วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่สะอื้นใส่รองเท้าน้องพลอยวันเผา จูบรูปอำลา ลั่นแค้น ห้ามญาติเอส ร่วม (คลิป)

พิธีฌาปนกิจน้องพลอย สุดเศร้า แม่สวมรองเท้าของลูกให้รู้สึกยังอยู่ด้วยกัน จูบรูปอำลาครั้งสุดท้าย ลั่นห้ามญาติเอสเข้าร่วม ยังโกรธแค้นทำใจไม่ได้และหวั่นไม่ปลอดภัย ขณะที่เพื่อนสมัยเรียน ร่วมรำหน้าเมรุน้ำตาคลอเบ้า...


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ฌาปนสถานวัดกลาง เขตเทศบาลตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิฑิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี หรือน้องพลอย ซึ่งถูกนายพลกฤต วิเศษ หรือเอส อดีตสิบเอกทหาร บีบคอจนเสียชีวิตแล้วนำศพไปเผาทำลายในเขต อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนเวลาผ่านมา 3 ปี และในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนพิธีฌาปนกิจ เพื่อนๆ น้องพลอยที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา เมื่อปี 2554 ได้มาร่วมร่ายรำหน้าเมรุ เพื่อแสดงความรักและอาลัยกับน้องพลอยเป็นครั้งสุดท้าย โดยบางคนหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึง นอกจากนี้ระหว่างการเคลื่อนหีบศพออกจากศาลาเพื่อไปตั้งยังฌาปนสถาน นางพัชรี ผู้เป็นแม่ และนายวิชา ผู้เป็นพ่อได้เดินนำหน้าถือรูปน้องพลอยด้วยสีหน้าเศร้าโศก โดยเฉพาะนางพัชรี ยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้น้ำตาคลอใบหน้ามาเป็นระยะ มีหลานๆ บวชสามเณรหน้าไฟ จำนวน 3 รูป และเมื่อตั้งรูป พ่อได้พูดขึ้นมาว่าหลับให้สบายลูกพลอยไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ ส่วนแม่ยังได้ก้มลงไปจูบที่รูปของลูกอีกครั้ง โดยบอกกับลูกว่า แม่รักน้องพลอยมาก แม้ว่าวันนี้น้องพลอยต้องจากไปแล้ว แต่น้องพลอยยังอยู่ในใจพ่อแม่เสมอ ส่วนเถ้ากระดูกจะเก็บไว้ที่บ้าน

นางพัชรี กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกเหนื่อยและเสียใจที่เหมือนจะต้องจากกันจริงๆ ทั้งที่หลายวันที่ผ่านมา การตามหาและติดตามดำเนินคดี ยังรู้สึกว่าน้องพลอยอยู่กับแม่ตลอดเวลา โดยในวันเผาศพน้องพลอย ตนได้สวมรองเท้าคัตชูของน้องพลอยด้วย ซึ่งเป็นรองเท้าที่ลูกซื้อมาใส่เบอร์เดียวกับแม่พอดี ทำให้รู้สึกว่ามีน้องพลอยอยู่กับแม่ และก่อนหน้านี้ทางญาติๆ ของนายพลกฤต ก็พยายามติดต่อมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ และจะมาร่วมในวันเผา ซึ่งตนและพ่อของน้องพลอย ได้ห้ามไม่ให้มาร่วมงาน เนื่องจากญาติหลายคน รวมทั้งตัวของพ่อและแม่ยังทำใจรับกับการกระทำของนายพลกฤตไม่ได้

“พูดง่ายๆ ว่าญาติยังมีความโกรธแค้น หากมาร่วมงานก็อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยได้ ในส่วนเรื่องที่ตำรวจจะมีหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับนายพลกฤตอย่างไร ยังไม่อยากที่จะพูด โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่จะบอกว่าไม่รู้อะไรตนไม่เชื่อ เพราะสัญชาตญาณคนเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าลูกจะผิดหรือถูกต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งหลังเสร็จจากงานฌาปนกิจน้องพลอย จะเดินหน้าพร้อมทนายความตามความคืบหน้าของการดำเนินการกับคนผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป”

ด้านพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตู้แดงไปติดที่หน้าบ้านแม่ของน้องพลอยแล้ว และเพิ่มความเข้มในการตรวจ เพื่อให้อุ่นใจขึ้น และหากแม่น้องพลอยจะเดินทาง จะมีตำรวจติดตามไปด้วย ซึ่งล่าสุดแม่ของน้องพลอยได้มาให้ปากคำเพิ่มกับตำรวจ สภ.ท่าเรือ โดยมีพยานที่ยืนยันว่าเห็นคนร่วมด้วยอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้ได้เชิญผู้เห็นเหตุการณ์มาให้เจ้าหน้าที่วิทยาการมาสเกตช์ภาพของผู้ต้องสงสัย และนำมาตรวจสอบดูว่าเป็นใคร จากนั้นจะเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่งหากมีตัวตนจริงตามที่พยานยืนยัน จะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับข้อหาร่วมกันก่อเหตุลักพาตัว แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับการสังหารก็จะโดนข้อหาร่วมกันฆ่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานพิธีฌาปนกิจ ได้มีผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 45-50 ปี ได้เดินแหวกผู้คนเข้ามาจนถึงตัวนางพัชรี แม่ของน้องพลอย ที่กำลังยืนต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน โดยบอกว่า เป็นร่างทรงและได้สื่อสารกับน้องพลอยได้ โดยน้องพลอยให้มาบอกแม่ ให้หยุดให้ข่าวกับสื่อมวลชนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย ทำให้นางพัชรี ถึงกับอึ้ง และเรียกให้ญาติมาคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าวแต่ไม่ทัน ได้วิ่งหายออกไปจากวัดทันที ซึ่งนางพัชรี บอกว่าไม่เชื่อและคิดว่าเป็นการมาเตือนให้ตนหยุดให้ข่าวมากกว่า ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ตำรวจและญาติได้ออกตามไปแต่ไม่พบตัว.