วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ไหนก็ตามได้! โฉมใหม่ หักเงินเดือนใช้หนี้ กยศ. 3ปีหลังได้ตังค์คืนเพิ่ม

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวเล็กๆ แต่เป็นที่สนใจเสนอผ่านโลกออนไลน์ เมื่อ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบกับ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เพื่อหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ในการหักเงินเดือนเพื่อใช้หนี้ หลัง พ.ร.บ.ฉบับใหม่บังคับใช้

ข่าวนี้ทำเอาลูกหนี้ ราว 5.3 ล้านคน หูผึ่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง หากจะว่ากันซื่อๆ เรื่องนี้สมัยก่อนเด็กๆ มองว่า เป็นเงินได้เปล่าด้วยซ้ำ เพราะ “ไม่รู้ใครพูดว่า.. เอาๆ ไปเหอะ ยังไงเขาก็ไม่ทวง” ดังนั้น เด็กๆ บางคนจึงมีความคิด “จะชักดาบ” ตั้งแต่ยื่นกู้ และเท่าที่สังเกตในยุคนั้น คนที่ยื่นกู้โดยมีความคิดจะชักดาบได้เอาเงินที่ได้มา ออกมอ'ไซค์ หรือไม่ก็ซื้อโทรศัพท์

ยังดีที่ช่วง 3 ปีหลัง มีการจ่ายใช้คืนกันมากขึ้น เพราะทาง กยศ. เร่งทำความเข้าใจประชาชนว่า หากตัวเลขหนี้สูญยังสูงอยู่ น้องๆ ก็มีโอกาสที่จะไม่ได้เงิน ขาดโอกาสทางการศึกษาด้วย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอาสพูดคุยกับ นายชัยณรงค์ ผู้จัดการกองทุน กยศ. หลังจากสภานายจ้างเข้าพบ ซึ่ง นายชัยณรงค์ บอกว่า วันนั้นเราได้มีการหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการหักเงินเดือนเพื่อใช้หนี้ กยศ. ซึ่งทางสภานายจ้างฯ ได้รับปากว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ไปยังองค์กรต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้ก่อน

นายชัยณรงค์ กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายที่จะบังคับใช้นั้นเป็นกฎหมายใหม่ บางองค์กรอาจจะยังไม่ทราบเรื่องนี้ หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งทาง กยศ. เอง จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจในส่วนของกฎหมายให้ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย คือ นายจ้างทั่วประเทศ

“ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือ นายจ้าง ยังไม่มีสิทธิ์หักเงินลูกจ้าง จนกว่าทาง กยศ. จะแจ้งเรื่องไปยังนายจ้าง หากนายจ้างไม่ทราบจุดนี้ อาจจะเกิดการคลาดเคลื่อนได้”

ตอนนี้ได้มีการวางหลักเกณฑ์ในการหักเงินเดือนไว้บ้างหรือยัง ทีมข่าวฯ ยิงคำถาม ผู้จัดการกองทุน กยศ. ตอบว่า หลังจาก พ.ร.บ.คลอดออกมา ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการทำความเข้าใจในส่วนตัวบทกฎหมาย ส่วนหลักเกณฑ์การหักเงินเดือนนั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นหารือของคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ในส่วนสัญญากู้เดิมนั้น ผู้กู้จะต้องชำระคืนทั้งหมดภายใน 15 ปี

เมื่อถามว่า หากมีการเปลี่ยนงานบ่อยๆ กยศ. จะมีการติดตามอย่างไร นายชัยณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง กยศ. ไม่กังวลเลย เพราะตามกฎหมาย ได้เปิดช่องให้ กยศ. สามารถขอข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ที่ถือครองข้อมูลได้ เช่น กรมสรรพากร ประกันสังคม หรือ หน่วยงานราชการต่างๆ ถึงแม้จะย้ายงานไปไหน เราก็สามารถขอข้อมูลติดตามได้

“เรื่องนี้เราพยายามดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการออกกฎกระทรวง และให้ความรู้ ทำความเข้าใจให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คาดว่ามีการร่างทุกอย่างเสร็จอย่างช้าที่สุดจะบังคับใช้ได้ภายในต้นปี”

สำหรับตัวเลขหนี้สิน กยศ. นั้น มีผู้กู้ จำนวน 5.3 ล้านราย มีตัวเลขหนี้อยู่ 5.5 แสนล้านบาท ส่วนตัวเลขผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ มีทั้งหมด 2 ล้านราย เป็นเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมา เราพยายามสื่อสารไปยังลูกหนี้ ทำให้ช่วง 3 ปีหลังมานี้มีผู้ใช้หนี้ กยศ. เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยสถิติ ปี 2557 มีผู้ใช้หนี้ กยศ. จำนวน 1.3 หมื่นล้าน ปี 2558 ได้เงินคืน 1.8 หมื่นล้าน ปี 2559 ได้เงินคืน 2.1 หมื่นล้าน ซึ่งในส่วนปี 2560 นับตั้งแต่เดือน 1 ถึงเดือน 7 เราได้เงินคืนแล้ว 2.2 หมื่นล้าน

“ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ปีที่ผานมา เราไม่จำเป็นต้องของบประมาณจากรัฐบาลในการจัดสรรเงินกู้ยืม อย่างไรก็ตาม อยากฝากบอกน้องๆ ที่ได้รับหมายศาล ทวงหนี้ตอนนี้ว่าไม่ต้องตกใจ ควรจะไปตามที่ศาลนัด แล้วให้ไปประนอมหนี้ที่ศาล ซึ่งเราจะมีการเปิดโอกาสให้สามารถผ่อนชำระได้อีก 9 ปีเต็ม”

ทั้งนี้ การให้กู้ยืมเงินทุนการศึกษาก็เปรียบเสมือนการให้ทุนนักเรียนไปสร้างอนาคตของตัวเอง ถึงเวลาก็อยากให้นักเรียนเหล่านี้คืนทุนให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป