วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“หมี่กรอบน้ำมัลเบอร์รี่” เจ้าแรกของไทย

ปัจจุบันวิทยาการด้านอาหารของประเทศไทยสร้างอาชีพและรายได้ให้เกิดขึ้นได้สารพัด....!

ด้วยเหตุนี้เองหนุ่มสาววัยใสจึงหันเข้าสู่เทรนด์ กลับไปสร้างอาชีพใหม่ที่บ้านเกิด อย่างเช่น น.ส.เรญา ท้าทอง อายุ 35 ปี สาวปริญญาโท ที่ลาออกจากงานกลับไปอยู่บ้านในเขตเทศบาล ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย

น.ส.เรญา เล่าอดีตให้ฟังว่า เมื่อเรียนจบปริญญาตรี และปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโภชนศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จึงสมัครเข้าเป็นลูกจ้างมหาวิทยาลัยอยู่ 5 ปี

พอถึงจุดอิ่มตัวเกิดเบื่อหน่าย ยอมทิ้งเงินเดือนลากลับบ้านไปใช้พื้นที่ของมารดาปลูก ต้นมัลเบอร์รี่ หรือ ต้นหม่อน บนพื้นที่ 1 ไร่ เพราะจากผลงานวิจัยจากหลายสถาบันมองแล้วน่าจะมีประโยชน์ เริ่มจากสารสีม่วงในผลมัลเบอร์รี่ หรือผลหม่อน ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า Anthyocyanin

สารนี้ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และยังมีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว เป็นต้น นอกจากนี้ยังป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก และอื่นๆมากมาย

จึงทดลองนำมาแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอร์รี่ แยม ขนม และอื่นๆ ปรากฏว่า ขายดิบขายดี แต่ความคิดไม่หยุดยั้ง ยังทดลองทำหมี่กรอบใส่น้ำมัลเบอร์รี่ ให้แตกต่างจากที่อื่นๆซึ่งส่วนใหญ่ใช้มะเขือเทศ

วัตถุดิบหลักเป็นหมี่กรอบทำเป็นรูปกลมๆแบนๆ น้ำตาล น้ำหม่อน หรือ น้ำมัลเบอร์รี่ มะขามเปียก หม่อนอบแห้ง และใบหม่อน นำมาผสมปนกันแล้วปรุงรสชาติให้ถูกปาก

เมื่อนำไปตั้งบูธขายในงานแสดงสินค้าใน กทม. ใส่ถุงแพ็กอย่างดี ถุงละ 9 ชิ้น ราคา 20 บาท ปรากฏว่ารสชาติตรงใจ ทั้งกรอบ หอม มัน อร่อย นักเปิบให้การต้อนรับคึกคัก ถึงขนาดสั่งออเดอร์ไปขายต่อ ถุงละ 35-40 บาท

ขณะนี้จึงทำเรื่องขอ อย. พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สมกับเป็นต้นตำรับหมี่กรอบน้ำมัลเบอร์รี่เจ้าแรก

ในช่วงที่ “นายกฯตู่” กำลังให้การส่งเสริมนี้ ความแปลกใหม่จึงน่าสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างงาม......!

บุศย์ สิริปัญญาพร