วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ศรีวราห์'ยื่นศาลนาทวี ขอหมายจับโจรใต้ปล้นรถ ยันมีผู้ก่อเหตุร่วม 40คน

"ศรีวราห์" ลงใต้ตามคดีปล้นเต็นท์รถ นาทวี จ.สงขลา พร้อมสั่งออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรก 5 คนยังศาลนาทวีด้วยตัวเอง ยันหลักฐานชัดเจน เผยคดีนี้มีผู้ก่อเหตุร่วม 40 คน ขณะที่ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 6 ราย คปต.ส่วนหน้าแจงผลการปฏิบัติ เผยเรื่องขาดตำรวจโรงพักเร่งขอกำลังเพิ่มจากภาคอื่น

...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ส.ค.60 ที่ สภ.นาทวี จ.สงขลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นรถในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา แล้วมาก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี และตรวจสอบสำนวนคดี โดยมี พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภ.9 พร้อมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดีที่มีการแต่งตั้งขึ้น รวมทั้งตรวจสอบรถยนต์ที่ถูกปล้นทั้ง 6 คัน และรถยนต์ของคนร้าย ซึ่งขณะนี้ถูกนำมาเก็บเอาไว้ที่สนามหน้า สภ.นาทวี


ภายหลังประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ เผยว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรกในวันนี้ได้จำนวน 5 ราย ซึ่งมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะดีเอ็นเอที่พบในรถที่ปล้นไป และประจักษ์พยานบุคคล และจะต้องขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ซึ่งเชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอชายแดนสงขลา กับ จ.ปัตตานี อีกทั้งหลังจากนี้ก็จะมีการติดตามและวางมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงให้มีความรัดกุมมากกว่านี้ด้วย


หลังจากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะ ยังได้เดินทางไปเยี่ยม นายธานีศักดิ์ ยี่จิน เจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสอง วังโต้คาร์เซ็นเตอร์ เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งยังคงมีขวัญกำลังใจดี และขณะนี้ยังคงต้องให้อยู่ในที่ปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาชุดแรกจำนวน 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับ ประกอบด้วย นายบูคอรี หลำโซ๊ะ, นายรอซารี หลำโซ๊ะ, นายสุไลมาน สาเมาะ, นายซารีซานฮัมรี ดือราแม และ นายอัสนัน สาอิ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ชายแดน จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีคนร้ายปล้นรถ ได้นำเอกสารสำนวนคดียื่นขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุจำนวน 5 ราย


ขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายที่หลบหนีนั้น ทางชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า หลังจากที่ได้มีการแกะรอยจากพยานหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีจำนวน 40 คน โดยเป็นการวางแผนก่อเหตุเป็นขั้นตอน และแบ่งเป็นชุด โดยชุดแรกเป็นกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ที่ร่วมปล้นรถพ่อค้าขายปลา จากนั้นคนร้ายบางส่วนจะรวมตัวกับกลุ่มคนร้ายใน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อไปทำการปล้นรถที่เต็นท์ใน อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อปล้นเสร็จแล้วคนร้ายอีกกลุ่มจะขับรถหลบหนีออกนอกพื้นที่ จ.สงขลา เข้ามาใน จ.ปัตตานี โดยใช้เส้นทางรองในหมู่บ้านผ่าน อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อจะทำการประกอบระเบิดในรถทั้ง 5 คัน แต่ปรากฏว่าคนร้ายสามารถประกอบระเบิดได้เพียง 3 คัน ส่วนอีกสองคันไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับ ทำให้คนร้ายนำรถกระบะที่ประกอบระเบิดจำนวน 3 คันออกมาก่อเหตุได้ 2 คันคือ บนถนนสายปัตตานี-ยะลา ต.ยาบี อ.หนองจิก และหน้าบ้านพักตำรวจ สภ.มายอ ส่วนรถอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่สกัดจับและวิสามัญคนร้ายได้ 1 ราย


สำหรับคนร้ายทั้ง 40 คนที่ร่วมก่อเหตุนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วกว่า 10 คน และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับ เช่นเดียวกันผลการตรวจพยานหลักฐานขณะนี้ก็เริ่มทยอยออกมามากแล้ว ทำให้รู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเพิ่มขึ้นอีกหลายคน

