วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ยันเป็นนายกฯต่อ แม้โพลเหลือศูนย์

เผยเจอประชาชนก็หายเหนื่อย คืน24ส.ค.นอนไม่หลับไม่กี่คน ปลัดมท.ยํ้าไม่มีบล็อกมวลชน

“บิ๊กตู่” อารมณ์ดีประชุม ครม.สัญจร ได้พบชาวบ้านเหมือนเติมพลังใจ เผยมีคนยื่นหนังสือขอให้เป็นนายกฯตลอดไป แต่ออกตัวไม่รับเดี๋ยวงานเข้า ไม่สนผลโพลความนิยมตก ลั่นคะแนนเหลือศูนย์ก็จะอยู่ต่อไปตาม ก.ม. ยังคาใจสื่อให้สัมภาษณ์ จิกกัดตลอด อ้าง ก.ม.ห้ามมีกิ๊กแค่พูดขำๆ ยักไหล่ไม่ให้ความสำคัญตัดสินคดีจำนำข้าว 25 ส.ค. เย้ยไม่ใช่ประโยชน์สาธารณะ แค่มีคนนอนไม่หลับไม่กี่คน ส่วนตัวเองหลับสบาย ถามใจพวกจ้องก่อความวุ่นวายอยากให้ประเทศกลับไปขัดแย้งแบบเดิมอีกหรือ ปลัด มท.ย้ำไม่มีคำสั่งบล็อกมวลชน ยังไม่พบ อปท.ใช้งบผิดปกติขนคนให้กำลังใจ “ปู” ศาลสั่งห้ามเด็ดขาดอุปกรณ์สื่อสารเข้าห้องตัดสินคดี ทนายเผย “ยิ่งลักษณ์” พร้อมไปฟังคำพิพากษา ตำรวจย้ำแผน รปภ.ศาลเข้ม งัดสารพัด ก.ม.-คำสั่ง คสช. ป้องปรามมวลชน ด้าน พม.เผยมีจริงกำลังร่าง ก.ม.เกี่ยวพันห้ามมีกิ๊ก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุม ครม.นอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.นครราชสีมา ท่ามกลางอารมณ์ที่เบิกบานอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค.นั้น นายกฯระบุไม่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของคนเพียงไม่กี่คน ขณะที่ตำรวจวางแผนเตรียมความพร้อมรักษาความสงบเต็มพิกัด

“บิ๊กตู่” ถก ครม.สัญจรหยิกสื่อเบาๆ

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เวลา 08.30 น. ที่อาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ซึ่งเป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งที่ 3 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีบรรดา ครม. ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมพร้อมเพรียง ทั้งนี้เมื่อเดินทางถึงหน้าอาคารสุรสัมมนาคาร พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดกระจกรถโบกมือทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี ส่งสัญญาณมือ “ไอเลิฟยู” พร้อมกล่าวว่า “เลิฟยูนะ สวัสดีตอนเช้า สวัสดีนะจ๊ะ” ก่อนเดินเยี่ยมชมงานวิจัยนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสินค้าโอทอปพรีเมียม เมืองโคราช โดยมีนายวิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คอยชี้แจง จากนั้นได้หันมาพูดใส่สื่อมวลชนแบบประชดประชันเหน็บแนมว่า “วันนี้มาทำประโยชน์ให้สาธารณะ”

ทีมงานรับหนังสือไม่ให้เข้าถึงตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปถึงสถานที่ประชุม ครม.ได้มี ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ ภูศิลาแทน อดีตข้าราชการตำรวจ เดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ จะขอยื่นหนังสือให้กำลังใจแก่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเห็นว่าเป็นคนเก่งสามารถบริหารประเทศให้มีความสงบเรียบร้อย และมีมาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันอย่างดี แต่เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือดังกล่าวแทนโดยไม่ให้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์แต่อย่างใด หลังจากวานนี้มีคนชายวัยกลางคนได้เข้าประชิดตัวนายกฯเพื่อยื่นหนังสือ

เผยมีคนเชียร์เป็นนายกฯถาวร

ต่อมาเวลา 13.00 น. ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้มีความรู้สึกที่ดีกับชาวอีสาน ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา การลงพื้นที่เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีข่าวว่าประชาชนที่ไม่เห็นด้วยมายื่นหนังสือ และสื่อได้รายงานว่าตนทำสีหน้าไม่พอใจกลับไปด้วย อย่างไรก็ตามยังมีคนที่ยื่นหนังสือแสดงความขอบคุณรัฐบาล โดยขอให้ปฏิรูปสื่อด้วย นอกจากนี้ ยังมีการยื่นหนังสือให้กำลังใจรัฐบาล พร้อมขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีตลอดไป แต่เรื่องนี้ตนไม่รับเพราะจะเป็นการหาเรื่อง อยากขอบคุณและดีใจที่ได้มา ไม่ได้ต้องการว่าประชาชนจะสนับสนุนตนหรือไม่ ประทับใจทุกอย่างที่เป็นโคราช ไม่ว่าจะผู้คน อาหารการกิน สถานที่ น้ำใจไมตรี ถือว่านี่คือดินแดนของประเทศไทยที่มีความสุข แม้จะมีรายได้น้อย ตนก็ยิ่งต้องทำให้ และแผ่นดินผืนนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพราะบรรพบุรุษไทยตายทับถมไปเท่าไหร่ไม่รู้

