วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่พลทหารตาย พบ'ผบ.มทบ.45' ดูวงจรปิดพิสูจน์

แม่พลทหารเข้าพบ ผบ.มทบ.45 ร้องขอความเป็นธรรมลูกชายตาย หลังดูกล้องวงจรปิดในค่ายทหาร ยังคาใจช่วงเวลาหลังฝึก ส่วน ผบ.มทบ.45 ยันซ่อมทหารเกณฑ์เป็นบทลงโทษตามวินัยไม่มีเหตุรุนแรง พร้อมสอบพลทหารในกองร้อย 60 นาย เพื่อไขข้อข้องใจ ขณะที่นิติเวชฯ ระบุสาเหตุการตายเกิดจากระบบเลือดและหัวใจล้มเหลว ต้องรอผลตรวจชิ้นเนื้อและอวัยวะภายในห้องแล็บอีก 2 สัปดาห์

กรณีแม่บุญธรรมยังคาใจสงสัยการตายปริศนาของพลทหารนพดล หรือ “ทาโร่” วรกิจพันธ์ สังกัดมณฑลทหารบกที่ 45 หรือ มทบ.45 (ค่ายดอกนก) จ.สุราษฎร์ธานี หลังเมื่อวันที่ 19 ส.ค. เดินทางไปรับออกจากค่ายทหารเพื่อมาร่วมงานบุญและเดินทางกลับเข้าค่ายในวันเดียวกัน ต่อมามีทหารเกณฑ์รุ่นพี่ 2 คน ช่วยประคองร่างลูกชายมาส่งที่บ้านใน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีสภาพร่างกายอ่อนเพลีย แจ้งเพียงว่าถูก “ซ่อม” เป็นการลงโทษวินัยทหาร หลังจากนั้นไม่นานหมดสติญาตินำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาเสียชีวิต แพทย์ระบุว่าเลือดคั่งในทรวงอก ปอด และหัวใจฉีก ม้ามแตก สาเหตุเกิดจากถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรง เชื่อว่าเป็นการกระทำของบุคคลภายในค่ายทหาร ญาติเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี

ความคืบหน้าเมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค. พ.ต.ท.ลิขิต ชุมช่วย สว.สส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปที่ มทบ.45 เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในค่ายทหาร พบเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พลทหารนพดลใส่ชุดลำลองทหารกับพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล นั่งอยู่เวรยามประจำคลังอาวุธประมาณ 14 นาที หลังจากนั้นพากันเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว สอดคล้องกับการสอบปากคำพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล และพลทหารปริญญา ราชจินต์ ว่า ชักชวนกันออกจากค่ายจริง พลทหารปริญญาไปขี่รถ จยย.ของพี่สาวที่มาจอดทิ้งไว้ข้างค่ายทหาร แล้วกลับมารับพลทหารทั้ง 2 นาย นั่งซ้อน 3 คน ออกจากจุดเวรยามประจำคลังอาวุธ และจะไปดูงานโชว์รถบิ๊กไบค์ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างทางแวะไปที่บ้านพักของพลทหารนพดลเพื่อขี่รถ จยย.ไปอีก 1 คัน

ขณะที่พลทหารนพดลไปขี่รถ จยย.จอดอยู่ในบ้าน แต่รถสตาร์ตไม่ติดเพราะน้ำมันหมด พลทหารนพดลจึงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอน ส่วนเพื่อนรออยู่นอกบ้าน รอนานจนผิดปกติ เพื่อนเดินเข้าไปที่ห้องนอนพบพลทหารนพดลนอนหมดสติ รีบแจ้งญาตินำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ญาตินำศพพลทหารนพดล วรกิจพันธ์ มาทำพิธีรดน้ำศพที่วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า จากนั้นตำรวจนำศพส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค. นางมาลัยภรณ์ วรกิจพันธ์ อายุ 53 ปี มารดาบุญธรรม พร้อมญาติพลทหารนพดล วรกิจพันธ์ เดินทางไปที่ มทบ.45 เข้าพบ พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ.45 เพื่อร้องขอความเป็นธรรม โดยใช้เวลาคุยกันนานกว่า 2 ชม. จากนั้น พล.ต.วิชัยพร้อมนางมาลัยภรณ์ออกมาแถลงข่าวพร้อมเปิดภาพกล้องวงจรปิดในช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ขณะครูฝึกสั่งซ่อมวินัยพลทหาร 20 นาที ก่อนปล่อยพลทหารทั้งหมดอาบน้ำเพื่อเตรียมขึ้นนอน ต่อมาเวลา 20.45 น. ปรากฏภาพกล้องวงจรปิดขณะพลทหารนพดลใส่ชุดลำลองทหารกับพลทหารรุ่นพี่ชื่อพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล นั่งอยู่เวรที่คลังอาวุธ ทั้งคู่นั่งอยู่นานกว่า 14 นาที หลังจากนั้นพากันเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว สอดคล้องกับการสอบปากคำพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล และพลทหารปริญญา ราชจินต์ ว่า พากันชักชวนออกจากค่ายจริง เพื่อไปเที่ยวงานบิ๊กไบค์ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

นางมาลัยภรณ์เปิดเผยว่า หลังเข้าพูดคุยกับ พล.ต.วิชัยเพื่อขอความเป็นธรรม ตนพอใจเนื่องจากได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะนี้ยังจะต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แต่ยังคงค้างคาใจในช่วงเวลา 19.40 น. จนถึงช่วงออกจากค่ายทหารว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างนั้นบ้าง ขอให้ทหารตรวจสอบต่อไป

ด้าน พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ.45 กล่าวว่า สั่งการให้ทหารตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมประสานตำรวจเข้าสอบสวนให้เกิดความกระจ่าง และไขข้อข้องใจของทางญาติพลทหารนพดลให้หมด ขณะนี้ยังรอผลชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ในส่วนของห้วงเวลาที่ทางญาติยังสงสัย จะสั่งให้สอบสวนพลทหารที่อยู่ภายในกองร้อยรวม 60 นาย เพื่อให้ทราบว่าในช่วงเวลา 19.30-20.45 น. พลทหารนพดลทำอะไรอยู่ เนื่องจากไม่มีภาพปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ในส่วนของการลงโทษทางวินัยหรือที่เรียกว่าการซ่อมนั้น เป็นไปตามกฎระเบียบคือการให้ยึดพื้น หรือดันพื้น และอื่นๆ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ก่อนจะให้อาบน้ำขึ้นเรือนนอน ทั้งนี้ ยืนยันจะให้ความร่วมมือ และความเป็นธรรมต่อญาติผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าพลทหารนพดลหนีไปจากกองร้อย เมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 19 ส.ค. กับเพื่อนอีก 2 คน กลับไปบ้านและเสียชีวิตที่บ้าน ต้องรอผลชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อถามว่า เมื่อปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ซ้อมพลทหารยุทธภินันท์ บุญเนียม เสียชีวิตใน มทบ.45 จะเป็นคดีลักษณะเดียวกันหรือไม่ พล.ท.ปิยวัฒน์ตอบว่า สำหรับกรณีของพลทหารยุทธภินันท์ ขณะนี้ขั้นตอนทหารจบไปแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของตำรวจ หากคดีถึงที่สุดแล้วมีความผิดต้องปลดจากทหาร ในส่วนของทหารที่เกี่ยวข้องยอมรับผิดหมด ยืนยันจะไม่ช่วยใครอยู่แล้ว ทุกอย่างทำตามกฎหมาย ใครผิดว่าไปตามผิด เมื่อเป็นทหารทำผิดต้องปลดและติดคุกไป ส่วนผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบตามวินัยอยู่แล้ว เป็นตามระเบียบของกองทัพบก

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ทราบเรื่องแล้วพร้อมสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างตรงไปตรงมา เบื้องต้นทางหน่วยสอบสวนบุคคลภายในหน่วยและตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยังไม่พบข้อมูลว่ากระทำนอกกฎระเบียบราชการ โดยเฉพาะตั้งแต่เวลาช่วงเย็นหลังจากที่ญาติมาส่งประมาณ 19.00 น. จนถึงเวลาประมาณ
20.45 น. พลทหารนพดลมานั่งคอยรถที่จะมารับออกไปงานบิ๊กไบค์นอกหน่วยด้วยท่าทางปกติ

โฆษก ทบ.กล่าวอีกว่า ส่วนการรวมแถวอบรมทหารและให้ออกกำลังกายช่วงเวลา 19.20 น.นั้น จากข้อมูลบุคคลและข้อมูลจากกล้อง พบเป็นการออกกำลังกายแบบเป็นส่วนรวมทั้งกองร้อย ไม่พบการกระทำนอกกรอบกฎระเบียบ โดยเฉพาะการทำโทษที่รุนแรงลักษณะถูกเนื้อต้องตัว ขณะนี้หน่วยต้นสังกัดอยู่ระหว่างเจาะข้อมูลเชิงลึกเพิ่มในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากสั่งอบรมและออกกำลังกายเสร็จแล้ว ปรากฏว่าสิบเวรปล่อยให้ทหารไปอาบน้ำและพักผ่อนกันตามอัธยาศัย ไม่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสิบเวรหรือเพื่อนพลทหารด้วยกัน รวมไปถึงตรวจสอบช่วงเวลาที่พลทหารนพดลใช้เวลาอยู่ภายนอกพื้นที่หน่วยอย่างละเอียดควบคู่ไปด้วย ต้องรอข้อสรุปอย่างเป็นทางการ หากได้ข้อสรุปพบว่ามีกำลังพลไม่ว่าระดับใด ประพฤตินอกเหนือกฎระเบียบราชการกำหนด ต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายบ้านเมืองและกฎหมายทหารต่อไป

ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ร.ต.อ.ทนงศิลป์ ขยายน้อย รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นำศพพลทหารนพดลส่งให้แพทย์ผ่าชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต หลังจากนั้นจะเป็นตัวแทนญาติผู้ตายนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการชันสูตรศพแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากระบบเลือดและหัวใจล้มเหลว แต่ยังไม่ยืนยันเกิดจากสาเหตุใด ต้องนำชิ้นเนื้อและอวัยวะภายในไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บอีกครั้ง เนื่องจากศพฉีดฟอร์มาลิน รวมทั้งมีการผ่าศพมาก่อนหน้านี้แล้ว คาดต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผล