วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กันดีกว่าแก้

เพราะผู้ก่อการร้ายหันมาใช้วิธีการโจมตีแบบป้องกันได้ยากอย่างการขับรถพุ่งชนเป้า หมายในที่สาธารณะโดยก่อเหตุมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลกตั้งแต่ที่เมืองนีซของฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว และในกรุงลอนดอนของอังกฤษตามด้วยล่าสุดที่เมืองบาร์เซโลนา แคว้นคาตาลัน ของสเปน และที่เมืองกัมบริลส์ ที่อยู่ใกล้กัน

รัฐบาลออสเตรเลียเลยต้องหาทางรับมือ เพราะระยะ 2-3 ปีหลัง มีการทลายแผนโจมตีในออสเตรเลียได้ถึง 10 กว่าหนแล้ว

โดยนอกจากกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องเฝ้าจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดแล้ว รัฐบาลออสเตรเลียก็เพิ่งมีออกคู่มือแนะนำประชาชนและรัฐบาลท้องถิ่นแบบเฟิร์ส เอด ปฐมพยาบาลช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น แม้จะป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่บรรเทาอาการได้ เข้าทำนองกันดีกว่าแก้

สำหรับคำแนะนำในคู่มือดังกล่าวก็อย่างเช่น แนะให้กลุ่มธุรกิจเอกชนและรัฐบาลท้องถิ่น ประเมินตรวจสอบอาคารสถานที่ว่าตั้งอยู่หมิ่นเหม่ สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีมากน้อยแค่ไหนแล้วก็หาวิธีป้องกัน

คำแนะนำเพื่อป้องกันต่างๆในคู่มือก็รวมทั้งการทำรั้วกั้น ติดตั้งกล้องทีวีวงจรปิด และมาตรการชะลอความเร็วของรถที่พุ่งเข้ามา ซึ่งก็มีทั้งการตั้งวางสิ่งกีดขวางจำพวกต้นไม้ประดับ กระถางปลูกต้นไม้ รูปปั้น และอื่นๆ เพื่อความเสียหายจะได้ลดน้อยลงตาม

และมาตรการที่สำคัญอีกอย่างเจ้าหน้าที่ต้องตื่นตัวเข้ารับมือสถานการณ์อย่างทันท่วงที

“กลยุทธ์ในคู่มือจะช่วยเจ้าของกิจการ หรือผู้ประกอบการเพิ่มความปลอดภัย การป้องกันภัยในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านทั่วออสเตรเลียได้มากขึ้น” นายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย แถลง

จะว่าไปแล้ว ออสเตรเลียก็เคยผ่านเหตุโจมตีด้วยเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนที่กำลังจับจ่ายซื้อของในย่านใจกลางเมืองเมลเบิร์น เมืองใหญ่หมายเลข 2 ของประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แม้ไม่ใช่เหตุก่อการร้ายแต่ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญชาวออสเตรเลียทั่วประเทศ และคู่มือล่าสุดของรัฐบาลจึงน่าจะมีผู้นำไปปรับใช้ในวงกว้างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะใช่ก่อการร้ายหรือไม่ ผลร้ายที่ตามมาก็ไม่น้อยหน้ากัน.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์