หมุนตามโลกให้ทันอย่าจมขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ได้มีมติเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือเพื่อใช้ในการขุดหาแหล่งน้ำ จัดเก็บน้ำ จัดหาเครื่องมือด้านการเก็บเกี่ยวให้สหกรณ์การเกษตร ส่วนการท่องเที่ยวมีปัญหาด้านความเสื่อมโทรม จึงสั่งการให้ปรับปรุงซ่อมแซมและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังอยู่ห่างไกลกัน และได้สั่งให้ทุกภาคขึ้นทะเบียนแหล่งท่องเที่ยวว่ามีสถานที่ใดเป็นจุดเด่นน่าสนใจบ้าง โดยจัดลำดับ 5 แห่งต่อภูมิภาคเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ดึงคนเข้ามาเที่ยว

“ผมขอให้ทุกคนติดตามประเด็นความมั่นคงด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นจะมุ่งอยู่แต่ความขัดแย้งภายในของเราเอง โดยลืมเฝ้าระวังเหตุการณ์ภายนอก บางประเทศแม้จะมีความเจริญแล้ว แต่ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ เราจึงต้องช่วยกันระงับเหตุและความขัดแย้งให้ได้โดยเร็ว อย่าให้มีอะไรเข้ามาแทรกซ้อน แล้วเกิดอันตรายต่อประเทศไทย”

ไม่สนโพลคะแนนเหลือศูนย์ก็จะอยู่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณ 2,600 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสร้างทางรถไฟยกระดับ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจราจรในตัวเมืองนครราชสีมา ส่วนจังหวัดอื่นที่มีปัญหาการจราจรก็จะพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป สำหรับการพบปะผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดนั้น ได้กำชับให้รับทราบปัญหาว่าศักยภาพของภาคอีสานเป็นอย่างไร มีพื้นที่จำนวนเท่าไร มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก รวมถึงปัญหาด้านน้ำท่วม ปัญหาฝนแล้ง ภาคอีสานมีศักยภาพแต่ก็มีความเสี่ยง ดังนั้น การทำงานต้องศึกษายุทธศาสตร์ ชาติและการปฏิรูป โดยทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ทั้งนี้จากการรับฟังความเห็นจากประชาชน ภาคเอกชน และนักธุรกิจ ในพื้นที่ภาคอีสานไม่ได้เป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมือง แต่กลับพอใจในเสถียรภาพของประเทศ ที่สามารถทำให้ประกอบธุรกิจ ติดต่อราชการ และหาลู่ทางในการลงทุนได้ ตนพร้อมทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ไม่ต้องเอาผลโพลมาให้ดู เพราะไม่สนใจ และถึงจะได้ความนิยมศูนย์เปอร์เซ็นต์ตนก็ยังอยู่ ไม่ต้องเขียนให้คะแนนนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะตนยังจะอยู่ต่อไปตามกฎหมาย

เป็นนายกฯเหนื่อยแต่พบ ปชช.ก็หาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการจัดประชุม ครม.สัญจรครั้งหน้าว่า “มี 6 ภาคจะให้ไปภาคไหน แต่ฉันรู้นักข่าวขี้เกียจเดินทาง ให้ไปใกล้ๆก่อนบ้านเธอ ไปแปดริ้วก่อนใกล้ๆ พวกหนูจะได้เดินทางใกล้หน่อย” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เมื่อวานมีคนบ่นว่าเหนื่อยมาก แล้วนายกฯไม่เหนื่อยรึไง แต่มันหายเหนื่อยตรงที่ได้ทำงานได้สั่งการได้เอาแผนทุกอย่างมาคลี่ดูทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เจอประชาชนมันก็หายเหนื่อยแล้ว มันจะบ่นอะไรนักหนา กลับไปนอนมันก็หายเหนื่อยแล้ว ไม่คิดถึงนายกฯบ้างหรือนอนยังเหนื่อยเลย ยังฝันเรื่องงานเลย แต่ผมก็มีเรื่องของผมได้ทั้งวันอยู่แล้ว ผมอ่านหนังสือผมคิดผมจำมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนหนังสือมาอ่านหนังสือนิทานอีสปไหม เคยอ่านกลอนบทกวีไหม โรงเหล้าเตากลั่นควันโขมงมีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา ปัดโธ่!”

“ลุงตู่” เป็นคนตลก ก.ม.ห้ามมีกิ๊กพูดขำๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่กล่าวกับประชาชน ระหว่างลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ถึงกฎหมายห้ามมีกิ๊ก แบบขำๆด้วยว่า “เรื่องกฎหมายห้ามมีกิ๊ก ผมพูดเล่นคุณไม่เข้าใจอะไรเลยรึไง ไอ้เรื่องดีๆตั้งเยอะตั้งแยะ ปัดโธ่ แล้วมันมีได้ไหมเล่า มันควรจะมีไหม ผมพูดถึงให้แม่บ้านเริ่มจะง่วงนอน ผมก็ให้กำลังใจแม่บ้านเขา ผมก็ขู่พ่อบ้านเขา มันก็หัวเราะหัวใคร่ ไอ้นี่ไปพาดหัวข่าวนายกฯห้ามมีกิ๊กจะออกกฎหมายไหม ปัดโธ่ ไอ้เรื่องขี้ไก่พวกนี้ชอบไปตีความ ความจริงผมเป็นคนสนุกสนานรื่นเริง เป็นคนใจดีนะ ผมเป็นคนตลกนะ ไอ้เรื่องเป็นจริงเป็นจังคุณมองเป็นเรื่องตลก เรื่องตลกคุณมองเป็นเรื่องจริง ผมก็ไม่เข้าคุณเหมือนกันตีความไม่ถูก พูดเล่นไม่ให้ประชาชนเขาเบื่อหน่ายจากการที่ผมพูดยาวๆขอให้เขาสนใจ”

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีปล่อยมุกพูดกับกบ “ชาติหน้าขอให้เป็นกบตัวเมียนะ ผมจะเป็นเจ้าชายกบ” ขณะจับกบขึ้นมาดูระหว่างไปเยี่ยมชมการเลี้ยงกบของศูนย์การเรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองขี้เหล็ก ต.วังหิน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา ว่า “ผมก็ยกตัวอย่างนิทานเรื่องกบให้ฟัง เจ้าชายกบไม่เคยฟังเหรอ ผมจับกบก็เปรียบเทียบนิทานกบ ผมก็ถามเขาว่านี่กบตัวผู้ตัวเมีย เขาบอกกบตัวเมีย แล้วอีกตัวตัวผู้ผมก็บอกตัวผู้ว่าชาติหน้าเกิดเป็นตัวเมียนะจะได้มีเจ้าชายมาจุมพิต ผมเล่านิทานให้เขาฟังเจ้าชายกบไงเนี่ยสนใจเรื่องกบกับเรื่องกิ๊ก ก.2 ตัวเว้ย”

ยักไหล่ 25 ส.ค. คนนอนไม่หลับไม่กี่คน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเตรียมรับมือการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 ส.ค. ที่จะมีการพิจารณาคดีรับจำนำข้าว โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คืนวันที่ 24 ส.ค. จะนอนหลับหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “มีอะไรหรือ เป็นวันอะไร วันศุกร์หรือ วันศุกร์ก็ดีใจสิ วันศุกร์แล้วจะได้พักผ่อน จะไปสนใจว่าเป็นวันอะไร ก็เป็นเรื่องของคดี หรือเป็นเรื่องของใครก็เป็นเรื่องของคนคนนั้น เรื่องของศาล คนที่จะนอนไม่หลับคงมีไม่กี่คนละมั้ง สำหรับผมหลับสบายทุกวันนั้นแหละ งานผมเยอะอยู่แล้ว ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็เตรียมของเขาตามหน้าที่ไม่ได้ไปกดดันใคร อีกฝ่ายก็อย่าไปยุแยงตะแคงรั่วว่าจะโน่นจะนี่ อีกฝ่ายก็ต้องเตรียม ไม่รู้จะไปขู่กันทำไม เจ้าหน้าที่ก็ต้องเตรียมการไว้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เสียเวลาเปล่า เสียงบประมาณ ขอร้องกัน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผมได้ถามชาวอีสานว่าเขาจะไปหรือไม่ เขาตอบว่าไม่ไป แล้วมันจะมีอะไรเกิดขึ้นมา”

ถ้าจะทำให้วุ่นวายอีกก็ยอมใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่การรักษาความปลอดภัย จะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ หากเกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้นมา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วจะมีได้หรือไม่ ประเทศไทย คนไทยจะยอมให้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ สมมติว่าศาลตัดสินออกมาแล้ว ไม่ว่าคดีจะออกมาอย่างไร ซึ่งผมไม่เคยรู้ล่วงหน้า และไม่อยากจะรู้ด้วย แต่ถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมา แล้วคนไทยทั้งประเทศยอมรับได้หรือไม่ ถ้าคนไทยทั้งประเทศยอมรับได้ ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกผมก็ยอมพวกท่านแล้ว คนไทยเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ คนไทยทุกคนรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ เป็นตัวกลางที่จะทำให้ประเทศสงบเดินหน้าประเทศไปข้างหน้าให้ได้”

คาใจประชดคำสื่อทำเพื่อสาธารณะ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “แล้วสื่อไหนที่บอกว่าจะไม่มาทำข่าวผม ไหนมาหรือเปล่า ไม่อยู่แล้วก็ดี แล้วเมื่อวานเขามาทำหรือเปล่า ผมไม่ได้โกรธเขา แต่ผมรับนิสัยเขาไม่ได้ เขาบอกว่าสื่อต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วสิ่งที่ผมทำอยู่ทำเพื่อสาธารณะหรือเปล่า ผมไม่ได้ให้พวกท่านมาโฆษณาให้ว่ามีคนรักนายกฯ อย่างนั้น อย่างนี้ หรือนายกฯ เป็นคนเก่ง ผมไม่ต้องการคำหวานแบบนี้ ผมแค่ต้องการให้มาทำข่าวว่าเขาทำงานอะไรกันบ้าง ประชาชนจะได้เข้าใจ และเข้ามาหาช่องทางเหล่านี้ที่หน่วยราชการได้ทำไว้ได้ ถ้าสื่อไม่พูดหรือไม่นำเสนอเรื่องเหล่านี้ แล้วประโยชน์สาธารณะจะเกิดได้หรือไม่ การที่พวกท่านมาถามกรณีของวันที่ 24-25 ส.ค. เป็นประโยชน์สาธารณะอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ไม่ใช่ประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เช่นนั้นทุกคดีความก็คงตัดสินกันไม่ได้”

ชวนสื่อท้องถิ่นไปทำข่าวกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้หันไปถามสื่อท้องถิ่นว่าเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพูดหรือไม่ พร้อมชื่นชมหลังจากได้รับคำตอบว่า “เข้าใจ” โดยกล่าวว่า “ดีมาก เยี่ยม น่ารักจริงๆ ไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกันไหม” ก่อนยกมือไหว้พร้อมบอกว่า “ลาแล้วครับ เดี๋ยวไปทำบุญก่อน” พร้อมอวยพรให้สื่อเดินทางกลับอย่างปลอดภัย เดี๋ยววันนี้จะสวดมนต์ให้ อย่างไร ก็ตาม เมื่อนายกฯเดินออกจากโพเดียมแถลงข่าวเพื่อเดินทางกลับแต่นึกขึ้นได้จึงย้อนกลับมาที่กลุ่มสื่อมวลชน พร้อมสาธิตการถวายคำนับพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์ จะต้องน้อมไปทั้งลำตัวไม่ใช่แค่ผงกศีรษะลง เพราะเป็นเพียงแค่การทำความเคารพคนเท่านั้น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้ามาถ่ายรูปกับกลุ่มสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี โดยหยอกล้อว่า “ใครไม่ถ่ายเดี๋ยวน่าดู” ก่อนจะร่วมถ่ายรูปในหลายอิริยาบถ พร้อมระบุว่า “ไม่รักฉันก็อย่าเกลียดฉัน” ก่อนหันไปสั่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ให้คอยดูด้วยว่ามีสื่อคนใดเอาภาพของตัวเองไปล้อเล่น ก่อนที่จะทดลองเป็นช่างภาพโทรทัศน์ โดยระบุว่า อยากรู้ว่ามันยากและลำบากแค่ไหน พร้อมสวมบทเป็นนักข่าวทดลองตั้งคำถามกลับสื่อมวลชน 2 ประเด็น คือ “ขอทราบเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และการปฏิรูปประเทศว่าควรมีและต้องร่วมมือกันหรือไม่ ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง วันนี้ต้องร่วมมือกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จะทำเฉพาะต้นน้ำไม่ได้เดี๋ยวปลายน้ำก็เล่นกันสบาย”

ปลัด มท.ยันไม่ได้สั่งบล็อกมวลชน

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการอ่านคำพิพากษาตัดสินในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ยืนยันไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอไปทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ได้มีการห้ามปรามอย่างเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดเป็นบูมเมอแรง และจากรายงานความเคลื่อนไหวในพื้นที่ยังไม่ค่อยมีอะไร คนหลั่งไหลเข้ามาไม่เยอะ ส่วนมวลชนถ้าใช้วิธีเดินทางมาเอง ถ้ามาเป็นธรรมชาติแบบนั้น คงไปห้ามเขาไม่ได้ และไม่อยากทำให้เป็นเรื่องซีเรียส ได้ฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังเรื่องข่าวลือข่าวลวง ย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้แกนนำเซ็นชื่อยืนยันไม่นำมวลชนเข้ามา ทำเองหรือเปล่าไม่รู้

