วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 ยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจอีสาน

ครม.จัดให้รถไฟเร็วสูง-มอเตอร์เวย์ผ่านฉลุย

ครม.สัญจรโคราชรับทราบ 5 ยุทธศาสตร์พลิกอีสานเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อน ประเทศ ชูเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง “บิ๊กตู่” จัดให้เอาใจคนอีสาน ผ่านฉลุยสัญญาการออกแบบรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา พร้อมอนุมัติเอกชนร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา และบางใหญ่–กาญจนบุรี เทงบกลาง 2,100 ล้าน ฟื้นฟูถนนจมน้ำท่วมเหนือและอีสาน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้นำเสนอทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.นครราชสีมารับทราบ โดยระบุว่า จำนวนประชากรและพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ แต่มีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แค่ 1 ใน 10 เท่านั้น เหตุจากปัญหาภัยแล้ง ความยากจน การขาดสารอาหารมีผลต่อไอคิวของเด็ก ผลิตภาพของเกษตรกร รัฐบาลจึงมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

“แผนของ สศช.มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอีสานสู่มิติใหม่ ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยนำเสนอยุทธศาสตร์ 5 ด้าน คือ 1.การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน 2.การแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 3.การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในอีสานและดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.การใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลางและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ และ 5. การพัฒนาความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดนและแนวระเบียงเศรษฐกิจ”

ขณะเดียวกัน ครม.ได้เห็นชอบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา กรอบวงเงินไม่เกินจำนวน 33,258 ล้านบาท และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี กรอบวงเงินไม่เกิน 27,828 ล้านบาท ในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา โดยเอกชนจะเป็นผู้ออกแบบและลงทุนค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างรวมถึงรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง และให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการทั้งหมด ตลอดจนเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยเอกชนได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ค่าบำรุงรักษาและค่าบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียม มีระยะเวลาร่วมลงทุนไม่เกิน 30 ปี นับแต่เปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ครม.ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงและคณะกรรมการมาตรา 35 ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐหรือ พ.ร.บ.พีพีพีดำเนินการหาบริษัทเอกชนมาร่วมลงทุน โดยตั้งใจจะให้โครงการแล้วเสร็จในปี 2563 สำหรับอัตราค่าผ่านทางจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน และนครราชสีมา คิดอัตราแรกเข้า 10 บาท จากนั้นจะคิดในอัตรา 1.25 บาท ในทุกๆกิโลเมตร ส่วนเส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรีจะคิดอัตราแรกเข้า 10 บาท จากนั้นจะคิดในอัตรา 1.50 บาท ในทุกๆ กิโลเมตร โดยจะให้เงินตอบแทนเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 1,170 ล้านบาทต่อปี สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และ 979 ล้านบาท สำหรับโครงการบางใหญ่-กาญจนบุรี

ทั้งนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบร่างสัญญาการออกแบบรายละเอียด โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงวงเงิน 179,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ในวงเงินค่าจ้าง 1,706.77 ล้านบาท โดยจะจ้างรัฐวิสาหกิจของจีน มีประสบการณ์ตรงเรื่องรถไฟความเร็วสูงมาดำเนินการ ในรายละเอียดของงานออกแบบจะประกอบด้วย งานโครงสร้างทางยกระดับโครง สร้างระดับดิน อุโมงค์ สะพาน อาคารย่านสถานี และโครงสร้างอื่นๆ มีระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน

“โครงการนี้เป็นโครงการที่คนในภาคอีสานรอคอย ในอนาคตการเดินทางจากกรุงเทพฯมา นครราชสีมาจะใช้เวลาสั้นเพียง 1 ชั่วโมง 17 นาที ค่าโดยสาร 535 บาท”

นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติจัดสรรงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 2,101.5 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางการคมนาคมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งวงเงินการฟื้นฟูรวม 3,571.7 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกระทรวงคมนาคมจะไปจัดสรรงบประมาณจากโครงการอื่นมาใช้ดำเนินการ.