วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ
ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ

ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้! แป้งฝุ่นทาจุดซ่อนเร้น เสี่ยงมะเร็งรังไข่จริงหรือ?

แป้งเด็กยี่ห้อดัง ถูกศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายแก่หญิงวัย 63 หลังใช้ผลิตภัณฑ์ทาจุดซ่อนเร้นจนเป็นมะเร็งรังไข่ ด้าน ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เผย มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดมะเร็ง แต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง...

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานถึงคำตัดสินของคณะลูกขุนศาลสูงลอสแอนเจลิสสั่งบริษัทแป้งเด็กชื่อดัง จ่ายค่าเสียหายจำนวน 417 ล้านดอลลาร์ แก่หญิงวัย 63 ปี ที่อ้างว่าป่วยเป็นมะเร็งรังไข่หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทาบริเวณจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงหลายสิบปี

ด้าน นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการเกิดมะเร็งรังไข่ว่า ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่มีลักษณะเดียวกับมะเร็งเต้านม และจะพบบ่อยทางโลกตะวันตก แต่ในเมืองไทยเริ่มมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น

โดยส่วนใหญ่ มะเร็งรังไข่จะพบในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้หญิงที่ไม่มีบุตร มีบุตรน้อย หรือมีบุตรแต่ไม่ได้ให้กินนมแม่ รวมทั้งผู้หญิงที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบประเทศตะวันตก เช่น ไม่แต่งงาน บริโภคอาหารไขมันสูง ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งมักจะเป็นลักษณะของผู้หญิงยุคใหม่ นอกจากนี้ หากมีญาติพี่น้องเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน

“การเป็นมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกนั้น จะมีโอกาสหายขาดได้ถึง 90% แต่จำนวน 75% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์นั้น จะเป็นกลุ่มที่โรคลุกลามแล้ว คือ จะมีอาการดังกล่าวข้างต้น ฉะนั้น โอกาสในการหายขาดของผู้ป่วยกลุ่มที่โรคลุกลามนั้น อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี เหลือเพียงแค่ 25% หรือ 1 ใน 4 เท่านั้น แม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาทั้งการผ่าตัด และยาคีโมบำบัดก็ตาม” ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ อธิบาย

สำหรับกรณีที่การใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศหญิงนั้น ก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่จริงหรือไม่ นพ.วีรวุฒิ ได้อธิบายว่า กรณีดังกล่าวมีรายงานทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่า อาจจะเป็นเหตุทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ แต่จากการศึกษาตัวสารทัลก์ (Talc) ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญในแป้ง ไม่ว่าจะเป็นแป้งทาตัว แป้งน้ำ แป้งรองพื้น แป้งทุกชนิด รวมไปถึงอายแชโดว์ จะมีสารทัลก์เป็นส่วนประกอบด้วย

นอกจากนี้ ยังเคยมีรายงานเมื่อ 10 กว่าปีก่อนในประเทศสหรัฐฯ ได้ศึกษารายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวนี้ ทั้งหมด 16 รายงาน มีคนไข้ในรายงานทั้งหมด 12,000 ราย พบว่า ผู้หญิงที่ชอบทาแป้งฝุ่นบริเวณอวัยะเพศมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ซึ่งหากถามว่าเสี่ยงมากกว่าคนที่ไม่ทาหรือไม่นั้น คนที่ทาจะมีความเสี่ยงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.8% ซึ่งสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปที่มีความเสี่ยง 1.4% เท่านั้น และสารทัลก์ (Talc) ในปัจจุบันองค์การวิจัยระหว่างประเทศยังไม่ได้จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เพราะฉะนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ที่การทาแป้งฝุ่นบริเวณอวัยวะเพศจะทำให้เกิดมะเร็ง

“ในทางการแพทย์ ถามว่าเป็นสาเหตุโดยตรงในการก่อมะเร็งรังไข่ คงไม่ใช่ เพราะตัวสารทัลก์ ไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แบบที่เรารู้จักสารก่อมะเร็งตัวอื่นๆ อย่างเช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ และสารอีกหลายๆ ตัว ซึ่งเป็นที่ยืนยันแล้วว่าเป็นสาเหตุในการก่อมะเร็ง แต่สารทัลก์นั้น น่าจะเป็นลักษณะของปัจจัยที่มาศึกษาย้อนหลัง เนื่องจากเขาเอาไปศึกษาย้อนหลังคนไข้มะเร็งรังไข่ ว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง เขาก็พบว่ามีจำนวน 30% ที่เป็นผู้หญิงที่ชอบใช้แป้งทาบริเวณอวัยวะเพศ สรุปก็คือ การทาแป้งหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นก็มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง” ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุ.