วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซื้อไฟฟ้าเขมรแพงลิ่ว ยิ่งแถลงยิ่งคลุมเครือ

ผมเขียนติงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันก่อน เรื่องที่ กพช. อนุมัติตามที่ กระทรวงพลังงาน เสนอให้ กฟผ.อินเตอร์ฯ ร่วมลงทุนกับ บริษัทกัมพูชา สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม และให้ กฟผ.ซื้อไฟฟ้าจากโครงการ หน่วยละ 10.75 บาท โดยกัมพูชาจะให้น้ำไทยปีละ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อป้อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ในอีก 4–5 ปีข้างหน้า แต่ต้องสร้างท่อส่งน้ำไปขนเอาเอง

การประชุม ครม.สัญจรที่โคราช พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯบอกว่า กระทรวงพลังงาน จะเสนอข้อมูลให้ ครม.รับทราบและพิจารณารายละเอียด ก็ไม่รู้ผลจะออกมายังไง

เรื่องที่ผมติงก็คือ ค่าไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนสตึงมนัมหน่วยละ 10.75 บาท แพงเกินไป แม้จะได้น้ำมาฟรีปีละ 300 ล้านลูกบาศก์เมตรก็ตาม เพราะน้ำที่ได้ฝ่ายไทยต้องสร้างท่อส่งน้ำจากเขื่อนส่งมาไทยเอง ต้องลงทุนเพิ่มอีกหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่ยังไม่ได้บวกเข้าไปในค่าไฟ ที่สำคัญต้นทุนผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนของไทยหน่วยละ 1.59 บาทเท่านั้น โรงไฟฟ้าก๊าซต้นทุนก็หน่วยละ 2.83 บาท แต่ไทยใจปํ้าซื้อไฟจากกัมพูชาถึงหน่วยละ 10.75 บาท

มันมีอะไรซ่อนเร้นมากับเขื่อนกับไฟกับน้ำฟรีไหม สตง. ก็เงียบกริบ

คุณธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงเพิ่มเติมว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 24 เมกะวัตต์ ได้ไฟฟ้าแล้วยังได้น้ำจากเขื่อน 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มาสนับสนุนน้ำจืดในภาคตะวันออก (ฟังดูดี) ซึ่งไทยกำลังพัฒนาเป็นระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก เพื่อรองรับการลงทุน ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 (นี่ก็ฟังดูดี) และบอกว่า ค่าไฟฟ้า 10.75 บาทต่อหน่วย เป็นมูลค่าไฟฟ้า 2.60 บาทต่อหน่วย มูลค่าน้ำ 2.87 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แต่ทางกัมพูชาไม่คิดค่าน้ำ

ถ้ายังงั้น คุณธรรมยศ ตอบให้กระจ่างหน่อยได้ไหม ค่าไฟฟ้า 10.75 บาทต่อหน่วย เมื่อ หักต้นทุน 2.60 บาทต่อหน่วย ออกไปแล้ว “ส่วนต่าง” ที่มีอยู่ หน่วยละ 8.15 บาท มันคือ ค่าอะไร สังคมจะได้หายสงสัย เพราะค่าน้ำแม้จะมีราคาหน่วยละ 2.87 บาท แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่คิดตังค์ ให้มาฟรีๆ เอาไปบวกอะไรไม่ได้

แต่ประเด็นสำคัญที่ รองปลัดธรรมยศ ไม่ได้แถลงก็คือ ค่าไฟฟ้า และ ค่าน้ำฟรี จาก เขื่อนสตึงมนัม ในกัมพูชา ยังไม่ได้รวม ค่าสายส่งไฟฟ้า ที่จะต้องสร้างจากเขื่อนสตึงมนัมมาถึงฝั่งไทย ที่ไทยต้องลงทุนเพิ่ม ยังไม่ได้รวมเงินลงทุนสร้างท่อส่งน้ำ 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากเขื่อนสตึงมนัมมายัง อ่างเก็บน้ำประแสร์ อีกหลายหมื่นล้านบาท เข้าไปเป็นต้นทุนด้วย ผิดหลักการบัญชีอย่างยิ่ง

ถ้ารวม ค่าสายส่งไฟฟ้า ค่าท่อส่งน้ำ ที่ไทยต้องลงทุนเพิ่มอีกหลายหมื่นล้านบาท จึงจะส่งไฟส่งน้ำได้ การซื้อไฟฟ้า 24 เมกะวัตต์จากเขื่อนสตึงมนัม จะแพงกว่าหน่วยละ 10.75 บาท ไม่รู้กี่พันเท่า

ผมไม่เถียงว่าภาคตะวันออกขาดแคลนน้ำจืด โดยเฉพาะ ชลบุรี ขาดแคลนมากที่สุด ต้องผันน้ำจาก คลองระพีพัฒน์ ไปเติมที่ อ่างบางพระ ทุกปี แต่ ฉะเชิงเทรา ระยอง อีกสองจังหวัดในอีอีซี ยังไม่ขาดน้ำ ถ้ามีอีอีซีแล้วจะต้องหาน้ำจืดมาเพิ่มด้วยการผันน้ำจากเขื่อนสตึงมนัม ผมก็เห็นด้วย แต่ราคาต้องอิงกับตลาดได้และเป็นราคาต้นทุนจริง

ทุกวันนี้ อีสต์ วอเตอร์ ผู้ให้บริการน้ำประปาในภาคตะวันออก ซื้อน้ำดิบจากกรมชลประทานหน่วยละ 50 สตางค์ เท่านั้นเอง นายกฯพล.อ.ประยุทธ์ ให้คนไปตรวจสอบได้

เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ผมขอเรียน นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้ตรงนี้ ซึ่ง กระทรวงพลังงาน คงจะไม่ได้บอกท่านแน่นอน ก็คือ อ่างประแสร์ ปกติมีน้ำเต็มอ่างอยู่แล้ว ถ้าผันน้ำเพิ่มอีก 300 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี อ่างประแสร์จะรับน้ำเพิ่มไม่ได้ ต้องสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่อีกอ่าง ต้องลงทุนอีกไม่รู้กี่พันล้านบาท นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ซ่อนไว้ในโครงการ ผมก็หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้เกิดความ “โปร่งใส” อย่างที่ท่านพูดกับประชาชนทุกวัน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”