ล่าสดเมื่อเวลา13.00 น.ศาลจังหวัดนาทีวี ได้อนุมัติหมายจับ กลุ่มร้ายบุกปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ จำนวน 6ราย  1.นายบูคอรี หลำโสะ อายุ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 5 ม.2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 2.นายรอซารี หลำโสะ อายุ 26ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.2 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 3.นายสุไลมาน สาเมาะอายุ 35 ปี อยู่ 192/3 ม.5 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 4.นายซารีซานฮัมรี ดือราแม อายุ35ปี บ้านเลขที่ 39 ม.6 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย 5. นายอัสนัน สาอิ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 48 ม.6 ต.ปลักหนู อ.นาทวี จ.สงขลา 6.นายอับดุลเลาะ มะแด อายุ 34 ปี ที่อยู่ 4 ม.5 ต.บานาเฮาะ อ.เมือง จ.ปัตตานี

ในข้อหา 1.ร่วมกันก่อการร้าย 2.เป็นอั้งยี้หรือซ่องโจรเพื่อก่อการร้าย 3.ร่วมกันมีวัตถุระเบิดและร่วมกันขนย้ายวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง 5.ร่วมกันปล้นทรัพย์ 6.ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 7.ร่วมกันกังขังหน่วงเหนียว 8.มีอาวุธมือและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 9.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 10.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์

ที่ คปต.ส่วนหน้า กองพลทหารราบที่ 15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.อ.สุทัศน์ จารุมณี หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมชี้แจงผลการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา ให้กับสื่อมวลชน จ.ปัตตานี เพื่อได้รับทราบถึงการทำงานและช่วยในการสื่อสารข้อมูลที่ได้รับไปสู่ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจ และถือเป็นนโยบายสำคัญที่ทางรัฐบาลต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการกำลังเพิ่มเข้ามาเสริมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเกิดการขาดแคลนมานานแล้วในช่วงที่มีสถานการณ์ความไม่สงบ เพราะหน่วยทหารได้ขอกำลังตำรวจซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษมาร่วมภารกิจ บางพื้นที่ต้องใช้ตำรวจโรงพักเพิ่มและให้ลงมาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษ ทำให้ตำรวจบนโรงพักขาดกำลังพลทันที เนื่องจากตำรวจโรงพักต้องทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนทางคดี รวมไปถึงการดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เมื่อตำรวจบนโรงพักไม่เพียงพอหรือขาดกำลังพล ก็จะส่งผลกระทบคุณภาพทางคดีก็จะน้อยลง



ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยนั้นต้องใช้หลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรมโดยไร้ซึ่งอาวุธ ซึ่งในระยะยาวจะแก้ปัญหาโดยการนำตำรวจที่บรรจุใหม่มาลงโรงพัก และเกณฑ์นายดาบจากภาคอื่นๆ ลงมาเป็นนายตำรวจประจำโรงพักในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เกิดคุณภาพในการทำงานของตำรวจ ส่วนมติ ครม.ที่ได้ผ่านการพิจารณาล่าสุด คือ 1.ที่ ต.ตันหยงเปา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะนี้ถือว่าเป็นที่ทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ โดยจะมีการเพิ่มป่าชายเลน 3 ไร่ให้เป็นแหล่งทำมาหากิน 2.ใช้ป่าชายแดนเป็นคลองระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอการซ่อมแซมรถกวาดตะปูที่เสียหาย ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีไว้ทุกอำเภอ ซึ่งได้มีการของบซ่อมไปยังกระทรวงมหาดไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนโครงข่ายการคมนาคมใน 5 จังหวัดภาคใต้ชายแดนนั้น ถือเป็นการผลักดันอย่างเข้มข้น โดยการหารือกับกระทรวงคมนาคมโดยตรง โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟเชื่อมไปยังชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะรถไฟเป็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เช่น อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถือเป็นเมืองการค้าชายแดนที่สำคัญ และในปี 62 ก็จะมีการปรับปรุงสนามบินนราธิวาสให้เป็นสนามบินนานาชาติ และจะมีการสร้างสนามบินเบตง จ.ยะลา เพื่อให้เครื่องบินทุกขนาดลงได้

ส่วนทางเรือก็มีการเรียกร้องให้มีท่าเทียบเรือประมงที่มีมาตรฐานเพื่อที่จะนำสินค้าส่งไปขายยังต่างประเทศได้ เรื่องนี้ทาง คปต.ได้ผลักดันให้ได้ตามเงื่อนไขที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรือใหญ่จะต้องเข้ามายังท่าเทียบเรือได้ และไม่กระทบกับวิถีชีวิตเรือประมงพื้นบ้าน หัวหน้า คปต.ส่วนหน้าเน้นเป็นเรื่องพิเศษที่ทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละโครงการ.