วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ พร้อมตามแผนแม่บทอาเซียน หวังดันมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น

'พาณิชย์' เผย เออีซี ดันมูลค่าการค้าในอาเซียนเพิ่มขึ้น พร้อมเปิด 4 แผนแม่บทอาเซียน 2568 ยันร่วมพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอี-พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์-นวัตกรรม-วิจัยและพัฒนา รองรับการเป็นห่วงโซ่การผลิตโลก พร้อมดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน...

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยภายในงาน '50 ปีอาเซียน' ว่า หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) พบว่า มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนขยายตัวต่อเนื่อง เพราะภาษีนำเข้าลดลงเป็น 0% ในเกือบทุกรายการที่ค้าขายระหว่างกัน รวมทั้งอนุญาตให้นักลงทุนจากอาเซียนถือหุ้นในธุรกิจบริการได้อย่างน้อย 70% แต่กรมต้องการให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้าในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

สำหรับ 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าอาเซียนเติบโตมากกว่า 30 เท่าตัว มูลค่าการลงทุนก็เช่นกัน แต่สิ่งที่กรมอยากเห็น คือการตื่นตัวของคนไทย ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ตามข้อตกลงที่อาเซียนทำร่วมกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีนำเข้าสินค้าเป็น 0% รวมถึงการเปิดเสรีการลงทุน ที่จะทำให้เคลื่อนย้ายเงินทุนสะดวก และเสรีมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยยังใช้ประโยชน์ได้ไม่ 100%

อย่างไรก็ตาม อาเซียนได้กำหนดแผนแม่บท 2568 ร่วมกัน ในการพัฒนาตัวแปรสำคัญ 4 เรื่องหลัก คือ พัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) พัฒนานวัตกรรมทางการค้า และลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดการค้าโลกร่วมกัน

รวมทั้งการพัฒนา 4 ด้าน เพื่อผลักดันให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต และห่วงโซ่มูลค่าของโลก สนับสนุนให้อาเซียนตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน ดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการธุรกิจและระบบเศรษฐกิจภายในของสมาชิก

ทั้งนี้ อาเซียน 9 ประเทศ ถือเป็นตลาดการค้าอันดับ 1 ของไทย โดยในปี 59 อาเซียนมีมูลค่าการค้ารวมกัน 270,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่มูลค่าการค้าของไทยกับอาเซียน อยู่ที่ 91,000 ล้านเหรียญฯ แบ่งเป็น ไทยส่งออก 54,000 ล้านเหรียญฯ และไทยนำเข้า 36,000 ล้านเหรียญฯ ซึ่งแผนแม่บทดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าของอาเซียนให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน.