วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องไม่ใช่ฝันลมๆแล้งๆ

เป็นไปตามความคาดหมาย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่นครราชสีมามีหลายฝ่ายรวมทั้งผู้ว่าราชการ 20 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่น ได้ยื่นข้อเสนอหลากหลายให้รัฐบาลแก้ไข ทั้งเรื่องถนน หนทาง การเกษตร ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก สาเหตุหนึ่งเนื่องจากปัญหาการ บริหารจัดการน้ำ

ข้อเสนอบางอย่างอาจตรงกับมาตรการ ที่ฝ่ายรัฐบาลเตรียมการไว้แล้ว เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนหมู่บ้าน การพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมและบริการการพัฒนาการท่องเที่ยวอีสานใต้ วิสาหกิจชุมชน การแปรรูปสินค้าเกษตร การพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน และการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เป้าหมายสำคัญคือแก้ปัญหาความยากจน

แต่ปัญหาที่สำคัญสุดของภาคอีสาน คือการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เป็นปัญหาภัยแล้งมากกว่าน้ำท่วม เพราะอีสานมีพื้นที่เพาะปลูกถึงกว่า 63 ล้านไร่ แต่เป็นพื้นที่ชลประทานแค่ 11% เป็นความเหลื่อมล้ำอีกด้านหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับหลายภาคที่มีชลประทานทั่วถึง และน้ำท่าบริบูรณ์ แต่ชาวอีสานต้องพึ่งน้ำฝนที่ขึ้นอยู่กับความกรุณาปรานีของฟ้าดิน

แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือฝนแล้ง ภาคอีสานจะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า ตัวอย่างเช่น น้ำท่วมใหญ่ในปีนี้เกิดขึ้นหลัง จากที่ชาวนาส่วนใหญ่ปลูกข้าวแล้ว และต้นข้าวกำลังโตวันโตคืน แต่ถ้าโดนน้ำท่วมขังติดต่อกันหลายวัน ต้นข้าวอาจเน่าเสีย ชาวนาอีสานส่วนใหญ่ไม่สามารถแก้ตัวได้อีก เพราะปลูกข้าวแค่ปีละหน ถ้าเสียหายก็ต้องเสียไปทั้งปี

ไม่ทราบว่าชาวนาที่ได้รับความเสียหาย ได้ประกันภัยข้าวไว้หรือไม่ ถ้าทำประกันภัยข้าวไว้จะช่วยบรรเทาความเดือด-ร้อนได้บ้าง มิฉะนั้นก็ต้องพึ่งการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่งบประมาณ 1.6 พันล้านบาทที่รัฐบาลตั้งไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งประเทศ ครัวเรือนละ 3 พันบาท ไม่อาจชดเชยความเสียหายได้แน่นอน

รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาการ บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ข้อเสนอของกรมชล-ประทานให้ปัดฝุ่นโครงการโขง–ชี–มูล เป็นโครงการหนึ่งที่อาจแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่จะต้องใช้เวลานานถึง 8 ปี จึง จะใช้น้ำได้ ในระหว่างที่รอคอยต้องแก้ปัญหาด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำ การสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น

ไม่ทราบว่ารัฐบาลบรรจุปัญหาน้ำภาคอีสานไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือไม่? เพราะปัญหานี้เป็นวาระสำคัญของชาติอย่างหนึ่ง เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของความยากจนของประชากรหลายสิบล้าน จึงต้องได้รับการแก้ไข มิฉะนั้น คำสัญญาของนายกรัฐมนตรีที่อยากให้คนไทยมีรายได้คนละ 4 หมื่นบาทต่อเดือนจะกลายเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆ.