วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.สัญจรหวังปูทางไปต่อ

ครม.สัญจร หวังซื้อใจชาวบ้าน

การประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากที่บริหารประเทศมาครบ 3 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 4 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2561

พูดง่ายๆว่าเป็นห้วงเวลาใกล้เลือกตั้ง...ว่างั้นเถอะ

เผอิญที่ว่าโคราชนั้นเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อำนาจพิเศษเสียด้วย ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่เริ่มต้นเดินหน้าเข้าหาประชาชน

เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่จังหวัดในภาคอีสานถือว่ามีความสำคัญทางการเมืองเนื่องจากมีประชากรเป็นจำนวนมาก มีหลายจังหวัดในพื้นที่

นั่นก็หมายความว่ามี ส.ส.มากที่สุดในประเทศไทย

มากไปกว่านั้นก็คือ ส.ส.ในภาคอีสานนั้นสามารถชี้เป็นชี้ตายในทางการเมืองของประเทศได้ หากพรรคการเมืองใดมี ส.ส.มากที่สุดมีโอกาสที่จะเป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลได้ทันที

อย่างเช่นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทยได้สร้างความฮือฮาให้เห็นมาแล้ว

คือได้เป็นรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องและได้เสียงข้างมากด้วย

การเอาชนะใจคนอีสานได้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญจึงต้องมีนโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาให้ได้

ภาคอีสานจึงเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย เพราะนโยบายที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้อะไรด้วย

พรรคไหนให้อะไรพวกเขาได้อย่างเป็นรูปธรรมได้เสียงแน่

แม้แต่นโยบายรับจำนำข้าวที่เป็นคดีอยู่ในเวลานี้ถือว่าเป็นการเข้าถึงอย่างเป็นรูปธรรมเพราะชาวนาอีสานนั้นมีจำนวนมากที่สุด

เมื่อรัฐบาลรับซื้อข้าวทุกชนิดด้วยราคาเดียวกันหมด ซื้อไม่อั้นด้วยวงเงิน 15,000 บาทต่อ กก. ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินราคาตลาด

นั่นก็เท่ากับว่ารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบทั้งหมดทั้งการเก็บรักษาข้าว การใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อข้าว รับผิดชอบด้าน
ราคาโลก ทั้งๆที่ไม่มีหลักประกันว่าจะเกิดความเสียหายอย่างไร

แต่ “ชาวนา” อีสานพึงพอใจ...

ที่สุดก็เกิดความเสียหายในวงเงินสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ 5 แสนล้านบาท เพราะนโยบายประชานิยมสุดขั้ว

แต่เพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศ จนต้องตกเป็นจำเลยจากโครงการรับจำนำข้าว

การที่นายกฯประยุทธ์ตัดสินใจจัดให้มีการประชุม ครม.สัญจรที่โคราช ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ที่สุดและยังเป็นศูนย์กลางสำคัญ เป็นประตูเปิดไปสู่ภาคอีสานทั้งหมด

แม้จะอยู่ในพื้นที่ 2 วันแต่ก็มีการเตรียมโครงการต่างๆ ทั้งเรื่องน้ำ การคมนาคม การค้า การลงทุน การแก้ปัญหาพื้นฐานของชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา เป็นต้น

ที่สำคัญก็คือเป็นโครงการที่ไม่ใช่เฉพาะโคราชเท่านั้น แต่หมายรวมถึงภาคอีสานทั้งหมดที่เริ่มต้นจากโคราช

พูดง่ายๆว่าครอบคลุมพื้นที่อีสานทั้งหมด

สิ่งที่รับรู้ได้อย่างหนึ่งหลังจากที่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ 3 ปีผ่านไปแล้ว ปรากฏว่าโพลต่างๆได้สำรวจความนิยมปรากฏว่าคะแนนลดลงเกือบทุกด้าน แม้กระทั้งนายกฯก็คะแนนลดลง

การบริหารประเทศยาวอย่างนี้และผลคะแนนนิยมลดลงถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่คงไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลและนายกฯแน่
จึงต้องพุ่งไปให้ชาวบ้านด้วยนโยบาย “ขายตรง”

คงไม่ต้องถามว่าต้องการไปต่อหรือพอแล้ว.

“สายล่อฟ้า”