วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่อง 10 สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางยุทธวิธี

เฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานขึ้นลงทางดิ่งแม้จะบินได้ไม่เร็วเท่ากับเครื่องบินปีกตรึง แต่ความอเนกประสงค์และจุดเด่นของการใช้งาน เมื่อต้องการบินขึ้นหรือลงในพื้นที่คับแคบได้โดยไม่ต้องใช้รันเวย์ ทำให้เฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานปีกหมุนมีความเหนือชั้นกว่าเครื่องบินปีกตรึง จากประสิทธิภาพของการขึ้นและลงได้ในพื้นที่จำกัด นี่คือการรวบรวมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง 10 ลำ ที่ใช้ขนส่งลำเลียงพลหรือสัมภาระทางทหารขนาดใหญ่ เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหารที่มีความสามารถมากที่สุด 10 อันดับแรกโดยอ้างอิงจากความจุและขนาดรวมถึงกำลังของเครื่องยนต์และสมรรถนะทางการบิน ปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหารชั้นนำ 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่

1. Mil Mi-26 (Russian)
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mil Mi-26 จากรัสเซียนับเป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Mil Mi-26 มีใช้ในกองทัพเกือบ 20 ประเทศรวมทั้งรัสเซียและอินเดีย การพัฒนา ฮ. ไซส์ยักษ์เจ้าแห่งการลำเลียงยุทโธปกรณ์เริ่มขึ้นในช่วงต้นยุค 70 นักออกแบบของกองทัพอากาศรัสเซียมีเป้าหมายที่จะสร้างเฮลิคอปเตอร์ที่มีกำลังสองเท่าของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพลในปัจจุบัน ฮ. Mil Mi-26แผนแบบในปี พ.ศ. 2526 โดยพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการรับน้ำหนักใกล้เคียงกับเครื่องบินขนส่ง C-130! โดยเฉพาะพื้นที่บรรทุกสินค้าที่ออกแบบให้มีทางลาดด้านหลังเปิด-ปิดได้เพื่อการขนส่งยานพาหนะทางทหารขนาดใหญ่ Mil Mi-26 มีความยาวรวม 12 เมตรกว้าง 3.2 เมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 2.9 เมตร

เฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-26 ติดตั้งเครื่องยนต์ Lotarev D-136 turboshafts จำนวน 2 เครื่อง ให้แรงขับเครื่องละ 8,500 กิโลวัตต์ (11,399 shp) ความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รัศมีทำการไกลถึง 800 กิโลเมตร สามารถลำเลียงทหารราบได้มากถึง 80 นาย แต่เคยมีการขนทหารมากถึง 150 นายแออัดยัดทะนานกันอยู่ในเจ้ายักษ์ลำนี้มาแล้ว เฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-26 สามารถบรรทุกยานพาหนะรบจำนวนสองคันด้วยน้ำหนักบรรทุกมากถึง 10,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ Mi-26 ยังสามารถบรรทุกสินค้าของพลเรือนได้อย่างหลากหลาย ตัวเลขในการรับน้ำหนักบรรทุกของ Mi-26  ที่มากถึง 25 ตัน ทำให้มันเป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในกลุ่มเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดยักษ์

2.CH-53E Super Stallion (USA)
เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง CH-53E ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์ชั้นนำของสหรัฐฯ Sikorsky เจ้า CH-53E Super Stallion ได้รับการรับรองโดย US Marine Corps ในปี 1981 ตั้งแต่นั้นมา Super Stallion ก็กลายเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงที่มีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบัน Super Stallion เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ใหญ่และหนักที่สุดที่กองทัพสหรัฐฯ มีประจำการอยู่ในกองบินของมะกันมากถึง 227 เครื่อง เจ้า CH-53E Super Stallion ยังถูกแผนแบบและสร้างขึ้นสำหรับนาวิกโยธินและกองทัพเรือสหรัฐฯอีกด้วย ขุมกำลังของยักษ์ปีกหมุนลำนี้ใช้เครื่องยนต์เทอโบชาฟท์ General Electric T64-GE-416/416A จำนวนสามเครื่อง ให้กำลังเครื่องละ 4,380 แรงม้า ระบบใบพัดหลัก 7 ใบ ใบพัดหาง 4 ใบ ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วปกติ 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินปฏิบัติการไกล 1,000 กิโลเมตร ระยะขนส่ง 1,833 กิโลเมตร เพดานบินทำการ 18,500 ฟุต
อัตราการไต่ระดับ 2,500 ฟุตต่อนาที

กองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกากำลังใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้เพื่อการกู้ภัย ลำเลียงสัมภาระขนาดใหญ่และขนส่งทหารจากกองเรือไปยังฝั่ง กองทัพเรือสหรัฐใช้งาน CH-53E Super Stallion สำหรับภารกิจที่มีความหลากหลาย เช่น ต่อต้านและกวาดทุ่นระเบิด ค้นหาและกู้ภัยทั้งทางบกและทางทะเล เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้สามารถบรรทุกทหารได้ 37 นาย หรือทำการเสริมเบาะที่นั่งแถวกลางจะทำให้สามารถบรรทุกทหารได้เพิ่มขึ้นเป็น 55 นาย บรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักได้สูงสุด 13.6 ตัน ภายในลำตัวหรือ 14.5 ตัน เมื่อยกสัมภาระจากภายนอก มีความสามารถในการยกรถหุ้มเกราะรุ่น LAV-25 หรือปืนใหญ่ M198 ขนาด 155 มิลลิเมตรพร้อมพลยิงและกระสุนปืนใหญ่จำนวนมาก CH-53E Super Stallion ยังถูกออกแบบสำหรับการใช้งานในภารกิจกู้ภัยและส่งกลับสายการแพทย์ ปัจจุบันมีการปรับปรุง CH-53K รุ่น King Stallion เพื่อตอบสนองความต้องการของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ใช้โครงสร้างที่เหมือนกันแต่มีประสิทธิภาพทางการบินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด CH-53K จะเข้าประจำการภายในปี พ.ศ. 2561

3. CH-47F Chinook (USA)
CH-47 Chinook เป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่แพร่หลาย โดยได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกองทัพสหรัฐฯ ขึ้นบินครั้งแรกในปี พ.ศ. 2504 หลังจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ CH-47F Chinook จึงเริ่มปฏิบัติการในปี พ.ศ. 2505 ในสงครามเวียดนาม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีการสร้าง CH-47F Chinook จำนวนถึง 1601 ลำ รวมกับที่ผลิตในอิตาลีและญี่ปุ่น โดยได้รับการส่งออกไปทั่วโลก ปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์ Chinooks ที่ได้รับการปรับปรุงระบบทำการบินและอัพเกรดเครื่องยนต์ใหม่ยังคงถูกใช้สำหรับการบินปฏิบัติการกับกองทัพสหรัฐในปี พ.ศ. 2560 CH-47F ติดตั้งเครื่องยนต์ Lycoming T55-GA-714A turboshaft จำนวน 2 เครื่องยนต์ ให้แรงขับเครื่องละ 4,733 shp (3,529 kW) มีความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 741 กิโลเมตร 

CH-47F Chinook แผนแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจขนส่งลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์อุปกรณ์ทางสงครามและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ยังใช้ในการอพยพค้นหาและกู้ภัย ลำเลียงทหารพลร่มและการปฏิบัติงานอื่นๆ มันสามารถรองรับทหารได้ถึง 44 นาย มีประสิทธิภาพในการบรรทุกมากถึง 10,300 กิโลกรัมในลำตัว หรือหิ้วสัมภาระหนัก 11,300 กิโลกรัมจากภายนอก ติดตั้งตะขอหิ้วสัมภาระจากภายนอก 2 ตำแหน่ง CH-47F Chinook มีสมรรถนะสูง สามารถยกสัมภาระได้อย่างหลากหลาย เช่นรถยนต์หรือชิ้นส่วนของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการรบ รุ่นล่าสุดบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 55 คนหรือขนส่งน้ำหนักได้ถึง 12,700 กิโลกรัม เฮลิคอปเตอร์ Chinook รุ่น CH-47D ถูกอัพเกรดในปี พ.ศ. 2557 โดยกองทัพสหรัฐฯ และหน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติได้รับเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้จำนวน 300 ลำ เจ้า CH-47F ยังถูกส่งออกไปยังบางประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

4. V-22 Osprey (USA)
V-22 Osprey ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์เพียวๆ แต่มีรูปแบบผสมระหว่างเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการบินให้เหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์ทั่วๆ ไป V-22 Osprey มีความสามารถในการยกใบพัดในแนวตั้งคล้ายเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงการปรับแกนโรเตอร์ให้คล้ายกับเครื่องบินใบพัดทำให้มันมีความเร็วในการบินสูงกว่าเฮลิคอปเตอร์เกือบทุกแบบในปัจจุบัน V-22 Osprey ถูกใช้งานโดยกองทัพสหรัฐรวมถึงกองทัพอากาศและกองกำลังนาวิกโยธินกับกองทัพเรือของมะกัน โดยมีการส่งมอบในปี 2544 ปัจจุบัน V-22 Osprey เป็นหนึ่งในเครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่งที่ใหญ่ที่สุดบรรทุกทหารได้ 24 นาย สำหรับการปฏิบัติภารกิจขนส่งลำเลียงนั้นมีประสิทธิภาพในการขนสัมภาระได้ 9,000 กิโลกรัม 

