วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มนักดนตรี ดีใจเจอแม่แท้ๆ ลบครหาลูกต่างด้าว ไม่มีบัตรประชาชน

หนุ่มนักดนตรี ชาวนครราชสีมา ดีใจเจอแม่แท้ๆ ลบครหาลูกต่างด้าว ไม่มีบัตรประชาชน ด้าน แม่ ซึ่งตอนนี้บวชเป็นแม่ชี เผย ที่ผ่านมาตามหาลูกมาตลอด พอเห็นข่าว รีบติดต่อไป ยืนยันลูกเป็นคนไทย ...

วันที่ 23 สิงหาคม นายดนัย แป้นกระโทก หรือ แจ็ค อายุ 25 ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หนุ่มนักดนตรี ที่เคยประกาศตามหาแม่ผู้ให้กำเนิด เพื่ออยากให้แม่มายืนยันว่าเป็นแม่ และเซ็นเอกสารเพื่อต้องการมีบัตรประชาชน หลังจากที่เมื่อ 25 ปีก่อน แม่ผู้ให้กำเนิดได้นำ นายดนัย ไปฝากให้กับพ่อแม่บุญธรรมที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนที่พ่อแม่บุญธรรมจะพาย้ายที่อยู่ไปเรื่อย เพราะต้องทำงานรับจ้างทั่วไป และปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ อ.พิมาย มีอาชีพเป็นนักดนตรี รับจ้างเพื่อหาเงินเลี้ยงพ่อแม่บุญธรรม ที่อายุมากแล้ว และแม่บุญธรรมก็ป่วยเป็นโรคไต วันไหนที่ไม่มีงาน นายดนัย ก็จะออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดใกล้บ้าน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่บุญธรรม และเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะไม่สามารถไปสมัครงานที่ไหนได้เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน

ซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกไป ได้มีหญิงคนหนึ่ง บวชเป็นแม่ชี อยู่ที่วัดวังยาง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี ติดต่อมาหานายดนัย ว่าเป็นแม่ หลังจากมีการพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ และมีเอกสารหลายอย่าง เพื่อยืนยันว่าเป็นแม่จริงๆ นายดนัย จึงพาแม่ชี มาพบผู้สื่อข่าว

จากการสอบถาม ทราบว่า แม่ชี ชื่อ นางฉลวย เพลิตขุนทด ชื่อเดิม นางจำลอง เพลิตขุนทด อายุ 56 ปี ชาว จ.นครราชสีมา

แม่ชีฉลวย เล่าว่า จริงๆ แล้วนายดนัย อายุ 33 ปี เพราะเมื่อ 33 ปีก่อน คือ พ.ศ.2527 ขณะนั้นตนอายุ 23 ปี ไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ อ.ปากช่องกับแฟนหนุ่ม จากนั้นได้ตั้งท้อง ก่อนที่จะเลิกรากับแฟนหนุ่ม จนคลอดลูกชาย เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2527 ที่ รพ.ปากช่องนานา หลังจากนั้นตนก็ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ จึงอุ้มลูกน้อยไปที่ตลาดแขกปากช่อง จนไปพบกับ 2 สามีภรรยาก็ คือ นายมัด แป้นกระโทก และนางส้ม ใจกล้า ที่มีอาชีพปั่นสามล้อส่งถ่านอยู่ที่นั่น จึงได้มีการพูดคุยกัน และได้ตัดสินใจยกลูกชายให้กับ 2 สามีภรรยา ให้ช่วยดูแลลูกให้ ส่วนตนก็ไปหางานทำ

แม่ชีฉลวย เล่าต่อว่า จากนั้น 1 เดือนก็กลับมาเยี่ยมลูก และกลับไปทำงาน จนเวลาผ่านไปประมาณ 4 เดือน ตนก็กลับมาไปอีกครั้ง พร้อมกับซื้อของใช้และผ้าเด็กอ่อน พร้อมกับเสื้อผ้าของพ่อแม่บุญธรรมไปให้ด้วย แต่พอไปถึงที่ห้องเช่า กลับพบว่าพ่อแม่บุญธรรมได้พาลูกน้อยย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ขณะนั้นรู้สึกเสียใจมาก แต่ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน ซึ่งตลอดเวลาพอเจอเด็กชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูก ก็จะเข้าไปถาม เพื่อหวังว่าจะได้เจอลูกชายอีกครั้ง จนเมื่อ 2 ปีก่อน ได้ตัดสินใจบวชชีเพื่อปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดวังยาง จ.สระบุรี เผื่อจะมีบุญได้เจอกับลูกชายบ้าง

จนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่วัดมีงานศพ และในงานเขาเปิดโทรทัศน์เพื่อดูข่าว ตนจึงเห็นข่าว ว่ามีเด็กหนุ่มตามหาแม่ เรื่องราวเหมือนชีวิตของตนไม่มีผิด จึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปตามหมายเลขที่ให้ไว้ จนได้พบกับพ่อแม่บุญธรรม ที่ตนเคยยกลูกให้เมื่อ 33 ปีก่อน ตนจำได้แม่น ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้พบลูกชายที่ตามหามานาน ตนคิดถึงลูกมาก และยิ่งรู้ว่าลูกต้องลำบากที่ไม่มีบัตรประชาชน จะทำอะไรก็ไม่ได้ ตนจึงไปหาเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง ว่าลูกเป็นคนไทยไม่ใช่คนต่างด้าว และตนก็เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดจริงๆ

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้พานายดนัย และแม่ชีเข้าพบ นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ นายอำเภอพิมาย เพื่อสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำบัตรประชาชนของนายดนัย  ก็ได้รับการช่วยเหลือจากท่านนายอำเภอเป็นอย่างดี เพราะหลังจากขั้นตอนของเอกสารและขั้นตอนการสอบปากคำแม่ของนายดนัย แล้ว ก็ยังเหลือขั้นตอนการตรวจดีเอ็นเอของทั้ง 2 แม่ลูก ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร แต่เพราะทั้งนายดนัย และแม่ชี ก็ไม่มีเงิน นายอำเภอพิมายจึงได้ติดต่อไปยัง นพ.สมชัย อัศวสุดสาคร ผู้อำนวยการ รพ.มหาราชนครราชสีมา เรื่องการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งทาง รพ.มหาราชนครราชสีมา ยินดีจะช่วยให้ทั้ง 2 คนแม่ลูก ได้ตรวจดีเอ็นเอโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้นายดนัย ได้สมหวังกับการรอคอยมานาน.