่ง ผิวอ่อน เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เป็นนักฟุตบอลทีมโรงเรียน และติดทีมเยาวชน สโมสรฟุตบอลทหารอากาศ พ.ศ.2522

กระทั่งได้เลื่อนขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ ก่อนได้รับการคัดเลือกให้มาเล่นกับทีมชาติไทย พ.ศ.2524 ส่วนระดับสโมสร ได้ร่วมงานกับ "ลักกีโกลด์สตาร์" ทีมในลีกประเทศเกาหลีใต้ ก่อนย้ายไปเล่น สโมสรปาหัง ลีกประเทศมาเลเซีย และกลับมาค้าแข้งก่อนจะแขวนสตั๊ดกับสโมสรฟุตบอลทหารอากาศ

“ทีมนักเตะไทยส่งท้ายซีเกมส์ ชนะเลิศต่างแดนครั้งแรก” พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2524 เมื่อทีมฟุตบอลไทยสร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลิศในต่างแดนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หลังจากเคยชนะเลิศเซียพเกมส์ ร่วมกับพม่า เสมอกัน 2-2 เมื่อพ.ศ.2508 ในการแข่งขันเซียพเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยซีเกมส์นัดนี้ ทีมชาติไทยพิชิตเสือเหลือง “มาเลเซีย” 2-1 จากดาวซัลโว “ปิยะพงษ์ ​ผิวอ่อน” ผู้ทำสถิติยิงมาแล้ว 6 ประตู จากการลงสนาม 3 นัด คว้าเหรียญทองส่งท้ายในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 11 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

ต่อมาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่ประเทศสิงคโปร์ พ.ศ.2526 นักเตะไทยแชมป์เก่าพิชิตเหรียญทองในซีเกมส์ได้อีกครั้ง ด้วยการเฉือนนักเตะเจ้าถิ่นสิงคโปร์ ไปอย่างหวุดหวิด 2-1 ในการฟาดแข้งนัดชิงชนะเลิศ โดย ปิยะพงษ์ กับ ชลอ หงษ์ขจร ทำคนละประตู และนักเตะทั้งสองคนได้ตำแหน่ง “ดาวซัลโวสูงสุด” ของการแข่งขันครั้งนี้ เพราะยิงได้ 5 ประตูเท่ากัน โดยมีคนไทยที่ไปให้กำลังใจนักเตะในวันนั้น และร่วมร้องเพลงชาติไทย คลอตามไปด้วยขณะขึ้นรับเหรียญทอง

มาถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 13 หนนี้ประเทศไทยได้เป็น “เจ้าภาพ” แฟนกีฬาจากทั่วทุกสารทิศมืดฟ้ามัวดินร่วมพิธีปิดที่สนามศุภชลาศัย เพื่อเข้าไปเป็นสักขีพยานดูทีมฟุตบอลไทยถล่มสิงคโปร์ โดย "เฉลิมวุฒิ สง่าพล" ซัลโวทั้ง 2 ลูก นำชัยให้ไทยครองแชมป์ลูกหนังซีเกมส์ ซึ่งเป็นเป็นประเพณีของการชิงชัยเหรียญทองสุดท้าย ก่อนพิธีปิดการแข่งขัน ทำให้ทีมลูกหนังไทย เป็นแชมป์ซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน ซึ่งหลังจากนั้นทีมชาติไทย ไม่ได้สัมผัสแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์นานกว่า 8 ปี

จนกระทั่งการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นักเตะวัย 16 ปี จากจังหวัดขอนแก่น เด็กนักฟุตบอลในโครงการพระราชดำริ กลายเป็นผู้นำโชคให้ทีมลูกหนังไทย โหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาเจ็บ ช่วยให้ทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองสุดท้ายไปครอง ซึ่งในเกมนี้ถูกยกให้เป็นนัดชิงชนะเลิศที่เร้าใจและดุเดือดเป็นประวัติการณ์ เพราะยิงกันถึง 7 ประตู โดยทีมชาติไทย เฉือนชนะ ทีมชาติพม่า ไปแบบแบบหืดขึ้นคอ 4-3 นับเป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอมานานถึง 8 ปีเต็ม หลังจากผิดหวังมาในซีเกมส์ครั้งที่ 14, 15, 16 ภาพของความดีใจที่ยิ่งใหญ่ในวันนั้น คงยากที่จะลืมลง...

ในปัจจุบัน ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ''ครีเอทีน แมกน่า แคล'' โดยเป็นเจ้าของบริษัท ฮิตนัมเบอร์วัน จำกัด นอกจากนี้ยังรับบท "โตโยต้า ฟุตบอล แอมบาสเดอร์" อีกด้วย