วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วอนช่วย หนูน้อย 2 ขวบ ป่วยเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด แม่คิดฆ่าตัวตาย สามีทิ้ง

สุดเวทนา...หนูน้อยวัย 2 ขวบเมืองคอน ป่วยเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด พิการขาสองข้างตั้งแต่เกิด แม่เด็ก เผย เคยคิดฆ่าตัวตายทั้งแม่และลูก เพราะตัวเองก็เป็นโรคลมชัก ลูกก็พิการ ขณะที่ สามีก็ทิ้งไปมีเมียใหม่  ฐานะทางบ้านก็ยากจน วอน ผู้ใจบุญช่วย 

วันที่ 21 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก น.ส.สุรางคณา อักษรไทย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/4 หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นสื่อกลางขอความช่วยเหลือผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานภาครัฐ ให้การช่วยเหลือ ด.ญ.พิชญาพร (สงวนนามสกุล) หรือ น้องข้าวหอม อายุ 2 ขวบ หลังจากป่วยโรคเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด ขาทั้งสองขาอ่อนแรงพิการใช้การไม่ได้ ต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่เกิด จึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบว่า สภาพบ้านเก่าทรุดโทรม มีน้องข้าวหอม นอนอยู่บนแคร่ พร้อมด้วย น.ส.สุรางคณา อักษรไทย ผู้เป็นแม่ และตา ยาย ของน้องข้าวหอม ระหว่างพูดคุย น้องข้าวหอม พยายามใช้มือทั้งสองข้างขยับเขยื้อนพาร่างตัวเองขยับไปมาบนแคร่ เนื่องจากขาทั้งสองข้างมีสภาพอ่อนแรง ไม่สามารถขยับใช้การได้ เป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง

น.ส.สุรางคณา อักษรไทย แม่น้องข้าวหอม เล่าว่า ตนป่วยเป็นโรคลมชัก ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ในปัจจุบันไม่สามารถทำงานหนักได้ หลังแต่งงานกับสามีและตั้งครรภ์ ปี 2557 ในระหว่างตั้งครรภ์ ตนตรวจครรภ์กับแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ครรภ์ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด กระทั้งวันที่ 28 ก.ค.58 ตนคลอดบุตรสาวที่โรงพยาบาลทุ่งสง หลังคลอดพบว่า บุตรสาวตนมีแผลคล้ายฝีที่ก้นกบ โดยแพทย์ลงความเห็นให้รีบผ่าตัด ในวันที่ 29 ก.ค.58 เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงถูกส่งตัวโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ทำการผ่าตัด หลังผ่าตัดแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่พบว่า น้องข้าวหอม มีความผิดปกติ โดยขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ขยับเขยื้อนไม่ได้ เวลาเคลื่อนตัวน้องข้าวหอม จะใช้มือทั้งสองข้างช่วยผลักพาร่างขยับเขยื้อนไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ในปัจจุบันอาการของน้องข้าวหอม ยังไม่ดีขึ้น ขาทั้งสองขายังไม่มีเรี่ยวแรง แต่ยังคงรักษาอาการต่อเนื่องที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

โดยแพทย์ระบุว่า น้องข้าวหอม ป่วยเป็นโรคเยื้อหุ้มไขสันหลังเปิด ทำให้มีขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ส่วนสาเหตุที่เกิดแผลคล้ายฝีที่ก้นกบของน้องข้าวหอม แพทย์ระบุว่า อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยารักษาโรคลมชักที่ตนทาน หรือ อาจจะเป็นโรคชนิดใหม่ ที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกแรกเกิด

น.ส.สุรางคณา เล่าอีกว่า หลังจากคลอดน้องข้าวหอมเพียงไม่กี่วัน สามีของตน ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของน้องข้าวหอม ได้ทิ้งตนและน้องข้าวหอมไปมีครอบครัวใหม่ ตนจึงลาออกจากงานมาดูแลน้องข้าวหอม อย่างใกล้ชิด พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่มีรายได้ เงินที่เก็บไว้ช่วงทำงานเริ่มใช้จ่ายหมดไป กับค่ารักษาน้องข้าวหอม และค่ารักษาโรคลมชักของตน นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งค่านมผง เพราะน้องข้าวหอม กินน้ำนมจากตนไม่ได้ เพราะตนทานยารักษาอาการโรคลมชัก นอกจากนี้น้องข้าวหอม ต้องใส่แพมเพิร์สตลอดเวลา เพราะน้องข้าวหอม ไม่สามารถอั้นปัสสาวะ อุจาระ ได้ หากน้องข้าวหอม ไม่ใส่แพมเพิร์ส จะปัสสาวะและอุจาระเรี่ยวราด ตนสงสารน้องข้าวหอมเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ตั้งแต่เกิด

ล่าสุด ทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่า น้องข้าวหอมจะพิการขาทั้งสองข้างตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังมีความหวังที่น้องข้าวหอมจะหายเป็นปกติ เดินได้ เล่นได้ เหมือนเด็กทั่วไป ตนสงสารลูก ที่ทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ หากเป็นไปได้ตนอยากเจ็บแทนลูก สงสารลูกที่เกิดมาพิการขาทั้งสองข้าง พ่อผู้บังเกิดเกล้าก็มาทิ้ง แม่ก็ป่วยเป็นโรคลมชัก ก่อนหน้านี้ เคยท้อในโชคชะตาชีวิต เคยคิดฆ่าตัวตายพร้อมกับลูก ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดี ป่วยโรคลมชักทำงานหนักไม่ได้ สามีก็ทิ้ง ลูกก็ป่วยพิการ แต่ด้วยความสงสารลูก และกำลังใจจากพ่อแม่ รวมทั้งญาติๆ ตนจึงเปลี่ยนใจไม่คิดฆ่าตัวตาย และต่อสู้เลี้ยงดูลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตา หรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ต้องการช่วยเหลือน้องข้าวหอม สามารถโอนเงินผ่านชื่อบัญชี น.ส.สุรางคณา อักษรไทย ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเกษตร เลขที่บัญชี 820–0–49259-1 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 093–5961891