วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุวพันธุ์ เยือนชัยภูมิ เร่งแก้หนี้นอกระบบ พบชาวบ้านถูกนายทุนตุ๋นเปื่อย

“สุวพันธุ์” นำคณะผู้บริหาร ยธ. ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ หลังพบชาวบ้านถูกนายทุนหลอก ขอเช่าโฉนดที่ดิน ปลอมลายเซ็นจำนวนมาก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ส.ค. 60 ที่เทศบาลตำบลตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา และหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งเยี่ยมเยียนการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตลอดจนประชุมขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ ภายใต้โครงการยุติธรรมสู่หมู่บ้าน นำบริการรัฐสู่ประชาชน ครั้งที่ 6/2560 อีกทั้ง นายสุวพันธุ์ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้แก่ผู้เสียหาย 16 ราย เป็นเงิน 1,244,895 บาท โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาในจังหวัดชัยภูมิแล้ว รวมทั้งสิ้น 121 ราย เป็นเงิน 6,678,518 บาท

นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม มีนโยบายมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรม และความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนทุกระดับ ทุกพื้นที่ สนับสนุนและบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับชุมชน ในรูปแบบ “ยุติธรรมชุมชน” 

"ปัจจุบัน จังหวัดชัยภูมิ มีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน จำนวน 142 ศูนย์ และมีการพัฒนาเครือข่ายยุติธรรมชุมชนและคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ให้มีศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชน รวมถึงให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม โดยมี สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิ เป็นหน่วยงานอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ตามอำนาจหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ในการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในด้านกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง" นายสุวพันธุ์ กล่าว

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากพบว่าประชาชนประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 มีผู้ขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย จำนวน 172 ราย มีผู้มายื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จำนวน 58 ราย มีผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรม มาขอรับการเยียวยาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 237 ราย และมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สินภาคประชาชน จำนวน 554 ราย

"ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมที่สำคัญในจังหวัดชัยภูมิ คือ การถูกเจ้าหนี้นอกระบบหลอกลวงเกี่ยวกับการทำนิติกรรม และการหลอกลวงขอเช่าโฉนดที่ดินจากประชาชนเพื่อนำไปขายฝาก โดยกระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในจังหวัดชัยภูมิ ช่วงปี 2553-2560 มีผู้ร้องเรียน 554 ราย และมีทุนทรัพย์รวม 151,196,548 บาท ซึ่งพฤติการณ์ของเจ้าหนี้นอกระบบดังกล่าว มีทั้งการทำสัญญากู้ยืมเงินในจำนวนเงินสูงกว่าความเป็นจริง การเพิ่มจำนวนเงินกู้ภายหลังการทำสัญญา การคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด การบังคับให้ทำบัตรถอนเงินสดให้เจ้าหนี้ยึดถือเพื่อถอนเงินชำระหนี้เอง รวมถึงการหลอกลวงให้ทำสัญญาขายฝากที่ดิน ในการแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว" นายสุวพันธุ์ กล่าว

นายสุวพันธุ์ กล่าวเพิ่มว่า กระทรวงยุติธรรมได้ให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในการต่อสู้คดีไปจำนวน 21 ราย และได้ตรวจสอบพฤติการณ์เจ้าหนี้เพื่อส่งเรื่องให้ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ ที่มีการปลอมลายมือชื่อลูกหนี้ในเอกสารกู้ยืมเงิน และมีการใช้มาตรการทางภาษีและดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานเพื่อจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี และดำเนินการร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย และกระทรวงยุติธรรมได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนเกี่ยวกับการวางทรัพย์ในการขายฝาก และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายพื้นฐานเกี่ยวกับการกู้ยืม การจำนอง การบังคับคดี และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาททางแพ่ง 

"นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ปรับปรุงกระบวนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการจากเดิมที่การพิจารณาให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมใช้เวลา 43 วันทำการ และการพิจารณาให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหาย และจำเลยในคดีอาญาใช้เวลา 72 วัน รวมวันหยุดราชการ และให้เหลือไม่เกิน 45 วัน รวมวันหยุดราชการ" รมว.ยุติธรรม เผยอีก.