ยังไม่พบ อปท.ใช้งบฯผิดปกติ

เมื่อถามถึงกรณีผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการใช้งบฯองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่อาจมีการใช้งบฯในการนำมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายกฤษฎาตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการมา กำลังรออยู่ ถ้ามีมาเราก็ต้องตรวจสอบ เพราะถือว่ามีความผิด และจะได้เอามาเป็นหลักฐานในการดำเนินการได้ ส่วนถ้าไม่มีหลักฐานส่งมา

แต่ถ้าเราตรวจสอบพบก็ต้องดำเนินการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่พบการใช้งบฯอย่างที่มีการกล่าวอ้าง เมื่อถามว่า กรณีนี้มองว่าเป็นเพียงการปรามเท่านั้นหรือไม่ นายกฤษฎาตอบว่า ไม่ทราบ

เลขาฯ สมช.มั่นใจไม่วุ่นวาย

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์วันที่ 25 ส.ค.ว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่ประมาท เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น และจากข้อมูลที่มีอยู่คิดว่าสถานการณ์ในวันดังกล่าวน่าจะดีอยู่ เชื่อว่าจะไม่มีควันหลงการเคลื่อนไหวหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษา ขอย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงจะดูแลความเรียบร้อยในทุกเรื่อง โดยกำลังพลที่จะดูแลความเรียบร้อยจะประเมินจากสถานการณ์เป็นหลัก

ขณะนี้คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนกรณีแกนนำ นปช.ระบุว่ามีทหารลงพื้นที่ไปสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น เป็นเรื่องที่เราไปพูดคุยซักถามให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนกระแสข่าวว่า ในบางพื้นที่ให้มวลชนเซ็นชื่อเป็นหลักฐานจะไม่เดินทางมาในวันที่ 25 ส.ค.นั้น ตนคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการพูดคุยทำความเข้าใจกัน

ศาลสั่งห้ามโทรศัพท์เข้าห้องตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ก่อนวันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งสองสำนวน ว่า เจ้าหน้าที่ศาล ฎีกาแจ้งว่าวันนัดตัดสินคดีจำนำข้าวและระบายข้าว องค์คณะ ห้ามคู่ความ ทนายความ และผู้เข้าฟังใน ห้องพิจารณาคดี นำโทรศัพทหรือเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด เข้ามาในอาคารศาลส่วนที่จะเข้าห้องพิจารณาคดี และสำหรับสื่อมวลชนที่เข้าห้องพิจารณา ขอให้ฝากมือถือไว้กับกลุ่มเพื่อนนักข่าวด้านนอก หากไม่สามารถฝากได้ เจ้าหน้าที่จะแจกซองเอกสารใส่โทรศัพท์ปิดผนึกซองแล้วให้เจ้าของโทรศัพท์ถือไว้เอง โดยนำซองนั้นเข้าห้องพิจารณาได้ แต่ห้ามเปิดใช้โดยเด็ดขาด จนกว่าการตัดสินคดีเสร็จสิ้นและออกจากห้องพิจารณา มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องจะเก็บตัวในสถานที่ปลอดภัย ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค. โดยใช้ระดับความปลอดภัยเช่นเดียวกับวันออกข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยมีข้าราชการศาลยุติธรรมบางส่วนถึงกับลาพักร้อน

ทนาย “ปู” ยันเจ้าตัวไปฟังคำพิพากษา

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาเช่นไร ทีมทนายความเราได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกทาง ในวันที่ 25 ส.ค. คาดการณ์ไว้ว่าคดีจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวกเป็นจำเลย จะอ่านคำพิพากษาก่อน เนื่องจากคดีนี้มีการนัดฟังคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าก่อนที่ศาลฎีกาฯ นักการเมืองจะนัดฟังคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าว สำหรับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์นั้น ตนคงไม่สามารถพูดถึงความรู้สึกขณะนี้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ เเต่คนเราเมื่อต้องมาฟังคำพิพากษาคงไม่มีใครรู้สึกดี ถ้าพูดถึงกำลังใจย่อมดีในส่วนหนึ่งที่มีพี่น้องประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมาก ตอนนี้ยังเป็นไปตามเดิม น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมเดินทางไปฟังคำพิพากษา ส่วนทีมทนายเตรียมความพร้อมไปฟัง

คำพิพากษาเช่นกัน

ตำรวจวางมาตรการ รปภ.ศาล วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายคสช. ประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ ผบช.ภ.1-9 เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จะใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมปี 2558 และแผนกรกฎ 52 ในการควบคุมสถานการณ์ โดยศาลประกาศเขตอำนาจศาลเอาไว้ จะไปวางรั้วเหล็ก ส่วนป้ายเขตอำนาจศาลนั้น ศาลท่านจะเป็นผู้ดำเนินการนำมาปิดเอง หากประชาชนเข้ามาในเขตที่ปิดป้ายไว้ จะถือว่าละเมิดอำนาจศาล รวมทั้งมาแล้วปิดป้าย ใช้เสียงโห่ฮา เรียกร้องคัดค้าน สนับสนุน ขณะที่มีการอ่านคำพิพากษา เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามไม่ให้มา แต่ท่านที่มากรุณาอย่าทำผิดกฎหมาย

