วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่แถบอาร์กติก กำลังละลายอย่างรวดเร็ว

ในขณะหลายประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการป้องกันภาวะโลกร้อน โดยจะทำให้อุณหภูมิในโลกลดลง 2 องศาเซลเซียส เนื่องจากโลกร้อนขึ้นจากฝีมือของมนุษย์เราด้วยกันเองตั้งแต่ช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยแถบอาร์กติกหรือพื้นที่บริเวณขั้วโลกเหนือ โดยเฉพาะตรงพื้นที่วงกลมละติจูดที่อยู่เหนือสุด หรือที่เรียกว่า “อาร์กติก เซอร์เคิล” (Arctic circle) นั้น เมื่อปีที่ผ่านมามีอุณหภูมิประมาณ 3.6 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นกว่าปกติ

นั่นหมายความว่าสถานที่ที่หนาวที่สุดในโลกอย่างอาร์กติกกำลังประสบปัญหาจากความร้อนจนทำให้ธารน้ำแข็งขนาดมหึมาเริ่มละลาย เพราะต้องรับศึก 2 ด้านคืออากาศร้อนด้านบนและน้ำอุ่นด้านล่าง นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากประเทศเยอรมนี เผยว่า น้ำแข็งแถบอาร์กติกเกิดการละลาย เป็นปัญหาใหญ่และกระทบต่อมนุษย์ทุกคนบนโลก พื้นที่บริเวณอาร์กติกส่วนใหญ่เป็นมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็ง แต่ฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นก็ทำให้ทะเลน้ำแข็งละลายลอยอยู่บนผิวมหาสมุทร และเมื่อน้ำแข็งในทะเลช่วงฤดูหนาวลดลง ก็จะมีปฏิกิริยากับมหาสมุทรที่ร้อนขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในอากาศ รวมทั้งกระแสลมและกระแสน้ำ

ขณะนี้ไม่ใช่แค่ธารน้ำแข็งในแถบอาร์กติกกำลังละลาย ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่กรีนแลนด์ก็ค่อยๆละลายอย่างช้าๆอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่ปี 2545 สูญเสียน้ำแข็งไปแล้ว 4,400,000 ล้านตัน ส่วนสาเหตุที่โลกร้อนขึ้นเป็นเพราะเกิดการสะสมก๊าซดักความร้อน (heat-trapping gases) ในชั้นบรรยากาศ จากการเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าพื้นที่แถบอาร์กติกน่าจะอุ่นขึ้นเป็นที่แรกและเร็วกว่าที่อื่นๆทั่วโลก ซึ่งต้องวัดตามเวลาจริงให้ถูกต้องต่อไป.