วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประเมินค่าใช้จ่ายกู้ร่างนศ.ไทยขับรถตกเหว ตัวเลขสูงลิบ สุดท้ายใครจ่าย!?

27 วันผ่านไป รถเก๋งของสองนักศึกษาไทยที่ประสบอุบัติเหตุชนราวกั้นถนนอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน เมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ตกลงไปที่แก่งหินในลำธารก้นเหว เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 60 ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีการกู้ร่างหรือกู้ซากรถขึ้นมาได้ โดยทางตำรวจทางหลวงรัฐแคลอฟอร์เนียเขตเฟรสโน และทีมกู้ภัยของสำนักงานนายอำเภอท้องถิ่น ให้เหตุผลว่า ระดับน้ำยังเชี่ยวอยู่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อทีมกู้ภ้ยอย่างยิ่ง รวมทั้งจากการตรวจสอบพยากรณ์อากาศ พบว่ามีโอกาสสูงที่จะมีพายุที่อุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน จึงต้องรอดูหลังพายุสงบอีกครั้งว่าน้ำอยู่ในระดับใด

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เชิญผู้มากประสบการณ์มาประเมินค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้กู้ซากรถ ในฐานะที่เคยทำงานมาหลายประเทศ โดย นพ.สุระ เจตน์วาที แพทย์เวชศาสตร์การบิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพขั้นสูงและการลำเลียงผู้ป่วยและกู้ชีพทางอากาศ มองทางช่วยเหลือและประเมินค่าใช้จ่ายไว้ 4 ประเด็น ดังต่อไปนี้ ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงแบบไทย ซึ่งอาจมากกว่านี้ได้หลายเท่าตัวในต่างประเทศ และการประเมินสภาพหน้างานที่ต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ และสภาพแวดล้อม

1. การใช้เฮลิคอปเตอร์

ฮ.ชีนุก เป็นอากาศยานขนาดหนัก อาจมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันหลักหลายแสนบาทต่อการปฏิบัติงาน 1 ชั่วโมง ซึ่งหากจะต้องใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 5-6 ชั่วโมง ยังต้องคิดถึงความสึกหรอของอากาศยาน และเจ้าหน้าที่ที่ลงไปปฏิบัติการ โดยรวมแล้วสำหรับค่าใช้จ่ายหากใช้ ฮ.ชีนุก ปฏิบัติการกู้ซากรถ อาจจะต้องใช้เงินหลายล้านบาท

ถ้าเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่เล็กว่าชีนุก แต่มีความสามารถปฏิบัติการกู้ภัยได้ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงกว่านั้น แต่ก็อาจเฉียดแสนต่อชั่วโมง

2. การทำไฮไลน์ (Highline)

การขึงเชือก 2 จุด ระหว่างผา และหย่อนตัวนักกู้ภัยลงไปตรงกลาง ขณะเดียวกันก็ยึดโครงสร้างรถยนต์ให้แน่นหนา เพื่อใช้เครื่องตัดถ่างกู้ร่างขึ้นมา โดยคาดการณ์ว่าค่าวัสดุอุปกรณ์ และค่าแรงของทีมกู้ภัยอย่างน้อย 10 นาย ที่ลงไปปฏิบัติงาน

3. การใช้เรือ

ใช้เรือขึงเชือก 4 มุม และดึงเรือเข้าหาเป้าหมาย และเมื่อเข้าไปถึงต้องตัดถ่างแต่อาจเจออุปสรรค เรื่องน้ำที่ยังอุณหภูมิต่ำและกระแสน้ำเชี่ยว อาจลากยาวไปอีกหลายวันในการทุ่มเททรัพยากรลงไปเก็บกู้

4. การทำแบริเออร์

การใช้ถุงบิ๊กแบ็กมากั้นน้ำไว้บางส่วน เพื่อให้น้ำชะลอตัวเฉพาะส่วนนี้ และเข้าไปปฏิบัติการ โดยต้องดูระดับน้ำหากสูงไม่เกิน 2 เมตรก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ เพื่อกั้นกระแสน้ำ และให้เกิดเวิ้งน้ำที่นิ่ง และค่อยเข้าไปกู้ แต่พื้นที่นี้ถนนเข้าถึงได้ลำบาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ

อย่างไรก็ตาม 3 วิธีหลังค่าใช้จ่ายจะน้อยกว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์ แต่ค่าใช้จ่ายต้องมีหลักล้านขึ้นไป

“กู้ชีพ” กับ “กู้ร่าง” ค่าใช้จ่ายต่างกัน!

นพ.สุระ เผยว่า การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในต่างประเทศ อาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นโดยพิจารณาเป็น 2 ประเด็น คือ 1. กู้ชีพหรือกู้ภัย 2. ประกันของผู้ประสบเหตุ ส่วนใหญ่การเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้ประกันไม่ครอบคลุม เพราะเป็นลักษณะการ "กู้ภัย" แต่ถ้าหากพ้นระยะที่นำผู้ประสบเหตุ หรือร่าง ขึนมาแล้ว อาจมี "การช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์" ที่จะนำผู้ประสบเหตุเข้ารับการรักษา หรือร่างผู้เสียชีวิตกลับยังภูมิลำเนา ตามแต่ผู้พิจารณาสินไหมของประกันที่ผู้ประสบเหตุถืออยู่พิจารณาตามนโยบายของกรมธรรม์นั้นๆ

หากเกิดกรณีลักษณะนี้ และด้านล่างผู้ประสบเหตุยังมีชีวิตอยู่ และสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัยเพียงพอ (Scene Safety) ตามหลักสากลแล้ว หากทีมกู้ภัยในพื้นที่มีทักษะและความพร้อมเพียงพอ การช่วยเหลือจะกระทำในทันทีเพื่อรักษาชีวิต

ค่าใช้จ่ายกู้ซากรถตกเหวสูงลิบ ใครจะเป็นคนจ่าย?

