วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รูนีย์ 200

บอลพรีเมียร์ลีกเตะกันครบ 2 นัดทุกทีมแล้ว ทีมท็อป 6 ฤดูกาลที่แล้ว มีเพียง “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด

ทีมอื่นๆ ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้ มี 4 แต้ม และทีมจากลอนดอน เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 แต้ม

ยักษ์ใหญ่ที่ทำแต้มหล่น เช่น อาร์เซนอลและแมนฯซิตี้ เปิดเกมรุก สร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมาย แต่ปิดสกอร์ไม่ได้ ทั้งยังมีปัญหาการตัดสินของกรรมการในบางจังหวะด้วย ฤดูกาลเพิ่งเริ่ม ยังมีเวลาปรับปรุงการเล่นกันต่อไป

“แชมป์เก่า” เชลซี พิสูจน์ให้เห็นว่า อย่าเพิ่งกาชื่อพวกเขาทิ้งหลังพ่ายพลิกล็อกต่อเบิร์นลีย์คาบ้านในนัดแรก เพราะเกมนั้นโดนไล่ออกไปถึง 2 คน ก่อนที่จะบุกมาชนะสเปอร์สถึงเวมบลีย์ โดยที่ยังไม่มีผู้เล่นตัวหลักทั้งเอเด็น อาซาร์ และเปโดร ที่ยังไม่ฟิต

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล น่าจะจบปัญหาอนาคตของคูตินโญได้แล้ว เมื่อบาร์เซโลนาถอดใจ หันไปมองนักเตะรายอื่นๆแทน ช่วงที่ขาดคูตินโญ ยังมีซาดิโอ มาเน ที่ชี้ขาดเกมให้ทีมได้ บางทีมาเนอาจจะมีความสำคัญต่อลิเวอร์พูลมากกว่าคูตินโญเสียอีก

ช่วงเวลาที่เหลือเป็นหน้าที่ของเจอร์เกน คลอปป์ ที่จะปรับทัศนคติของคูตินโญก่อนกลับมาลงสนามต่อไป แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจ ตราบใดที่ตลาดซื้อขายยังไม่ปิดลงอย่างเป็นทางการ

ย้อนกลับไปที่เกมมันเดย์ไนต์ ระหว่างแมนฯซิตี้ กับ เอฟเวอร์ตัน ที่เสมอกัน 1-1 เวย์น รูนีย์ ทำประตูให้ทอฟฟี่ได้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน และเกือบเป็นประตูชัย ก่อนที่ราฮีม สเตอร์ลิง จะตีเสมอให้เรือใบช่วงท้ายเกม

รูนีย์ วัย 31 ปี (24 ต.ค.นี้ครบ 32 ปี) ยิงประตูที่ 200 ในพรีเมียร์ลีก ขึ้นไปอยู่กลุ่มเดียวกับนักเตะระดับตำนานอย่างอลัน เชียเรอร์ ที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก 260 ลูก

สรุปว่า ตลอด 25 ปีพรีเมียร์ลีก มีนักเตะเพียง 2 คน ที่ยิงถึงหลัก 200 ประตู คือ เชียเรอร์ และรูนีย์ แต่ด้วยวัยของรูนีย์ดูแล้วคงยากที่จะแซงเชียเรอร์ได้

ส่วนอันดับรองลงไป 3. แอนดี โคล (187), 4.แฟรงค์ แลมพาร์ด (177), 5.เธียร์รี อองรี (175), 6.ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (163), 7.เจอร์เมน เดโฟ (158)

8.ไมเคิล โอเวน (150), 9.เลส เฟอร์ดินาน (149) และ 10.เท็ดดี เชอริงแฮม (146) จะเห็นได้ว่า ทุกคนล้วนเป็นศูนย์หน้า มีเพียงแลมพาร์ดคนเดียวที่ยิงกระจายจากตำแหน่งมิดฟิลด์

กลางสัปดาห์มีบอลสโมสรรอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2 ลิเวอร์พูลลงเตะกับฮอฟเฟนไฮม์ ในแอนฟิลด์ วันพุธที่ 23 ส.ค. (นัดแรกหงส์แดงชนะ 2-1) ก่อนทำศึกใหญ่รับการมาเยือนของอาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 27 ส.ค.

เอฟเวอร์ตันไปเยือนไฮดุค สปลิต เพลย์ออฟ ยูโรปาลีก นัดที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. (นัดแรกทอฟฟี่ชนะ 2-0)

หลังจากนั้น ยูฟ่าจะจับสลากรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก วันที่ 24 ส.ค. และยูโรปาลีก 25 ส.ค. เป็นอันเสร็จพิธี ภายในวันศุกร์นี้ แฟนบอลและทีมต่างๆที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้จะได้รู้กันล่ะครับว่า อยู่ร่วมสายกับทีมใดบ้าง.

โต้ บ้านแหลม