วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตัวละครทำเนียบขาว

เมื่อวานผมรับใช้ถึงตำแหน่ง NSA (APNSA หรือ ANSA) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีซึ่งชื่อตำแหน่งเต็มๆ คือ ผู้ช่วยประธานาธิบดีกิจการความมั่นคงแห่งชาติ หรือ Assistant to the President for National Security Affairs

เรียนรับใช้ไปว่าที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงสมัยก่อนทรัมป์เป็นกันนานนับปี แต่ยุคของทรัมป์เพียง 7 เดือน สหรัฐฯหมด NSA ไปแล้ว 3 คน บางคนอยู่ในตำแหน่งได้แค่ 7 วัน บางคนอยู่ได้ 24 วัน ซึ่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ตัวละครสำคัญในการบริหารงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯแต่ละคนอีกตำแหน่งหนึ่งก็คือ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง เรียกกันสั้นๆ ว่า ผอ.ซีไอเอ ซึ่งเป็นหน่วยหาข่าวกรองในต่างประเทศ หรือข่าวลับที่เกี่ยวกับทางกองทัพและเศรษฐกิจ ผอ.ซีไอเอทำหน้าที่นำข่าวจาก จนท.สืบราชการลับของทหาร สายลับกระทรวงกลาโหม จนท.ความมั่นคงแห่งชาติ และ จนท.ข่าวกรองกระทรวงต่างประเทศ มาประมวลและสรุปให้ประธานาธิบดีรู้ทุกวัน

ผอ.ซีไอเอต้องทำการประเมินข่าวกรองแห่งชาติ หรือ National Intelligence Estimate รายงานขีดความสามารถของประเทศที่สหรัฐฯถือว่ากำลังคุกคามความมั่นคง ต้องรายงานการกระดิกพลิกตัวด้านการทหารและการทูต รวมทั้งทำภารกิจซ่อนเร้นซึ่งทุกคนก็รู้ว่า ภารกิจที่ซ่อนเร้นคือการไปตั้งหรือล้มรัฐบาลของประเทศอื่น ระหว่างรายงานทางการทูตกับเอกสารลับของซีไอเอ ประธานาธิบดีมักจะเชื่อเอกสารลับของซีไอเอมากกว่า

อีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งสำคัญมากคือ Chairman of the Joint Chiefs of Staff ประธานคณะเสนาธิการร่วม ในทางกฎหมายถือว่านี่เป็นตำแหน่งสูงสุดทางกองทัพและเป็นที่ปรึกษาหลักของกองทัพที่ให้คำปรึกษาประธานาธิบดี ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม มีอำนาจสูงสุดในแต่ละกองทัพ แต่ไม่มีอำนาจในการสั่งการทางทหาร หรือหน่วยรบ

ส่วนตำแหน่งสูงสุดในสำนักฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเป็นที่ปรึกษาคนสนิทอาวุโสของประธานาธิบดีคือ White House Chief of Staff หัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของ Executive Office of the President หรือสำนักฝ่าย บริหารของประธานาธิบดี คนนี้นี่แหละครับที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลคนที่ 2 ในวอชิงตันตัวจริง บางครั้งหัวหน้าฯ คนนี้ถูกเรียกว่า The Gate Keeper หรือคนเฝ้าประตู บางคนก็เรียกว่า The Co-President หรือประธานาธิบดีร่วม

คนที่เคยผ่านตำแหน่งหัวหน้าฯ จะมีความรอบรู้ และต่อมา ประธานาธิบดีมักจะเอาไปใช้ทำงานสำคัญของชาติ อย่างหัวหน้าฯ อเล็กซานเดอร์ เฮกก์ ตอนหลังได้เป็น รมว.ต่างประเทศ หรือหัวหน้าฯ ดิก เชนีย์ เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วก็มาเป็น ส.ส. เป็น รมว.กลาโหม และเป็นรองประธานาธิบดี หัวหน้าฯ โดนัลด์ รัมส์เฟลด์ ตอนหลังก็มาเป็น รมว.กลาโหมของสองประธานาธิบดี

คนที่เป็นหัวหน้าฯ ให้กับโอบามาคือนายเดนิส แมคโดนอฟ คนนี้เป็นนานถึง 1,461 วัน แต่ผู้อ่านท่านครับ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีได้เพียง 7 เดือน แต่ใช้หัวหน้าฯ แล้วถึง 2 คน คนล่าสุดนี่เพิ่งเป็นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2560 นี่เอง แล้วก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่วัน

นอกจากตำแหน่งที่ผมเรียนรับใช้ไปสองวันนี้แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯก็ยังมีที่ปรึกษาอีกหลายคน เช่น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการกลาง สหรัฐฯ รมว.ยุติธรรม ผอ.สนง.สอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีที่เรียกว่า Counselor to the President ที่ปรึกษาอาวุโสที่เรียกว่า Senior Advisor to the President และโฆษกทำเนียบขาว

ในยุคของทรัมป์ แกสร้างตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนมาตำแหน่งหนึ่ง เรียกว่า ผอ.ยุทธศาสตร์การสื่อสาร ตอนแรกตั้งนายแอนโธนี สแกรามุชชี เป็น ผอ.นายคนนี้ทำงานได้เพียง 10 วันก็โดนปลด

หลังจากนั้น ทรัมป์ก็ตั้ง น.ส.โฮป ฮิกส์ อายุเพียง 28 ปี เป็นอดีต นางแบบจากบริษัทของลูกสาวแกนั่นเอง

นี่ถ้าเป็นคนอื่นหรือประเทศอื่น ก็คงโดนเล่นงานแย่แล้วครับ แต่เป็นทรัมป์ แกไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไม่มีตำแหน่งก็ตั้งตำแหน่งขึ้นมาได้ นึกอยากจะปลดเมื่อใดก็ได้

สหรัฐฯ ยุคนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีระบบระเบียบหรือกฎเกณฑ์ตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์และความพอใจของทรัมป์ หลายคนทนไม่ไหว ลาออกไป ทรัมป์ก็ไม่แคร์

งานของรัฐบาลสหรัฐฯที่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 200 ปี กว่าจะเป็นระบบได้ในทุกวันนี้

ถูกทรัมป์ทำลายภายใน 7 เดือนซะจนไม่มีระบบระเบียบอะไรอีกแล้ว.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com