วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สับปะรดระวังโรคเน่า

โดย สะ-เล-เต

ในช่วงที่สภาพอากาศมีเมฆเป็นส่วนใหญ่และมีฝนตกชุก กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดเฝ้าระวัง...โรคยอดเน่ารากเน่าเป็นโรคเกิดจากเชื้อรา สามารถพบได้ในทุกระยะ...อาการที่ต้น ใบยอดจะมีสีซีด โคนใบหรือฐานใบจะเน่าช้ำ มีสีขาวอมเหลือง ขอบสีน้ำตาล และส่งกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว เมื่อดึงส่วนยอดจะหลุดได้โดยง่าย ถ้าอาการรุนแรงกลุ่มใบตรงกลางต้นจะหักล้มพับลงมา

อาการที่ราก เริ่มแรกใบสีซีดคล้ายอาการที่ต้น ใบด้านล่างจะนิ่มกว่าปกติและแห้งตายลามเข้ามา จากปลายใบ ต้นชะงักการเจริญเติบโต รากมีแผลสีน้ำตาล เปื่อยและเน่า หากดึงต้นจะหลุดออกมาจากดินได้ง่าย...อาการที่ผล ผลจะมีขนาดเล็ก ผลเน่าเป็นจุดสีเขียวเข้ม เมื่อผ่าดูภายใน เนื้อเยื่อจะเน่าเป็นสีน้ำตาล

ในช่วงที่อากาศเป็นใจให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงอย่างสม่ำเสมอ

หากพบต้นที่เริ่มแสดงอาการของโรค ให้พ่นด้วยสาร เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิลอะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

หรือขุดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงทันที จากนั้นให้โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง

หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้นำส่วนต่างๆของต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายทันที หากเกษตรกรจะปลูกสับปะรดในฤดูถัดไป ควรเลือกพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ควรมีน้ำท่วมขัง กรณีเกิดน้ำท่วมขังควรรีบระบายน้ำออกจากแปลงโดยเร็ว และให้เลือกส่วนขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค

ก่อนปลูกควรจุ่มจุกหน่อพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิลอะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร.

สะ–เล–เต