Osprey ติดตั้งเครื่องยนต์ Rolls-Royce Allison T406/AE 1107C-Liberty turboshafts จำนวน 2 เครื่อง ให้กำลังเครื่องละ 6,150 hp (4,590 kW) สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุด 509 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วเกือบสองเท่าของเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทั่วไป นอกจากนี้เจ้า V-22 ยังถูกออกแบบให้สามารถเติมเชื้อเพลิงทางอากาศเพื่อเพิ่มระยะบินปฏิบัติการได้อีกด้วย พิสัยบินปกติของมันทำได้ 722 กิโลเมตร หรือยืดระยะทำการไกลถึง 1,627 กิโลเมตร เมื่อเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ 
V-22 Osprey สามารถขึ้นบินปฏิบัติการได้จากเรือโจมตีขนาดใหญ่หรือเรือบรรทุกเครื่องบิน V-22 Osprey จึงมีความได้เปรียบที่เหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์จากสมรรถนะทางการบินที่เร็วขึ้นเป็นสองเท่า และมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าอากาศยานทางดิ่งจากรัสมีปฏิบัติการ สามารถลงจอดบนเรือหรือภูมิประเทศที่เข้าถึงได้ยากอีกด้วย

5. Mil Mi-38 (Russian)
Mi-38 เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนส่งที่มุ่งเป้าไปยังลูกค้าทั้งทหารและพลเรือน มันถูกนำเสนอในฐานะตัวแทนของ ฮ.รุ่นเก่า Mi-8 และ Mi-17 ได้รับการพัฒนาให้เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ของเฮลิคอปเตอร์รุ่น Mi-8 อย่างไรก็ตาม Mi 38 ยังมีความแตกต่างโดยได้ออกแบบใหม่ทั้งหมด มีโครงสร้างเฟรมแบบใหม่ เครื่องยนต์และระบบโรเตอร์รวมถึงระบบเดินอากาศที่ทันสมัย เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2558 สำหรับภารกิจการขนส่งลำเลียงทั้งทางทหารและพลเรือน สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 32 คน บรรทุกสินค้าในลำตัวได้  5,000 กิโลกรัม หรือ 7,000 กิโลกรัมเมื่อหิ้วสัมภาระจากภายนอก Mi-38 ติดตั้งเครื่องยนต์ Klimov TV7-117V turboshaft จำนวน 2 เครื่อง ให้กำลัง 2,800 shp (2,100 kW) มีความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 660 กิโลเมตรเมื่อบรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด หรือยืดเป็น 1,200 กิโลเมตรเมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองข้างลำตัว

รุ่นต่างๆ ของ Mi-38 มีการแผนแบบที่จะผลิตสำหรับภารกิจที่มีความแตกต่างกันทั้งทางบกและทางทะเล  MI-38 อาจติดตั้งอุปกรณ์สำหรับลงจอดฉุกเฉินในน้ำ อุปกรณ์สำหรับการกู้ภัยหรือปรับเปลี่ยนเป็น ฮ. พยาบาลได้อีกด้วย

6. Airbus Helicopters EC 725 (France)
หลังจาก Eurocopter ควบรวมจนกลายเป็นบริษัท Airbus Helicopters เจ้า EC 725 Super Cougar หรือ Caracal ก็กลายเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง มันถูกพัฒนามาจากเฮลิคอปเตอร์ในตระกูล Eurocopter Puma / Cougar ได้รับการปรับปรุงขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพอากาศฝรั่งเศส สำหรับเฮลิคอปเตอร์ EC 725 Super Cougar แผนแบบมาเพื่อใช้เป็น ฮ. โจมตีระดับต่ำรวมถึงการค้นหาและการกู้ภัยทางอากาศ EC 725 รุ่นใหม่ขึ้นทำการบินเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2543 เฮลิคอปเตอร์ EC 725 Super Cougar ลำแรกถูกส่งมอบให้กับกองทัพอากาศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2545 ต่อมามีการสั่งซื้อจากกองทัพอากาศบราซิล อินโดนีเซีย รวมถึงมาเลเซีย และเม็กซิโก

EC 725 ติดตั้งเครื่องยนต์ Turboméca Makila 2A1 turboshaft engines จำนวน 2 เครื่อง ให้กำลังเครื่องละ 1,776 kW (2,382 hp) มีความเร็วสูงสุด 324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินปฏิบัติการ 857 กิโลเมตร บรรทุกทหารได้ 28 นาย ขนส่งสัมภาระในลำตัวหนัก 570 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกภายนอกประมาณ 4,500 กิโลกรัม EC 725 ปฏิบัติภารกิจได้ทั้งการเป็น ฮ. โจมตี รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือกู้ภัยจากการสู้รบ การขนส่งกองร้อยและขนส่งสัมภาระหรือการอพยพเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้สามารถติดตั้งเกราะเสริมเพื่อป้องกันอาวุธปืนเล็ก ออกแบบให้ใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศ

7. Changhe Aircraft Industry Group Z-18 (China)
Z-18 เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหารรุ่นใหม่ของกองทัพอากาศจีน ได้รับการพัฒนาโดย Changhe Aircraft Industry Group (CAIG) โดยแผนแบบพัฒนามาจากเฮลิคอปเตอร์พลเรือนรุ่น Avicopter AC313 (ฮาร์บิน Z-8)  ฮ. Z-18 เป็นเฮลิคอปเตอร์ทางทหารที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพัฒนาในจีน เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ถูกเปิดเผยสู่สายตาของสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 โดยเข้ามาประจำการแทนที่ ฮ. รุ่น Z-8 ที่เริ่มปลดประจำการเนื่องจากหมดอายุการใช้งาน

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Z-18 ติดตั้งเครื่องยนต์ WZ-6C turboshaft engines จำนวน 2 เครื่อง ให้กำลังเครื่องละ 1,752 shp มีความเร็วสูงสุด 336 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 900 กิโลเมตร หรือ 1,600 กิโลเมตรเมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรอง Z-18 ออกแบบใหม่และใช้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังมากขึ้น มีพื้นที่ภายในกว้างขึ้นเพื่อบรรทุกสินค้าได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพทางการบินที่ดีขึ้น โครงสร้างหลักของ ฮ. Z-18 ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตและไททาเนียมซึ่งเป็นวัสดุน้ำหนักเบาที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในการผลิตเฮลิคอปเตอร์ยุคใหม่ Z-18 รองรับผู้โดยสารได้ 27 คน สามารถโหลดสัมภาระในลำตัวหนัก 4,000 กิโลกรัม หรือหิ้วสัมภาระจากภายนอกหนัก 5,000 กิโลกรัม ในระหว่างการบินทดสอบในทิเบต Z-18 ทำลายสถิติโดยบรรลุระดับความสูง 9,000 เมตรและบินเหนือภูเขา Everest ที่สูงที่สุดในโลก (8,848 เมตร) นับเป็นครั้งแรกที่เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดใหญ่สามารถบินได้สูงกว่ายอดเขาที่สูงที่สุดในโลก!!

8. AgustaWestland  AW101 (Italy/UK) 
AugustaWestland AW101 ได้รับการพัฒนาให้เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงและโจมตีที่ทันสมัย ก่อนหน้านี้ AW101 เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอากาศยานปีกหมุนของค่าย Eurocopter Industries ในรุ่น EH101 ผลิตโดยบริษัท Agusta ของอิตาลี และ Westland Helicopters จากสหราชอาณาจักร

ในปี ค.ศ. 2000 Agusta และ Westland Helicopters ได้ควบรวมกิจการและก่อตั้งเป็นบริษัท AgustaWestland ต่อมาในปี 2007 เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้วางตลาดในชื่อ AugustaWestland AW101 โดยแผนแบบให้ใช้งานในภารกิจลำเลียงพลและต่อต้านเรือผิวน้ำกับเรือดำน้ำ AgustaWestland AW101 ติดตั้งเครื่องยนต์ Rolls-Royce Turbomeca RTM322-01 turboshafts จำนวน 3 เครื่อง! ให้กำลังเครื่องละ 1,566 kW (2,100 shp) AW101 ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้งานในกองทัพอิตาลีและสหราชอาณาจักร รวมถึงยังมีการส่งออกไปยังแอลจีเรีย แคนาดา เดนมาร์ก ไนจีเรีย โปรตุเกสซาอุดีอาระเบีย และเติร์กเมนิสถาน AW101 ยังถูกแยกสายการผลิตในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เป็นที่น่าสังเกตว่าอังกฤษเดนมาร์ก และโปรตุเกสใช้ชื่อ Merlin สำหรับเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้รองรับทหารได้ 26 นาย มีขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักประมาณ 4,000 - 5,000 กิโลกรัม สามารถบรรทุกสินค้าได้ภายในลำตัวหรือใช้สลิงหิ้วสัมภาระภายนอกลำตัว (ใต้เครื่อง) นอกจากนี้กองทัพอากาศอังกฤษ ยังมีรุ่น Merlin HC.Mk.3 สามารถบรรทุกทหารได้มากถึง 45 นาย ขนสัมภาระได้เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 กิโลกรัม

9. Mil Mi-8 (Russin)
Mil Mi-8 เป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ขนาดกลางที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่รัสเซียเคยสร้างขึ้นมาใช้งาน เป็น ฮ. ลำเลียงที่เข้ามาทดแทน Mi-17 ที่ผลิตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 รุ่นส่งออกของ Mi-17 ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น เฮลิคอปเตอร์ Mi-8 ถูกกองทัพกว่า 60 ประเทศ ซื้อไปใช้งาน ส่วน Mi-8 รุ่นที่ถูกผลิตมากที่สุดสำหรับลูกค้าทั้งพลเรือนและทหาร นั่นก็คือรุ่น Mi-8T เป็นเฮลิคอปเตอร์สำหรับการขนส่ง สามารถลำเลียงทหาร 24 นาย หรือโหลดสัมภาระหนัก 4,000 กิโลกรัมภายในลำตัวหรือหิ้วสัมภาระหนัก 3,000 กิโลกรัมจากภายนอก

Mi-8TB ใช้เครื่องยนต์ Klimov TV3-117Mt turboshafts จำนวน 2 เครื่องยนต์ ให้กำลังเครื่องละ 1,454 kW (1,950 shp) สมรรถนะทางการบิน สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินปฏิบัติการไกล 610 กิโลเมตร Mil Mi-8TB เป็นอนุพันธ์อากาศยานปีกหมุนแบบโจมตีระดับต่ำ ติดตั้งอาวุธโจมตีภาคพื้นดินสำหรับภารกิจสนับสนุนการรบของทหารราบ Mi-8TB สามารถติดตั้งปืนใหญ่อากาศ อาวุธปืนกลอากาศ จรวดอากาศสู่พื้นทำลายบังเกอร์ รวมถึงจรวดและขีปนาวุธต่อต้านยานรบหุ้มเกราะหรือรถถัง เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้สามารถตอบสนองความหลากหลายของภารกิจ พร้อมกับการบินปฏิบัติการในทุกสภาพอากาศ สนับสนุนการโจมตีรวมถึงยังดัดแปลงให้สามารถใช้งานในกองบินกองบัญชาการของกองทัพเรือ การบินในสงครามที่มีการป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเฮลิคอปเตอร์บัญชาการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและการถ่ายทอดคำสั่งไปยังหน่วยรบต่างๆ ลำเลียงและจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังแนวหน้า บินลาดตระเวนถ่ายภาพระยะไกล สำรวจและขนส่งบุลคลระดับวีไอพี

10. NH Industries NH90 (France, Germany, Italy, Netherlands)
ในปี พ.ศ. 2528 ประเทศในกลุ่มสนธิสัญญานาโต้ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตเฮลิคอปเตอร์สำหรับใช้งานในกองกำลังนาโต้ ในช่วงทศวรรษที่ 90 NH90 ถูกผลิตขึ้นสำหรับการใช้งานสำหรับปฏิบัติการทางทหาร เช่น เป็น​ ฮ.ปราบเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ บริษัท NH Industries ผลิตเฮลิคอปเตอร์รุ่น NH สองรุ่นแรกคือ NH90 NFH เพื่อใช้งานในกองทัพเรือของนาโต้สำหรับภารกิจต่อต้านเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ ส่วนรุ่น NH90 TTH เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางยุทธวิธีสำหรับการขนส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ การโจมตี การต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และการขนส่งบุคคลระดับวีไอพี

เฮลิคอปเตอร์ NH90 NFH และ NH90 TTH ติดตั้งเครื่องยนต์ 2 แบบ แบบแรกคือ เครื่องยนต์ Rolls-Royce Turbomeca RTM322-01/9 turboshaft จำนวน 2 เครื่องยนต์ ให้กำลัง 1,662 kW (2,230 shp) หรือเครื่องยนต์ General Electric T700-T6E turboshaft ให้กำลัง 1,577 kW (2,115 shp) สมรรถนะทางการบิน มีความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 800 กิโลเมตร
ผลิตสำหรับกองทัพอากาศฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ โดยมีการส่งออกไปยังออสเตรเลีย เบลเยียม กรีซ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โอมาน และสวีเดน เฮลิคอปเตอร์รุ่นขนส่ง NH90 TTH รองรับทหารได้ 20 นาย หรือบรรทุกสัมภาระหนัก 2,000-2,500 กิโลกรัมภายในลำตัว.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/