งัด ก.ม.-คำสั่ง คสช.ปรามมวลชน

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้ามาดูแลความปลอดภัย ได้รับการสนับสนุนจากตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 จำนวน 21 กองร้อย และจาก บช.น. อีก 3 กองร้อย มีการตั้งจุดตรวจค้นจำนวน 3 จุด บริเวณทางเข้าและที่คาดว่าจะมีมวลชนเดินทางเข้า-ออก ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน พื้นที่ค่อนข้างจะแคบ และไม่อนุญาตให้เข้าไปบริเวณศาล จะกั้นพื้นที่ตั้งแต่แนวถนนด้านนอก จะมีแผงกั้นและมีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ หากเดินทางมาก็ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกั้นพื้นที่อำนาจศาลไว้ หากมาก็จะหมิ่นเหม่เกิดการละเมิดต่อกฎหมายขึ้นมา มี พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะปี 58 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 3 รวมทั้งอาจจะละเมิดเขตอำนาจศาลด้วย จึงอยากให้ประชาชนฟังข่าวอยู่ที่บ้านดีกว่า

วิษณุชี้ ก.ม.4 ชั่วโคตรไม่เกี่ยวห้ามมีกิ๊ก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฯระบุถึงการออกกฎหมายห้ามมีกิ๊กว่า ไม่ได้มีสาระอะไร เป็นไปไม่ได้ที่จะไปบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมาย 4 ชั่วโคตร

ด้านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ตอนนี้ร่างกฎหมาย 4 ชั่วโคตร อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พูดถึงขอบเขตของคนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสว่าจะพิจารณาแค่ไหน ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่นายกฯพูดห้ามมีกิ๊ก

พม.กำลังร่าง ก.ม.เกี่ยวพันห้ามซุกกิ๊ก

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีที่นายกฯระบุถึงกฎหมายห้ามมีกิ๊กว่า ขณะนี้ สค.ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว เพื่อใช้แทน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 โดยในร่าง พ.ร.บ.ที่เขียนใหม่กำหนดนิยามความรุนแรงในครอบครัวใจความตอนหนึ่งว่า เป็นการกระทำโดยเจตนาที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ ชื่อเสียง รวมถึงความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว ซึ่งอาจจะตีความได้ว่า เกิดจากความ หึงหวง สามีนอกใจ การกระทำดังกล่าวพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถสั่งให้ผู้กระทำไปปรับพฤติกรรม หากไม่ปฏิบัติตามก็จะถือเป็นความผิดตามมาตรา 45 ในร่าง พ.ร.บ.ที่กำหนดบทลงโทษโดยปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ร่างดังกล่าวอยู่ในขั้นการพิจารณารายมาตราของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนเสนอ สนช.

ครม.ทุ่มหน้าตักพัฒนาภาคอีสาน

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครราชสีมาว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 2 เส้นทาง คือบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการสำคัญต่อประชาชนชาวภาคอีสาน รัฐบาลตั้งใจจะให้โครงการนี้ แล้วเสร็จในปี 2563 นอกจากนี้ยังอนุมัติโครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาคช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา พร้อมอนุมัติเงินสำรองจ่ายจากงบกลางเพื่อฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ปี 60 จำนวน 2,107 ล้านบาทให้ดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พื้นที่และเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหาย ครอบคลุมเส้นทางของกรมทางหลวงในจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 23 จังหวัด และเส้นทางของกรมทางหลวงชนบท 17 จังหวัด ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าเวลาซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมให้ดูแลเส้นทางน้ำให้เรียบร้อยด้วย และกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงหน้าฝนถัดไป

“บิ๊กฉัตร” จ่อชงแผนน้ำอีสานเข้า ครม.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเสนอแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสานต่อ ครม.ตามที่ภาคเอกชนเสนอว่า ยังไม่ได้เสนอต่อ ครม. แต่กระทรวงมีแผนระยะยาว โดยกรม ชลประทานได้ปรับแผนงานเร่งด่วนให้มาอยู่ในช่วงปี 2561-2562 มีงบประมาณ 6,800 ล้านบาท ตนได้รายงานนายกฯ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าพื้นที่ภาคอีสานเรามีแผนของบเพิ่มเติม นายกฯรับทราบในหลักการแล้วและอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองด้วยความรวดเร็ว กระบวนต่อไปกระทรวงเกษตรฯจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ก่อนเสนอ ครม.

ครม.มอบตำแหน่งปลอบใจ “สุเมธ”

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน รับเงินประจำตำแหน่ง 21,000 บาท ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2560 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิประจำส่วนราชการ ลงวันที่ 1 ส.ค.2560 ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเมธอกหักจากการเป็นตัวเต็งขึ้นปลัดกระทรวงแรงงาน เนื่องจากนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โอนย้ายจากกระทรวงมหาดไทยมาเสียบแทน จนนายสุเมธมีท่าทีน้อยใจเพราะเหลืออายุราชการ 2 ปี เท่ากับนายจรินทร์ ว่าที่ปลัดคนใหม่

“บิ๊กตู่” ขู่ล้างบางทุจริตจัดซื้อรถเมล์

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยกเลิกแบล็กลิสต์บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เข้าเสนอราคาประมูลรถเมล์รอบใหม่ได้อีกครั้ง หลังไม่สามารถจัดส่งรถเมล์เอ็นจีวีให้ ขสมก.ได้ตามกำหนดว่า กรณีการประมูลรถเมล์ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายต่างๆ ได้ชี้แจงว่าทำได้หรือไม่ได้ ก็เป็นเรื่องของกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ประมูลแล้วจะได้หรือไม่ ถ้าผิดมาจะทำอย่างไรกันต่อ ให้มองตรงโน้น แล้วคิดหรือว่าเขาจะได้ ถ้ามันผิดออกมาแล้วดันได้ขึ้นมา ก็ถือว่ามีความผิด กรรมการทั้งหมดจะถูกลงโทษ ก็แค่นี้ อย่าให้เป็นประเด็นเลย เห็นมีการชี้แจงเรื่องกฎหมาย ทั้งกฎหมายใหม่และกฎหมายต่างๆ ตนก็ขี้เกียจจะปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้ เลยบอกให้คนที่จัดการประมูลรับผิดชอบ ก็ล้างมันทั้งบางเลย ถ้าทำไม่ดีไม่ชัดเจน ประชาชนไม่พอใจ ไม่เข้าใจ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

เดินหน้าแก้ปัญหาที่ทับซ้อน

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีแนวทางแก้ปัญหาที่ดินทำกินในภาคอีสานว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยจะต้องทำแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 4,000 ออกมาก่อน หลังจากนั้นเอาแผนที่ทุกกระทรวงมาทาบดู ตรงไหนที่ตรงกันก็จบ ส่วนตรงที่มีปัญหาความขัดแย้งทับซ้อน ต้องหาทางออก ไม่ใช่มาร้องเรียนแล้วยกให้ไป ต้องเอาหลักการ เหตุผลตามกฎหมาย และวิทยาศาสตร์มาว่ากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด จะต้องทำให้สมดุลและเกิดความเดือดร้อนน้อยที่สุด ถ้าไม่มีที่ทำกินเราต้องจัดหาที่ทำกินให้แม้จะเป็นที่ดินของรัฐก็ตาม

นายกฯวางแผนไปสหรัฐฯ 5 วัน

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้กำลังพิจารณากำหนดวันที่เหมาะสมอยู่ เบื้องต้นคาดว่าจะเดินทางเยือนไม่เกิน 5 วันขึ้นอยู่กับภารกิจที่จะพูดคุย ทั้งนี้ ก่อนไปสหรัฐฯ นายกฯจะต้องเดินทางไปร่วมประชุมความร่วมมือกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (บริคส์) ที่ประกอบด้วยประเทศบราซิล รัสเซีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และจีน ในระหว่างวันที่ 4-5 ก.ย. ที่มณฑลเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงขอให้ความสำคัญกับการประชุมนี้ก่อน

คาดบินหารือ “ทรัมป์” 4-8 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามที่มีการระบุว่าจะเดินทางไปเดือน ต.ค.นั้น เบื้องต้นฝ่ายไทยกำหนดวันเดินทางคือช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ต.ค.ประมาณวันที่ 4-8 ต.ค. แต่กำหนดการอย่างเป็นทางการ จะหารือถึงรายละเอียดอีกครั้ง รวมถึงยังต้องรอหารือร่วมกันกับสหรัฐฯ คาดว่ากำหนดการอย่างเป็นทางการจะเปิดเผยก่อนเดินทางจริง 10 วัน

ดึงคน ป.ย.ป.-ปฏิรูปนั่ง กก.ยุทธศาสตร์

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตาม พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่า ช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้จะต้องได้รายชื่อแล้ว โดยต้องตั้งกรรมการเพิ่ม 17 คน จาก ที่เป็นกรรมการยุทธศาสตร์โดยตำแหน่ง จะหยิบรายชื่อมาจาก ป.ย.ป.และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศบางส่วน เพราะการปฏิรูปต้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ ชาติ และส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ และสัปดาห์นี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ที่มี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะประชุมเพื่อรวบรวมงานยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลทั้งหมดส่งมอบงาน

“ดร.ซุป–ประสาร–บวรศักดิ์” ติดโผ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี นายชาติศิริ โสภณพานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

กสม.สู้ต่อโต้แย้งถูกเซ็ตซีโร่

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายวัส ติงสมิตร ประธานกสม. แถลงมติ กสม.ภายหลังการประชุม กรณี สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม.ว่า กสม.ได้ข้อยุติเบื้องต้นเป็นมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 2 เห็นว่ามาตรา 60 ร่างกฎหมายดังกล่าวให้เซ็ตซีโร่ กสม. ไม่ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ไม่สอดคล้องมาตรา 26 ที่กำหนดว่า การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกสม.จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรค 5 เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ที่จะสามารถแก้ไขเนื้อหาของร่างกฎหมายได้ แต่หากยังมีปัญหาอยู่ อาจต่อไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุผลการเซ็ตซีโร่ไม่มีน้ำหนัก เป็นไปโดยไม่สุจริต และความจริงมีข้อต่อรองจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองมา ที่ไม่พึงปรารถนาการทำงานของ กสม.บางคน จึงต้องการล้มกระดานทั้งหมด

“สมชัย”พร้อมจัดสาธิตเลือกตั้ง 23 ส.ค.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง เผยว่า ได้มาตรวจสอบความพร้อมก่อนสาธิตการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ระบบแยกเบอร์รายเขตในวันที่ 23 ส.ค. ส่วนที่ส่งการ์ดเชิญไป 3 ฝ่ายเพื่อเชิญมาร่วมสังเกตการณ์ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าใครมาบ้าง คงต้องรอดูในวันจริง หากฝ่ายที่ร่างกฎหมายมาร่วมสังเกตการณ์จะเป็นสิ่งที่ดี จะได้ช่วยกันดูข้อบกพร่อง นำมาแก้ไข และพัฒนาให้ดีขึ้น

“มาร์คโพล” ฝากการบ้าน “บิ๊กตู่”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20-21 ส.ค. ได้ทำแบบสำรวจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของ คสช.และรัฐบาล บนแอพพลิเคชั่นไลน์ @Mark_Abhisit โดยตั้ง 2 หัวข้อหลัก คือ 1.ความพึงพอใจต่อผลงาน คสช.และรัฐบาล 2.ความไม่พอใจต่อผลงาน คสช. และรัฐบาล ผลปรากฏว่า มีประชาชนร่วมโหวต จำนวน 1,132 คน มีความพึงพอใจผลงานด้านความสงบเรียบร้อยและการปราบปรามการทุจริตเป็นหลัก ขณะที่ผลงานด้านเศรษฐกิจและการปฏิรูปดูจะเป็นที่ไม่พอใจ และมีหลายคนที่สะท้อนความคิดเห็นเพิ่มเติมเข้ามา โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของระบบราชการและข้าราชการ ซึ่งตนจะพยายามจะสะท้อนความคิดเห็นเหล่านี้ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป

ร้อง“บิ๊กแดง”ติดตามปืนหาย

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทภาคที่ 1 ผ่านนายทหารเวร ให้ตรวจสอบและติดตามอาวุธปืนที่สูญหายจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 โดยแบ่งออกเป็นปืนลูกซอง 36 กระบอก ปืนทราโว่ 25 กระบอก ปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธอื่นๆ รวมถึงปืนที่หายไปจากค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จ.เลย จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี และจากคลังอาวุธของอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จ.นครราชสีมา กว่า 100 กระบอก รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,053 กระบอก โดยนายวัชระกล่าวว่า ต้องการให้แม่ทัพภาคที่ 1 เร่งติดตามเรื่องดังกล่าว หากตกไปอยู่กับบุคคลที่ไม่หวังดีต่อประเทศอาจจะเกิดความไม่สงบในอนาคต ยุคนี้สามารถใช้มาตรา 44 ยึดอาวุธปืนเหล่านี้กลับคืนมาได้ หากทำไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะทำได้ในอนาคต

“สรรเสริญ” ไขก๊อกเลขาฯ ป.ป.ช.

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.แล้ว เพื่อเตรียมไปปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบแต่งตั้งเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสรรเสริญลาออก สำนักงาน ป.ป.ช.จะให้นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่อาวุโสสูงที่สุด มาดำรงตำแหน่งรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนกว่าจะได้เลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่

ศาลฎีกาสั่งจำคุกรอลงอาญา “จตุพร”

ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯและอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีจำเลยแถลงข่าวทำนองว่า โจทก์ใช้อำนาจแทรกแซงการบริหารงานของศาล เพื่อไม่ให้มีการ ก่อตั้งศาลในที่ดินที่ได้รับอนุญาต และโจทก์มีผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีไปคัดค้านการก่อสร้างอาคารศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย เพราะโจทก์ รวมถึงผู้คัดค้านทุกคนต่างมีธุรกิจโรงแรมใกล้เคียงบริเวณดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำคุกนายจตุพร 3 เดือน ปรับ 6 พันบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งเป็นโทษยืนตามศาลชั้นต้น