แน่นอนว่า การกู้ร่างและซากรถขึ้นมาจากก้นเหว ย่อมมีค่าใช้จ่าย แต่ประเด็นสำคัญต่อมาคือ ใครจะเป็นผู้จ่าย? รัฐบาลสหรัฐฯ รัฐบาลไทย หรือครอบครัวของผู้ประสบเหตุ? นพ.สุระ ตอบคำถามในประเด็นข้างต้นว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยของทั้งสองรัฐบาล และเลือกใช้วิธีใดในการกู้ซาก เจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ในการลงไปหรือไม่ หากเป็นภาครัฐ และทีมที่ลงไปมี Swift water rescue technician (SRT) ในระดับที่เหมาะสม อาจจะไม่มีค่าใช้จ่าย หรือมีแต่น้อย เพราะเป็นสวัสดิการของรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ หากระดับ SRT ของภาครัฐไม่ถึง ต้องให้ทีมจากภาคเอกชนลงไปปฏิบัติการนั้น มีค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน และอาจสูงมาก

ทั้งนี้ นพ.สุระ ขยายความต่อว่า โดยปกติทีมปฏิบัติการกู้ภัยจะมีทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ส่วนใหญ่ในพื้นที่คนที่เป็นภาครัฐ บางครั้งใบอนุญาตแสดงทักษะที่จะลงไปช่วยมีไม่ถึง เพราะทีมกู้จะมีระดับของการลงไปด้วย เช่น SRT Advance หรือ Basic หากระดับไม่ถึงก็ไม่สามารถลงไปกู้ได้ ขณะที่ ภาคเอกชนจะเป็นมืออาชีพมีระดับสูง ซึ่งทางเอกชนเป็นธุรกิจต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น

ส่วนองค์กรการกุศลที่มาช่วยเหลือด้านนี้ในสหรัฐฯ นั้น เท่าที่ทราบอาจไม่มีเหมือนในบ้านเรา ซึ่งภาครัฐเองอาจไม่มีใบอนุญาตหรือความพร้อม จึงต้องให้เอกชนลงไปปฏิบัติงานแทน

องค์กรการกุศล จุดแข็งสำคัญ “อาสากู้ภัยไทย”

นพ.สุระ กล่าวว่า เคสนี้ หากเป็นอาสากู้ภัยไทยที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี หากประสบเหตุลักษณะนี้ และสภาพแวดล้อมปลอดภัยเพียงพอ (Scene safety) ก็ไม่รีรอที่จะเข้าช่วยเหลือ และเนื่องจากช่วยด้วยใจ หลายท่านลงทุนอุปกรณ์เอง ไม่ว่าจะกู้ชีพหรือกู้ร่าง อีกทั้ง ยังมีองค์กรการกุศลที่มีเงินทุนอยู่แล้วด้วย อุปกรณ์เหล่านี้ถูกสั่งมาเพื่อมาฝึกทีมงาน จนกระทั่งมีความชำนาญระดับหนึ่ง เพื่อลงไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และที่ผ่านมาน้องๆ เหล่านี้ ได้เข้าช่วยเหลือโดยไม่คิดเงิน เพราะเป้าหมายสำคัญคือการกู้ชีวิต และกู้ร่างแม้ไร้ชีวิต ซึ่งเชื่อว่านี่คือจุดแข็งของประเทศไทย คือ มีองค์กรการกุศล ขณะที่ สหรัฐฯ อาจมีระบบที่ต่างออกไป

ผ่านมาจะครบเดือน จะยื้อไปอีกกี่วัน?

“ถามว่าจะยื้อไปถึงกี่วันนั้น ตอบยากว่าต้องรออีกกี่วัน แต่ผมมองว่าตอนนี้ทางทีมคงรอให้ระดับน้ำลดลงอยู่ครับ เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อน ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 500 คิวบิกฟุตต่อวินาที ซึ่งจะมีความเสี่ยงอันตรายต่อทีมอยู่มาก โดยจะต้องรอระดับน้ำไม่เกิน 400 คิวบิกฟุตต่อวินาที จึงจะถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ทีมกู้ภัยถึงจะลงไปปฏิบัติการได้ครับ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพขั้นสูง คาดการณ์

ขณะเดียวกัน ล่าสุด ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้สอบถามผ่าน คุณคิด ฉัตรประภาชัย นายตำรวจเขตลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Sheriff's Office) ได้รับการยืนยันจาก นาย Tony Botti ตำแหน่ง Public Information Officer ว่า Fresno Sheriff's Office ได้จัดทำงบประมาณไว้สำหรับการปฏิบัติเก็บกู้ในลักษณะนี้ และจะไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวหรือสาธารณะ.


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

25 วัน แล้ว กู้ซากรถ 2 นศ. ยังต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก อ้าง พายุเข้า

โรยตัวสำรวจ'ผานรก'ใช้ทหารลงมือเอง เตรียม'ชีนุค'ยกรถ ลุยกู้ศพ2นักศึกษา

ฟังอีกมุม 2 สัปดาห์ไม่ช้า! เผยอุปสรรคสำคัญยื้อกู้ร่างนศ.ไทยขับรถตกเหว