วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เข้าขอบคุณ 'ปวีณา' ช่วยลูกสาวกลับไทย ถูกหลอกไปขายตัวที่บาห์เรน

แม่ผู้เสียหาย นำพวงมาลัยเข้าขอบคุณที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี หลังช่วยลูกสาวถูกหลอกไปขายตัวที่บาห์เรนกลับไทยอย่างปลอดภัย เตือนอย่าหลงเชื่อคนชวนไปทำงานสบายต่างประเทศ เพราะอาจถูกหลอกให้ค้าประเวณีแทนได้..

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ส.ค. 60 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี นางเอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี พา นางบี (นามสมมติ) อายุ 50 ปี มารดา ชาว จ.ชัยภูมิ เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ น.ส.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 21 ปี น้องสาว ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่เมืองมานามา ประเทศบาห์เรน โดยการประสานงานของ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กับกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ น.ส.หนึ่ง ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 อย่างปลอดภัย

จากเหตุการสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค. 60 พี่สาว และมารดาได้เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า น.ส.หนึ่ง (น้องสาว) ถูก นางสุภาพร หลอกไปประเทศบาห์เรน โดยก่อนหน้านี้ น.ส.หนึ่ง ทำงานขายกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ที่ พัทยากลาง จ.ชลบุรี และได้รู้จักกับ นางสุภาพร ซึ่งมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก ได้บอกกับน้องสาวว่าจะติดต่อชายต่างชาติให้เป็นแฟน จะทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น น้องสาวก็นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนกับแม่ ทางแม่เองก็ไม่ว่าอะไร คิดว่าดีเพราะทางครอบครัวเรามีฐานะยากจน

ต่อมา นางสุภาพร ก็ติดต่อชายต่างชาติคนหนึ่งให้น้องสาว แล้วให้น้องสาวเดินทางไปที่ประเทศบาห์เรน เพื่อดูตัวฝ่ายชาย โดยจะเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำเรื่องทั้งหมดให้ก่อน และนางสุภาพรก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับมารดาว่า จะดูแลน้องสาวให้ เพราะเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง น้องสาวจึงตัดสินใจเดินทางไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งหลายวันต่อมาได้รับข้อความทางไลน์จากน้องสาว บอกว่าถูกขังอยู่ในตึกประเทศบาห์เรน มีแม่แท็กและคนคุมบังคับให้ขายตัว โดยแม่แท็กให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับสามีแม่แท็ก อยากให้ช่วยพากลับบ้าน

นอกจากนี้ น้องสาวยังบอกอีกว่า ต้องหาเงินมาใช้หนี้แม่แท็กประมาณ 1.8 แสนบาท เพราะเป็นหนี้ค่าเดินทางมา หรือถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ก็ให้พี่สาวเดินทางไปเปลี่ยนตัวทำงาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะช่วยน้องได้อย่างไร จึงเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนางปวีณาได้พาไปร้องขอความช่วยเหลือ และให้ข้อมูลกับ เจ้าหน้าที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยตนเอง ไม่นานก็ทราบเรื่องจากทางมูลนิธิปวีณาฯ ว่าน้องสาวจะได้เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย ก็ดีใจอย่างที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และทางกระทรวงต่างประเทศ ที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เผยว่า หลังรับเรื่องได้ประสานกับ นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือ น.ส.หนึ่ง พร้อมส่งข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย และพิกัดสถานที่อยู่ที่ถูกขังในประเทศบาห์เรนไปให้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในบาห์เรน ประสานตำรวจบาห์เรนเข้าช่วยเหลือ น.ส.หนึ่ง ออกมาได้ และส่งกลับประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนผู้หญิงทุกคนว่า ถ้ามีคนชักชวนไปทำงานต่างประเทศ บอกว่าจะมีรายได้ดี ทำงานสบาย โดยเฉพาะประเทศบาห์เรน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ขอให้พึงระวังเพราะหญิงไทยส่วนใหญ่จะถูกหลอกไปค้าประเวณี หรือใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ฝากถึงผู้หญิงไทยที่คิดจะเดินทางไปให้ระวังเช่นกัน โดยเฉพาะคนรู้จัก คนใกล้ชิดที่มาหลอกให้ความหวัง จะได้ทำงานสบายได้เงินมากๆ สุดท้ายก็ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณี ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ถ้าตำรวจจับได้ก็ถูกดำเนินคดี ติดคุกในประเทศนั้นๆ ซึ่งในการช่วยเหลือกลับประเทศไทย ของเจ้าหน้าที่นั้นมีหลายขั้นตอน ใช่ว่าไปแล้วจะช่วยเหลือกลับมาได้ทุกคน.