วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอง ผบ.ทร. ตรวจ แม่น้ำสงคราม ถอนเรือผลักดันน้ำ หลังเริ่มพ้นวิกฤติ

รอง ผบ.ทร. ตรวจ พื้นที่ น้ำสงคราม เอ่อท่วม ถอนเรือผลักดันน้ำ หลังเริ่มพ้นวิกฤติ ด้าน ชลประทาน ยังระบายน้ำเต็มพิกัด ช่วยลดความเสียหายนาข้าว กว่าแสนไร่

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม พลเรือเอก พลเดช เจริญพูล รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ของหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กองทัพเรือ หลังได้มีการระดมกำลัง พร้อมนำเรือผลักดันน้ำ จำนวน 47 ลำ มาติดตั้งช่วยระบายน้ำ แก้ไขปัญหาลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เอ่อล้น หลังจากมีมวลน้ำไหลมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำอูนไหลมาสมทบลำน้ำสงคราม เกินความจุ จนเกิดปัญหาเอ่อท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า อ.นาทม อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยได้เข้าดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณประตูลำน้ำอูน และ ลำน้ำสงคราม ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2560 เพื่อเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด แก้ปัญหาน้ำเอ่อท่วมช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งการปฏิบัติงานถือว่าสามารถช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี ทำให้ย่นระยะเวลาน้ำท่วมขังลงเท่าตัว ทำให้ระดับน้ำท่วมขังบ้านเรือนลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงพื้นที่การเกษตรนาข้าว ที่ยังได้รับผลกระทบโดยหลังสถานการณ์เริ่มพ้นจุดวิกฤติ จึงได้ถอนเครื่องผลักดันน้ำกลับไปประการที่กองทัพเรือ เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบปัญหาในพื้นที่อื่น

ขณะเดียวกัน ในส่วนของชลประทาน ยังคงเร่งเปิดประตูระบายน้ำอูน ลงสู่ลำน้ำสงคราม เพื่อไหลระบายลงน้ำโขงต่อเนื่องเต็มพิกัด เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ที่มีปริมาณเกินความจุ ไหลระบายมาสมทบ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง ทำให้ระดับน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ยังทรงตัว มีระดับประมาณ 11 -12 เมตร ถือว่า อยู่ในระดับเต็มความจุ และลดระดับช้า วันละประมาณ 10 -20 เซนติเมตร ส่งผลกระทบพื้นที่ลุ่ม ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร เบื้องต้นได้รับความเสียหายแล้วเกือบ 1 แสนไร่ เนื่องจากมีน้ำท่วมขังหลายวัน คาดว่า อีกประมาณ 10 วัน จะเข้าสู่ภาวะปกติ ระดับน้ำท่วมขังนาข้าวจะลดลงต่อเนื่อง เพราะระดับน้ำโขง อยู่ที่ประมาณ 8.50 เมตร ยังสามารถรองรับน้ำจากลำน้ำสาขาได้อีกจำนวนมาก

ส่วนการสรุปความเสียหายเบื้องต้น ทางด้านจังหวัดนครพนม ยังคงเร่งสำรวจ ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวนทั้งสิ้น 11 อำเภอ จากพื้นที่ทั้งหมด 12 อำเภอ เหลือ 1 อำเภอ ไม่ได้รับผลกระทบ คือ อ.บ้านแพง มีพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายทั้งหมดรวม ประมาณ 2 แสนไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย เป็นวงเงินไม่ต่ำกว่า 120 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสำรวจให้ความช่วยเหลือ เยียวยาชดเชย ตามระเบียบทางราชการ ส่วนพื้นที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ พื้นที่ อ.นาแก มีพื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 75,000 ไร่ รองลงมา คือ อ.ศรีสงคราม นาข้าวได้รับความเสียหาย กว่า 50,000 ไร่